
อีกคนหนึ่ง ชื่อ วอน แย้มหลง บ้านอยู่ตรงข้ามกับวัด วันหนึ่งเดือน 12 คงไม่ใช่วันเพ็ญ หมาวัด พระเณรเลี้ยงเอาไว้ตัวผู้ เกิดไปติดตัวเมียที่บ้านนายวอน นายวอนไม่ชอบใจที่ลูกเขยหมา เป็นแค่หมาวัด ฐานะยากจน ขณะที่หมากำลังติดเป้งกันอยู่ (ดีที่คนไม่เป็น) นายวอนนึกอย่างไรไม่รู้ ได้ใช้มีดปาดตาล คมกริบ ตัดไอ้จู๋ของหมาวัด หมามันเจ็บมันร้องวิ่งเข้ามาในวัด คนเห็นกันทั่ว บังเอิญนายวอนก็เดินเข้ามาในวัด หลวงพ่อรู้สึกจะโกรธ ได้พูดว่า “มึงทำแบบนี้ ตีหัวไอ้กวยดีกว่า” หลวงพ่อท่านแก่แล้ว ไม่รู้จะไปสู้รบปรบมืออย่างไร ท่านเผลอพูดออกมาว่า “มึงเนี่ย ไม่ช้าตกหัวคันนาตาย” ลุงเนียมอยู่ใกล้ ๆ นึกขำเห็นหลวงพ่อพูดอย่างนั้น ดีว่าเอามือปิดปากไว้ทัน ก็นายวอนยังหนุ่ม อายุ 30 กว่า ๆ จะตกหัวคันนาตายได้อย่างไร อยู่ต่อมา ไม่ถึงอาทิตย์ นายวอนเมาเข้าไปเดินตกหัวคันนา หน้าอกไปฟาดกับหัวคันนา ตายเลย
อีกคนหนึ่งชื่อ ฟ้อน จั่นหนู เขามีคณะระนาดอยู่ สมัยก่อนและสมัยนี้การเทศน์มหาชาติ กล่าวถึงประวัติในอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ชาติสุดท้าย ตอนเสวยชาติเป็นพระเวสสันดร เทศน์มหาชาติจะมี 13 กัณฑ์ นิยมเทศน์กลางเดือน 3 (กลางเดือนกุมภาพันธ์ เดือน 1 โบราณนับเดือน ธันวาคม เป็นเดือน 1) เล่ากันว่า พระมาลัย ได้ไปโปรดสัตว์นรก และเลยไปกราบพระศรีอาริยเมตไตย พระศรีอาริ์ได้ตรัสถามพระมาลัย ถึงมนุษย์โลก พระมาลัยได้ตอบว่า มนุษย์โลกอยากจะเกิดในศาสนาของพระศรีอารีย์ พระศรีอาริย์เลยตรัสบอกฝากกับพระมาลัยมาว่า ให้มนุษย์โลก ถือศีลและภาวนา และฟังเทศน์ พระเวสสันดร พร้อมทั้งให้ทำทาน โดยนำแบบอย่างของพระเวสสันดร ต่อมาจึงนิยมเทศน์พระเวสสันดรเป็นประเพณี เรียกว่างานบุญพระเวส การเทศน์แบ่งเป็น 13 กัณฑ์ นิยมจัดกันที่ต่างจังหวัด คนมาฟังกันมาก เมื่อเทศน์จบเป็นตอน ๆ ก็จะตีระนาดเชิด การเทศน์จะไพเราะพรรณนาเป็นร้อยแก้ว ร้อยกรอง จับใจ หลวงพ่อก็เคยเทศน์มหาชาติมาก่อน ทางวัดจะจับจองผูกขาดระนาด คณะของนายฟ้อน ประจำ ตอนนั้นหลวงพ่อเริ่มชราแล้ว บริหารวัดเอง ท่านยุ่งมาก ทางวัดเคยจ่ายให้คณะระนาด กัณฑ์ละ 2 บาท (เงินสมัยก่อน) แต่ปีนี้พระที่จะเทศน์ก็มาแล้ว แต่คณะระนาดไม่มาเฉย ๆ หลวงพ่อก็ยุ่ง มารู้ข่าวว่า คณะระนาดที่ไม่มา คือจะขอขึ้นราคาจากกัณฑ์ ละ 2 บาท เป็น 4 บาท ไม่งั้นจะไม่มา หลวงพ่อท่านคงจะหัวเสียยุ่ง ท่านพลั้งปากพูดออกมาว่า “เออ ถ้ามันจะเอาอย่างนั้นให้มันตีอยู่ที่บ้าน” แล้วท่านก็ให้คนไปหาคณะระนาดวงใหม่มา จะเป็นด้วยคำพูดของท่านหรืออย่างไร ไม่แน่ชัด อยู่ต่อมาแทบจะไม่มีใคร ไปหาคณะระนาดของนายฟ้อนอีกเลย ต้องตีอยู่ที่บ้าน ถึงกับเลิกราไป
อีกเรื่องหนึ่ง ในสมัยของหลวงพ่อ มีการทำจานกระเบื้องชนิดหนึ่งขึ้นมา น่าจะทำที่ญี่ปุ่น จะขว้างจะปาอย่างไรก็ไม่แตก พ่อค้าเร่ได้ขว้างปาให้กรรมการวัดดู กรรมการวัดอยากจะได้จานแบบนั้นไว้ใช้ในวัด เพราะทนทานขว้างปาตกไม่แตก กรรมการวัดกลัวว่าหลวงพ่อจะไม่เชื่อ ได้ขึ้นมาบนกุฏิของหลวงพ่อ แต่เมื่อหลวงพ่อพิจารณาแล้ว ท่านพูดว่า “แตกทั้งหมด” แล้วท่านก็โดนพ่อค้าท้าทายว่า ถ้าไม่แตก หลวงพ่อต้องซื้อจานของตนน๊ะ หลวงพ่อก็ตกลง หลวงพ่อโยนจานลงพื้นใกล้ ๆ แค่ 2 ศอก จาน 2-3 ใบ ท่านโยนแตกหมด พ่อค้าเร่เลยหน้าแตกกลับไปเลย ท่านได้พูดกับกรรมการวัด มีหมอเฉลียว เดชมา, ลุงเนียม, ลุงทอด, ช่างสมานฯ ว่า สรรพสิ่งในโลกนี้ ต้องแตกดับ เป็นธาตุเดิมทั้งสิ้น เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง แต่กรรมการวัดไม่เข้าใจ ก็จานที่ใคร ๆ ปาไม่แตก ทำไมหลวงพ่อแค่โยนก็แตก
อีกเรื่องหนึ่ง นายหิ้ง เป็นคนหัวเด่น เรียนหนังสือเก่งมาก บวชแล้วก็มาจำพรรษากับหลวงพ่อ บวชอยู่ไม่นาน เขานิมนต์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดคลองขอม อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ต่อมาลาสิกขาบท มีลูกเมีย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นกำนัน เป็นคนกว้างขวางในตลาดสามชุก เวลาเทศกาลก็กลับมาเยี่ยมบ้านที่หัวเด่น บ้านแค บังเอิญปีนั้นทางวัดหลวงพ่อมีงาน มีรำวง กำนันหิ้งก็เมามากได้ขึ้นไปรำวงกับเขา ถ้าเป็นวัยรุ่นเรียกว่า รำแบบอ้อน ๆ วงแตก หลวงพ่อบังเอิญแอบไปเห็นเข้า ท่านพูดว่า “กำนันหิ้งนี่ บวชก็บวชนาน ทำไมกินเมาจังนี่ เป็นกำนันหรือเป็นผู้ใหญ่บ้านกันหว่า” แล้วเรื่องก็เงียบไป 4-5 วันได้ มีคนส่งข่าวมาว่า กำนันหิ้งกินเมาเขาไป ไม่พอใจนายอำเภอ ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า ที่ ๆ ว่าการอำเภอ นายอำเภอโกรธเลยปลดกำนันหิ้งให้เป็นแค่ผู้ใหญ่บ้าน อาจเป็นคนแรกในประเทศไทยก็ได้ ที่โดนปลดจากกำนันมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน
ที่วัดของหลวงพ่อ ก็มีไก่วัดอยู่มากมาย เป็นไก่แจ้ ไก่แจ้นี้คือไก่ป่า อยู่ต่อมา มาอยู่วัดนาน ๆ เข้าก็อ้วน บินไม่เก่ง เป็นไก่แจ้ ไม่นิยมเลี้ยงที่บ้าน มีคนได้ข่าวว่าหลวงพ่อเก่ง คนเมืองสรรค์ เป็นคนจริงไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ มีคนพยายามจะลองของหลวงพ่อยู่บ่อย ๆ หลวงพ่อก็ดูแล ไก่, หมา, แมว, พระ, เณร กรรมการวัดดูไม่ทั่วถึง วันหนึ่งนายพวง คนแม่น้ำน้อย นึกอย่าไงไม่รู้ได้มาลองยิงไก่วัดดู ไก่โดนยิงด้วยปืนลูกซองยาว ดิ้นปัด ๆ เลย เมื่อท่านรู้ ท่านได้พูดว่า “ไม่ช้ามึกก็จะเป็นแบบมัน” อยู่ต่อมา 4-5 วันได้ มีคนได้ข่าวว่า นายพวง โดยยิงตาย อีกคนเป็นครูชื่อชูชัย บ้านอยู่โพธิ์งาม ไม่ไกลจากวัดของหลวงพ่อ มายิงไก่วัด ไก่พอโดนปืนก็ดิ้นปั้ด ๆ หลวงพ่อรู้เข้าท่านพูดว่า “ไอ้ครูเอ้ย สักแต่มีปืน ยิงดะไปหมด ไม่ช้ามึงจะเอาตารางทำบ้าน” อยู่ต่อมาครูชูชัย มีเรื่องกับญาติใจร้อน เอาปืนยิงญาติตาย ต้องไปติดคุกอยู่หลายปี ออกจากคุกมา 4-5 วัน ล้มลงไปเป็นอัมพาตอยู่หลายปีจึงตาย อีกคนเป็นครูชื่อ ครูชิต สอนอยู่โรงเรียนโพธิ์งาม ได้ใช้ปืนสั้นยิงไก่แจ้วัด หลวงพ่อพูดว่า “มันทำแบบนี้ ก็เป็นครูอยู่ไม่นาน” อยู่ต่อมาไม่ถึงอาทิตย์ ครูชิตโดนยิงตาย เรื่องปากประกาศิต ของหลวงพ่อนี้ คงพอแต่แค่นี้ ขอจบในเรื่องสุดท้ายก็แล้วกัน
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องใหม่ผสมเรื่องเก่า ก้านตอง สว่างศรี เป็นศิษย์ผู้หญิง รุ่นเดียวกับผู้เขียน สมัยก่อนบ้านผู้เขียนมีฐานะยากจนมาก เดี๋ยวนี้ก็ยังจนอยู่ ก้านตองเป็นพี่สาวของเสือชู สว่างศรี และแดง ตาไฟ ฐานะเดิมจนมากกว่าผู้เขียนอีก แม่ก้านตองเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว พ่อเป็นเสือหนีคดี ไปบวชกับหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา พ่อของผู้เขียนเป็นญาติห่าง ๆ กัน กับแม่ของก้านตอง เคยไปเยี่ยมแม่ของก้านตอง เลยเอาหลานมาเลี้ยงไว้ 2 คน คือ วันชัย และเสือชู แดง ตาไฟตามมาทีหลัง ความยากจน แม่ของก้านตอง ได้ให้ก้านตองไปอยู่กับตายาย ไม่ไกลจากวัดของหลวงพ่อมากนัก ก้านตองไม่ได้ไปโรงเรียน คือ จบ ป. 0 อายุประมาณ 14 ปี ก็โตเป็นสาว อาศัยน้ำบาดาลที่วัดของหลวงพ่อใช้ดื่มและใช้ ก้านตองสวยแบบคนรุ่นเก่า ดำ ตัวโต มาตักน้ำบ่อโยกในวัด มากับเพื่อนอีกคนหนึ่ง หนุ่ม ๆ สมัยก่อนอาจดักพบกับสาว ๆ ตามบ่อน้ำ หรือ ท่าน้ำ ได้อาบน้ำเล่นด้วยกัน ก้านตองก็เช่นกัน มีหนุ่ม ๆ มาชอบ ได้แอบคบหากับหนุ่ม ตอนมาขนน้ำ อาจมีการพลอดรักกัน เพื่อนก็มีแฟนด้วยคู่กัน หลวงพ่อแอบเห็นเข้า ประกอบกับก้านตองได้ขึ้นมากราบหลวงพ่อ ขอสีผึ้งและคาถาเสกแป้ง เสกสีผึ้ง คาถาเสกผ้าแต่งตัว คาถาประสบเนตร หลวงพ่อท่านพูด แบบเบาสุด ๆ แล้ว หลวงพ่อพูดว่า “มึงทำตัวแบบนี้ ใครเขาจะรักมึงจริง” ส่วนคาถา ท่านก็ให้คาถาขุนแผน แล้วท่านก็พูดกับศิษย์คนอื่น ๆ ว่า “อีนี่มันเจ้าชู้” วันเวลาผ่านไป ก้านตองมีสามี คนแรก คนสอง และคนสาม ไม่มีใครรักเธอจริง แม้คนเดียว อยู่กันไม่นานผัวก็ทิ้ง มีผัวเก่าใหม่ เขาก็ตีจาก แม่ผัวรังเกียจว่า จน มาแต่ตัว ก้านตองจนมาก บางครั้งและหลายครั้งมีเงินติดตัวแค่ 10-20 บาท เลี้ยงลูก 4 คน ทำไร่ข้าวโพด ไร่ถั่วเขียว ก็เก็บเกี่ยวไม่ได้ คือหัวเด่น บ้านแค สมัยก่อนแล้งมาก แทบจะหาน้ำใช้แทบไม่มี การชลประทาน สมัยก่อนยำแย่ ก้านตองเลี้ยงลูก 4 คน มาอาศัยอยู่กับแม่ หนี้สินรุงรัง ก้านตอง คิดถึงคำพูดของหลวงพ่อ คิดว่าหลวงพ่อแช่งเอาไว้ เรื่องไม่มีใครรักจริง ผู้เขียนเคยแนะนำให้ไป ทำกินที่พัทยา ก้านตองเลยไป ความจนบีบคั้น ได้บอกกับหลวงพ่อว่า ไม่อยากจะเป็นคนชั่ว คนเลว แต่ลูก ๆ กำลังจะอดตาย ไปพัทยา เดินหางานทำ เขาเห็นหุ่นแล้ว เขาไม่รับทำงาน บางคนหาว่า คนบ้ามาขอสตางค์ใช้ รองเท้าก็ไม่มีใส่ ได้บอกกับเกศาของหลวงพ่อ ที่ผูกผ้าจีวรห้อยคออยู่ ขอให้หลวงพ่อชี้หนทางให้ด้วย บังเอิญเจอรองเท้าของใครไม่รู้ เขาเลิกใช้ ถอดทิ้งไว้ ก้านตองพอดีใส่ได้ ไปสมัครงานที่บาร์ ขอทำงานเป็นแม่บ้าน บอกเล่าต่อหลวงพ่อ เขาเห็นใหม่ ๆ ผู้หญิงหากินที่พักที่บาร์ หาว่าก้านตองเป็นคนบ้า มาของสตางค์ใช้ ผู้จัดการสงสาร เลยให้ทำงานเป็นแม่บ้าน เงินเดือน 300 บาท กินอยู่เสร็จเงิน 300 บาท (ผู้เขียนรับราชการ พ.ศ. 2517 เงินเดือน 1,200 บาท (หนึ่งพันสองร้อยบาท)) เงิน 300 บาท ไม่พอจะใช้จะกิน ไหนจะแม่ จะน้อง และลูก 4 คน พอดีฝรั่งมาแอบชอบ เลยตัดสินใจ ไปอยู่กับเขา เป็นแม่บ้านด้วย ฝรั่งคนนี้ชอบก้านตองจริงจัง เช่าบ้านให้อยู่ ส่งสตางค์มาให้ใช้ ตัวเขาต้องไปทำงานเป็นหัวหน้าช่างที่ซาอุฯ เป็นช่างซ่อมเครื่องบิน มีเงินเดือนสูงมาก หลายแสนบาทต่อเดือน เขาแอบลองใจก้านตองหลายอย่าง เช่น ทิ้งเงินไว้ในห้องเป็นฟ่อน ๆ แล้วฝากบ้านให้ก้านตองดูแล อ้างว่าไปธุระเป็นวันเป็นคืน
ก้านตองเข้าไปทำความสะอาด ห้องฝรั่ง เจอเงินดอลล่าห์, เงินไทย เต็มลิ้นชัก เธอตกใจมาก รีบปิดประตูห้อง ปิดประตูบ้าน กลัวมีโจรเข้ามาปล้นชิง แต่ฝรั่งเขาลองใจเธอ ลองใจหลายครั้ง เกิดรักและสงสาร ได้ขอแต่งงานด้วย เธอพูดกับฝรั่งว่าเธอเป็นคนบาป หลวงพ่อกวยแช่งเอาไว้ อย่าแต่งงานกับเธอเลย อยู่กันไปแบบนี้แหละ เธอเข็ดเรื่องมีผัวเต็มที่ ฝรั่งซึ่งมีฐานะดีมาก เจอหญิงไทยที่ไม่คิดจะปอกลอก ไม่คิดจะกอบโกยเงินจากเขา ยิ่งรักและหลงมาก เลยขอแต่งงานจริง ๆ เอาจริง ก้านตองพามาพบแม่ ขอกับแม่ และไปทำพิธีขอขมาหลวงพ่อ มีดอกไม้พวงมาลัย บายสี ขอขมาต่อหลวงพ่อ จะรักละมั่นคงต่อกัน จนวันตาย ให้หลวงพ่อที่รูปหล่อ แต่งงานให้ได้สาบานต่อกัน ปัจจุบันก็อยู่ด้วยกัน 20 กว่าปี ก้านตองอยู่กับสามีฝรั่งที่พัทยา ปลูกบ้านพร้อมที่ตก 20 ล้าน ซื้อที่ไว้หลายร้อยไร่ เมื่อก้านตองแต่งงานแล้วใหม่ ๆ ก้านตองมาพบสามีเก่าทั้ง 3 คน ได้ขอเมียให้ใหม่ทั้ง 3 คน ซื้อรถ และให้เงินสามีเก่าใช้ทำทุน ลูก ๆ หลาน ๆ ของก้านตอง หลายคนจบจากโรงเรียนนานาชาติ ก้านตองมีเส้นผมของหลวงพ่อใช้บูชา ใส่หลอดทองคำเอาไว้อย่างเดียว จริง ๆ แล้วก้านตองไม่ได้โดนหลวงพ่อแช่งอะไร หลวงพ่อเพียงแต่พูดตามเหตุการณ์เท่านั้นว่า ทำตัวง่าย เขาได้เราง่าย เขาก็ทิ้งเราง่าย สมัยก้านตองไปทำงานเป็นแม่บ้านที่บาร์ ฝรั่งเจ้าของบาร์คอแก้ง (คอบิด เส้นยึด) ก้านตองขอบีบนวดให้ ใช้คาถาหลวงพ่อประกอบ ขณะจะขอบีบนวดให้ฝรั่ง ผู้หญิงบาร์ แสดงอาการรังเกียจ ก้านตองพูดกับฝรั่งว่า นายให้มันบีบได้ยังไง เดี๋ยวเนื้อช้ำหมด พอก้านตองบีบ ด้วยอำนาจมนต์ของหลวงพ่อ นายฝรั่งอาการดีจนหาย แต่อาการปวด ได้ไปเข้าคอผู้หญิงบาร์ เข้าขนาดขอร้องให้ก้านตองช่วยบีบ ให้ตัวเองบ้าง บอกว่าจะตายอยู่แล้ว ก้านตองก็แกล้งพูดว่า บีบได้ยังไง เดี๋ยวเนื้อซ้ำหมด ก้านตองปล่อยให้ปวดสักครึ่งชั่วโมงได้ถึงไปบีบให้ ตอนก้านตองไปอยู่ประเทศซาอุฯ มีฝรั่งเดินหลังแข็ง (หลังสะดุ้ง) ก้านตองขอนวดให้ พักเดียวหายเลย ฝรั่งไปคุยทั่วเลย พอดีมีงานพบประสังสรรค์ ฝรั่งประกาศออกไมค์เลยว่า ก้านตองเป็นหมอเทวดา ก้านตองอายแทบแย่ งานแม่บ้านที่ซาอุ ได้ให้แม่บ้านชาติต่าง ๆ ทำอาหารชาติของตัวเองเอามาให้พนักงานที่เป็นฝรั่ง, จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น กินกัน ก้านตองทำอาหารไทย 10 หม้อ (ข้าวราดแกง) แต่ไม่ทำให้เผ็ด (เขามีเงินให้ค่าอาหาร) ปรากฏว่า ฝรั่งชอบอาหารไทย กิน 2 รอบเลย เมื่อตัดสินปรากฏว่าอาหารไทยชนะได้ที่ 1 ก้านตองพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เขียนไม่ได้ อ่านไม่ออก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เวลาเดินทางเธอจะบอกกับเกศาของหลวงพ่อ แล้วบอกกับเจ้าหน้าที่สนามบินว่าเขียนหนังสือไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะจัดการให้เลยทุกครั้ง ครั้งหนึ่งสามีซ่อมเครื่องบินเก่า ฝรั่งเอามาขายให้ซาอุ เครื่องบินเก่ามากไม่ยอมบินขึ้นฟ้าได้ชนผนังกั้น พังเลย ผลคือ โดนไล่ออกทั้งชุด ฝรั่งสามีก้านตองด้วย สามีโทรมาบอกว่า โดนไล่ออกแล้ว กำลังจะบินมาเมืองไทย ให้มารับที่สนามบิน ดอนเมืองด้วย ก้านตองตกใจมาก
ที่มา เฒ่า สุพรรณ(หลวงพ่อ กวย)

