หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

Luang Por Guay 004

พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ตอนที่ 1 สกุ๊ปพิเศษ สุดยอดพระสมเด็จหลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร

ต่อไปผู้เขียน จะขอบันทึก ถึงสุดยอดพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ที่หลวงพ่อได้บรรจงสร้างไว้ โด่งดังและมีมนต์ขลังติดอันดับระดับประเทศไทย ถ้าจะเป็นรองก็รองแต่สมเด็จวัดระฆัง เพราะพระของท่าน (สมเด็จ) หลวงพ่อก็ผสมผงของสมเด็จโต วัดระฆัง เรื่องผงนี้พี่ชายคุณหมอเฉลียว เดชมา ได้ผงสมเด็จโตพร้อมพระ ที่สมเด็จโตทำไว้เกือบ 10 องค์ ผงอีก 1 บาตรใหญ่ มาถวายหลวงพ่อ ครั้งเมื่อไปเรียนหนังสือ และพักที่วัดระฆัง (ได้จากตู้จันอับ) พระพิมพ์นี้หลวงพ่อเรียกว่า พิมพ์ร่มโพธิ์ หลวงพ่อพูดว่า “พระพิมพ์ร่มโพธิ์นี้อยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรังเกียจ (หลวงพ่อพูดว่า) จะร่มเย็น เหมือนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่” ต้นโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น แม้พระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ คาถาที่เสก หลวงพ่อให้ไว้เขียนด้วยลายมือชัดเจน (บทสำคัญและเสกด้วยบทอื่นประกอบด้วย) ท่านเสกด้วยคาถา 3 บท บทแรก เป็นคาถาเชิญพระแม่ธรณี คาถามี 6 ตัว ท่านจะเขียนด้วยภาษาขอม ขึ้นต้นด้วย “โพ อะ ...” ท่านเขียนไว้ 2 ครั้ง คำว่า โพ ท่านเขียนด้วย (พอ-พาน) อีก ครั้งหนึ่งเขียนด้วย (ภ-สำเภา) คาถา 6 ตัวนี้ ห้ามท่องบ่น ถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ

บทที่ 2 เป็นคาถา บอกเรียกให้พระแม่ธรณี มาช่วยผจญพระยามาร, เสนามาร, ธิดามาร คือพระพุทธองค์เคยบำเพ็ญเพียรมามาก ได้ตรวจ (กรวด) น้ำ หลั่งอุทกวารี บีบออกมาจากมวยผม เพื่อมาช่วยพระพุทธองค์ ผจญกับพระยามาร เราจะพบภาพจิตรกรรมฝาผนัง จากในพระอุโบสถ หรือเมรุเผาศพ หลวงพ่อยังเขียนไว้ ตอนจดคาถาไว้ในสมุดคาถา หลวงพ่อเขียนไว้ยาว คัดลอกพอได้อ่านกันพอสังเขป “เมื่อแรกพระพุดที่เจ้า เทอจึงมาประจนด้วยหมู่มาร ให้ใภแภ้ในครั้งนี้ ส่วนนางพระแม่ทอระณี ทั่นจึงจะชำแลกแซกแพ่นดินขึ้นมา ทะหวายวันทา บังคมคัน บิทน้ำในมวยผม บ่อหมีรู้ยุด บ่อหมีรู้ยั้ง ย่อมล้นเหลือเผื่อฝั่ง พระชลนัดทีด้วยเด็จ สะเดชะพระบารมี...” เป็นลายมือของหลวงพ่อคัดลอกจากลายมือเดิม (หน้าสุดท้ายหนังสืออิทธิปาฏิหาริย์ ท่านเขียนผิด ต้องเข้าใจด้วยว่า ท่านเรียนมาแค่ประถม 2 แต่ท่านเขียนขอมเก่ง แต่เอาเข้าจริง ภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้น เป็นการวาดขึ้นตามจิตนาการ เพื่อให้ผู้รู้น้อยได้เข้าใจ ไม่มีพระยามาร ขี่ช้างมาทำร้ายพระพุทธองค์, ไม่มีเสนามาร (ลูกน้อง), ไม่มีธิดามาร, ไม่มีจระเข้ คือพระจะไปอธิบายให้ญาติโยมเข้าใจ ญาติโยมที่ปัญญาน้อย จะไม่เข้าใจเลยจริง ๆ พระยามาร, เสนามาร, ธิดามาร คือ กิเลส มีโลภ, โกรธ, หลง คือ อยากมีระลึกถึงสมบัติ เวียงวัง, ลูก, เมียฯ โกรธ คือ ปล่อยไปตามอารมณ์ โมโห, โทสะฯ หลง คือหลงในรูป, รส, กลิ่น, เสียง (ธิดามาร) คืนวันสุดท้ายที่พระพุทธองค์ได้ต่อสู้กับกิเลส และชนะกิเลสจนหมดสิ้น ก็ได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (ตอนที่พระพุทธองค์บำเพ็ญเพียร 6 ปี) หนีออกบวชได้ศึกษากับอาจารย์อาฬารดาบสและอาจารย์อุทกะดาบส แต่ไม่อาจค้นพบหนทางพ้นทุกข์ พระองค์จึงต้องมาบำเพ็ญเพียรเอง โดยบำเพ็ญทุกกรกิริยา ฉันแต่ผลไม้ (พุทรา), ใบไม้ เดิมนั่งบำเพ็ญเพียรใต้ต้นพุทรา ฉันแต่ลูกพุทรา ที่หล่นลงมา อยู่ต่อมาฉันแต่น้ำ และไม่ฉันน้ำ แต่ไม่สำเร็จ จึงฉันอาหารที่นางสุชาดานำมาถวาย ทรงสรงน้ำ และบำเพ็ญเพียรใต้ต้นโพธิ์ จึงสำเร็จ ฉะนั้น ต้นโพธิ์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น

คาถาบทที่ 3 เป็นคาถาบารมี 10 แตกแยกออกมา 30 ข้อ เรียกว่า คาถาบารมี 30 ทัศ (ทัศน่าจะแปลว่า ข้อ) คาถาบารมี 30 ทัศนี้ เป็นบารมีของพระพุทธเจ้า ที่บำเพ็ญเพียรมา เวลาทำน้ำมนต์ 3 บท ต้องใช้คาถาบทที่ 3 นี้ด้วย เล่ากันว่า ครูบาศรีวิชัย ตอนบูรณะเมืองเชียงใหม่, ลำพูน, ลำปางฯ (บูรณะวัด, เจดีย์) ท่านสวดบทนี้ 5 ทุ่ม ตี 1, ตี 2 เศรษฐีไม่อาจนอนหลับได้ ต้องให้คนใช้หาบเงินมาทำบุญกับท่าน คาถา 3 บทนี้ บทที่ 1 และ 2 เป็นทั้งมนต์ดำและมนต์ขาว บทที่ 2 ขึ้นต้นด้วย “ตัสสา เกสีสะโต...” สวดอยู่ยามค่ำคืน ใครจะทำอะไรไม่ได้เลย คนที่คิดไม่ดีต่อเรา จะแพ้ภัยตัวเอง คาถา 3 บทนี้ใช้ทำน้ำมนต์ รดอาบจะชนะศัตรู, ใช้เสกข้าวให้สุนัข (หมา) กิน 1-3 ก้อน จะชนะศัตรู คาถานี้ขึ้นต้นด้วย (บทที่ 3) “อะยันตุ โพนโต...”

ส่วนพระพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบนี้ เดิมหลวงพ่อใช้ได้ดำหริสร้างไว้ 2 -3 แบบ แต่รูปแบบ ยังไม่เป็นที่พอใจ สร้างก่อน พ.ศ. 2513 มีพิมพ์ด้านหลังเป็นรูปพระพุทธชินราช ด้านพระพุทธชินราช นูนออกมาไม่สวย, อีกพิมพ์หนึ่งเป็นยันต์ดวงแก้ว (ยันต์คล้ายของเข้าคุณนร) ในปี พ.ศ. 2512 สร้างเป็นยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ (ตุ๊กตา) แต่เป็นยันต์นูน (ทำไม่มาก ปลอมยากสักหน่อย) ในปี พ.ศ. 2513 สร้าง ด้วยยันต์จม (เขียน พ.ศ. ว่า 2513 ยันต์ตุ๊กตา) และมีแบบหลังแม่ธรณี เส้นจมอยู่ด้านหลัง ทางวัดราชนัดดา กรุงเทพ ท่านเจ้าอาวาส นับถือหลวงพ่อเป็นอาจารย์ (ท่านก็เป็นพระเกจิอาจารย์) ได้ปรึกษากันขอสร้างพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ และพระสมเด็จหลังพระสิวลี ก็สร้างประมาณ พ.ศ. ใกล้เคียงกัน แต่ของวัดราชนัดดา เขาใส่พลอยเป็นเม็ดเล็ก ๆ ได้สร้างขนาดบูชา เนื้อผงด้วย (ดินก็สร้างแต่ปลอมมาก โดยมากปลอม)

พระพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ที่พบมากและนิยม จึงมีเพียง 2-3 แบบ ที่พบมาก คือหลังยันต์จม (มีทั้งบอก พ.ศ. 2513 และไม่บอก พ.ศ. ที่แพงและนิยมสุด ๆ คือ พิมพ์หลังแม่ธรณี มีทั้งแบบผ้าถุงถี่และผ้าถุงห่าง ผ้าถุงถี่ทำน้อยกว่า) เล่ากันว่าหลังยันต์ดีทางคุ้มภัย เรียกให้ช่วย ถ้าเป็นหลังแม่ธรณี เขาว่าเงินทองจะไหลมาเทมาคล่องกว่า จึงนิยมกว่า