
หนุมานลอยองค์ ตอนที่ 1
(( อมหนุมานแสนค้อนตี กูบ่อมิหัก แสนหอกปัก กูบ่อมิเข้า ))
ต่อไปผู้เขียนจะขอเขียนถึงหนุมาน ตำราของหลวงพ่อกวย สักหนึ่งครั้ง เพื่อความสมบูรณ์ของเรื่อง หนุมาน ที่มีความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อ แรกเริ่มเดิมที่ คือหลวงพ่อจะสักให้ศิษย์ มี 2 - 3 แบบ คือ สักเป็นรูปหนุมานยกธงรบ ถือกระบี่ อีกแบบถือตรีเพชร (สามง่าม) อีกแบบเรียกว่า หนุมานแนวหน้าทัพหนึ่ง ยิงธนู ยิงธนูครั้งเดียว ลูกธนูออกมาเป็นห่าฝนประมาณ พ.ศ. 2512 - 2515 หลวงพ่อได้สั่งทำหนุมาน นั่งสมาธิ เป็นเนื้อแก่ทองเหลืองหรือฝาบาตร ก้นบรรจุกริ่ง จารด้วยยันต์หรือ นะ ชื่อ นะ หนุมานอมพลับพลา คือ หนุมานตอนนั้นได้สู้กับไมยราพย์ พิเพกได้ทำนายว่า หนุมาน จะสู้ไมยราพย์ไม่ได้ เพราะไมยราพย์ได้รับพรมา สามารถสะกดใครก็ได้ จะสามารถสะกดให้หลับได้ หนุมานจึงแปลงกายเป็นพลับพลา อมหมู่ทหารทั้งกองทัพไว้ ผลคือหลับจริง ๆ แต่ไมยราพย์หาไม่เจอ พบแต่พลับพลา จึงทำอะไรหนุมานและพระรามไม่ได้ ในปี พ.ศ. 2521 หลวงพ่อได้สร้างเหรียญรุ่น 3 ในงานฝังลูกนิมิต หลวงพ่อได้ให้ศิษย์ไปทำ โดยเน้นหลังยันต์ไตรสรณคมน์ และยันต์ หนุมาน เข้าใจว่าหลวงพ่อจะให้สิ่งที่ดีต่อศิษย์ไว้เป็นครั้งสุดท้าย คือ หลวงพ่อตั้งใจสร้างเหรียญเพียง 3 รุ่นเท่านั้น เรื่องของหนุมานนี้ ในศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดู ถือว่าเป็นเรื่องจริง ในอินเดียขนาดมีการปั้นรูป หนุมานไว้บูชาเท่าตัวจริง มีวัดชื่อวัดหนุมาน มีรูปปั้นของหนุมานอยู่ ในวัดมีลิงซึ่งเป็นลูกหลานของหนุมาน อยู่เป็นร้อย ๆ ตัว แม้แต่วัดที่หนุมานไปพักค้างคืนตอนไปเก็บยา ที่สรรพยาบรรพต ก็ยังมีลูกหลานของหนุมานอยู่เป็นร้อย ๆ ตัว กำเนิดของหนุมาน มีผู้บันทึกไว้ ดังนี้
มาจะกล่าวบทไป ถึงพระอิศวรนาถา
แจ้งว่านวลนางอัจนา โกรธาสาปราชบุตรีไป
ให้ยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลม ยอดพนมจักรวาลเนินไศล
กูจะให้มีบุตรวุฒิไกร จะได้ไปเป็นทหารพระจักรา ฯ
คิดแล้วจึ่งแบ่งกำลัง สั่งองค์พระพายแกล้วกล้า
เอาเทพอาวุธอันศักดา ทั้งกำลังกายาของเรานี้
ไปซัดเข้าปากสวาหะ จะเกิดบุตรเป็นกระบี่ศรี
อันคทาเพชรเรืองฤทธิ์ มีอานุภาพเกรียงไกร
ให้เป็นสันหลังตลอดหาง จึงจะเดินกลางอากาศได้
อันตรีเพชรสุรกานต์ชาญชัย ให้เป็นกายกรบาทา
จักรแก้วอันเรืองฤทธิ์รอน เป็นเศียรวานรแกล้วกล้า
อาวุธทั้งสามอันศักดา มหึมาประกอบเป็นอินทรีย์
มาตรแม้นจะล้างศัตรู ทั้งหมู่อสูรศักดิ์ยักษี
ให้ชักเอาตรีเพชรฤทธี ที่อกกระบี่ออกรอญราญ
แล้วดูป้องกันอันตราย อย่าให้ใครกล้ำกรายดวงสมร
ตัวท่านนั้นเป็นบิดร วานรในครรภ์นางเทวี ฯ
(จาก พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๑ เล่ม ๑ หน้า ๘๖-๘๗)
“หนุมาน” เป็นพญาวานรเผือกทหารเอกของพระรามถือกำเนิดเกิดจากพระอิศวรมีเทวบัญชาให้พระพายพัดเอากำลังแห่งพระองค์และเทพศาสตราวุธของพระองค์ เข้าสู่ท้องของนางสวาหะที่ถูกสาป อันได้แก่ คฑาเพชรเป็นสันหลัง, ตรีเพชรเป็นกาย, จักรแก้วเป็นศรีษะ นางสวาหะตั้งท้องนาน ๓๐ เดือน คลอดลูกออกทางปากเป็นวานรเผือกคลอดมาก็อายุได้ ๑๖ ปี ตรงกับวันอังคารเดือนสามปีขาล ลักษณะพิเศษของหนุมาน คือ มีเขี้ยวแก้วอยู่กลางเพดานปาก มีกุณฑลขนเพชร สามารถแผลงฤทธิ์ให้มีสี่หน้าแปดมือ และหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้ ใช้ตรีเพชร (สามง่าม) เป็นอาวุธประจำตัว (จะใช้เมื่อรบกับยักษ์ตัวสำคัญ ๆ) มีความเก่งกล้ามาก สามารถแปลงกายหายตัวได้ ทั้งยังอยู่ยงคงกระพัน แม้ถูกอาวุธของศัตรูจนตายเมื่อมีลมพัดมาก็จะฟื้นคืนได้อีก นอกจากนี้หนุมานยังเป็นลิงที่รูปงาม มีนิสัยเจ้าชู้ มีเมียมากถึง ๖ นาง ได้ทำงานที่ไหนก็ได้เมียเสมอ เช่น นางสุพรรณมัจฉา จนมีลูกเป็นมัจฉานุซึ่งมีลักษณะเป็นลิงเผือก แต่มีหางเป็นปลา, นางเบญกาย บุตรีของพญาพิเภก มีลูกด้วยกันชื่อว่า อสุรพัต เป็นต้น
เป็นข้อเขียนของคุณ เอกคตา เขียนลงในหนังสือพระเกจิหน้า 37
ต่อไปผู้เขียนจะขอกล่าวถึง ตำราการสัก และการสร้าง การปลุกเสก หนุมาน ของหลวงพ่อกวย เอาตำราการสักยันต์ก่อน
แถวบนสุด หลวงพ่อจะจารึกคาถา 16 ตัว คือหัวใจโจร กันหะเนหะ หัวใจหนุมาน หัวใจธาตุพระกรณีย์ และ หัวใจเกราะเพชร คาถานี้เฉพาะหัวใจโจร กันหะเนหะ ใช้สะกดคู่ต่อสู้ ตอกย้ำนามผู้ปราบ คือ พญาหนุมาน และหัวใจเกราะเพชร คือ วิชาหินเบา ตีไม่แตกไม่หัก
แถวที่สอง หลวงพ่อจารึกคาถา 31 ตัว เรียกว่าโองการขนานนามคาถาบทนี้ เป็นโองการที่บอกกล่าวทั้ง 3 โลกว่าบัดนี้ พญาเทพหนุมานได้จุติขึ้นในโลกนี้แล้ว 1 องค์
อักขระที่ล้อม 4 ทิศ คือ หัวใจลิงลม คือ “ยุวาพะวา” คือลิงลมนี้จะคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ว่องไว หัวใจลิงลมนี้เป็นคาถาหินเบา ภาวนาแล้วจะตีไม่แตกและไม่เจ็บเลย หลวงพ่อถ่ายทอดให้ผู้เขียน โดยถ่ายทอดจากปากต่อปาก คาถาอีก 4 ตัวที่ล้อม คือ “หันตะนุภา” เป็นคาถาหัวใจพาลี พญาพาลี เป็นลูกพระอินทร์ ตัวสีเขียว ได้พรจากพระอิศวรมา ถ้าสู้กับใคร กำลังของคู่ต่อสู้จะหายไปครึ่งหนึ่งทำให้สู้กับพาลีไม่ได้ คาถาหัวใจพาลีนี้ เวลาต่อสู้กับศัตรูให้ภาวนากำลังของคู่ต่อสู้ กำลังจะหายไปครึ่งหนึ่ง จะสู้เราไม่ได้ เช่น ภาวนาต่อยมวยเป็นต้น นอกจากนั้นพาลียังมีนิสัยเจ้าชู้ยักษ์ ลูกเขาเมียใครถ้าชอบ เดี๋ยวเดียวเป็นเรื่อง รูปลิงลมและพาลีนี้ นิยมสักที่โดนขาบริเวณสะโพก
อักขระแถวล่างแถวแรก ยุวาพะวา หลวงพ่อลงคาถาพระพุทธเจ้าห้ามอาวุธ และ คาถามหาอุด คืออุดทวารทั้งเก้า บทนี้กันศาตราวุธทั้งปวง
อักขระแถวล่างสุด เป็นคาถาพญาปลาไหลเผือก คือ “อะยาเวยยะ” คือถ้าสู้ไม่ได้ เขาคนมาก ให้ใช้คาถาพญาปลาไหลเผือกนี้หนี เป็นตำราพิชัยสงคราม ข้อที่ 13 ข้อสุดท้าย หลวงพ่อลงไว้ให้ศิษย์ไว้หนีใครก็จับตัวไม่ได้ ส่วนคาถาหัวใจหนุมานบทของหลวงพ่อคือ “หะนุมานะ” คาถาหัวใจโจรคือ “กันหะเนหะ” ใช้สะกดคู่ต่อสู้ หัวใจลิงลมคือ “ยุวาพะวา” , หัวใจพาลี คือ “หันตะนุภา” ใช้ภาวนา สะกดคู่ต่อสู้ กำลังของคู่ต่อสู้จะหายไปครึ่งหนึ่ง
หลวงพ่อใช้คาถาบทเหล่านี้ ในการปลุกเสกและสักให้ศิษย์เวลาสักหนุมาน, เสกเหรียญหนุมาน (พ.ศ. 2521) และ เสกหนุมานลอยองค์ (พ.ศ. 2512 - 2515) หลวงพ่อแตกฉาน ในอักขระเลขยันต์และวิชาเกี่ยวกับหนุมานมาก มีคาถาที่หลวงพ่อเขียนด้วยลายมือ ให้ศิษย์ไว้ใช้ท่องจำ ศึกษาหลายบท บางบทท่านมั่นใจมาก เขียนไว้ว่า อยู่มีด, อยู่ปืน, อยู่ธนู, ธน้าและหน้าไม้ อยู่ทั้งนั้ง, ทั้งยืน, ทั้งหลับ, ทั้งตื่นฯ
ในปี พ.ศ. 2512 หรือ พ.ศ. 2515 ผู้เขียนจำปีที่สร้างไม่ได้ หลวงพ่อได้สั่งหล่อหนุมานลอยองค์ขึ้นมา 1 รุ่น โดยหลวงพ่อได้มอบตะกรุดและอาวุธ 3 อย่าง (พระขรรค์, หอกสัมฤทธิ์ และกริช ทองแดง) ขันลงหินแตกชำรุดลงยันต์ให้ลูกศิษย์คือหมอเฉลียว เดชมา และอาจารย์สมาน ไปเทหล่อร่วมกับนายช่างรูปหนุมานก็มีขนาดเท่า ๆ ของอาจารย์องค์อื่น ๆ ก้นเจาะบรรจุกริ่ง ไม่ได้รมดำเนื้อสด ๆ (ไม่มียาขัด) เนื้ออกทองเหลือง (ฝาบาตร) แต่นานวันเข้าจะคล้ายขันลงหิน (มีส่วนผสมของทองแดง) สร้างจำนวนไม่แน่ชัด สวยแบบโบราณ จำหน่ายสมัยนั้น 50 บาท จารที่ก้น ด้วยยันต์หนุมานอมพลับพลา แทบทุกตัว (ยกเว้นตกหล่น 1-3 ตัว) หลวงพ่อเสกอยู่หลายปี ในปี พ.ศ. 2517 ผู้เขียนไปวัดกับอาจารย์เหวียน มณีนัย ยังมีจำหน่ายอยู่ ผู้เขียนไร้บุญวาสนา มองเห็นท่านวางไว้ในตู้ 3 ตัว มองอยู่อย่างไรก็ว่าไม่สวย เลยไม่ได้ขอทำบุญกับท่านมาเลย ภายหลังจึงทราบว่า หนุมานลอยองค์ของหลวงพ่อนี้ เก่งตัวจริง เสียงจริง ดีทุก ๆ ด้าน 1 องค์ คือ 1 ชีวิต แต่ถึงเวลานี้แล้ว หายากมากและแพงมาก สวย ๆ ต้องใช้เงินถึงเลข 6 หลัก จะของบันทึกอภินิหารย์เอาไว้ เพื่อความสมบูรณ์ของเรื่องไว้ดังนี้
เรื่องแรก เรื่องที่ 1 จะขอบันทึกคาถาที่ใช้ประกอบในการสักและสร้าง (เสก) หนุมาน บันทึกว่า นี่ขนาดคาถาและยันต์ยังขลังขนาดนี้
อาจารยแพ่ง หรือหลวงตาแพ่ง เคยบวชอยู่วัดหัวเด่น เล่าว่าสมัยหนุ่ม ๆ เคยสักหนุมานกับหลวงพ่อ หลวงพ่อสักให้เองเลย เมื่อสักเสร็จหลวงพ่อได้พูดชมว่า หนุมานของเขา สวยมากเลย โดยพูดว่า หนุมานของมึงตัวนี้สวยจังเลย ครั้งหนึ่งนายแพ่ง ได้คัดเลือกเป็นทหาร สังกัดค่ายลพบุรี ครั้งหนึ่งเขาให้หยุดพัก เข้าใจว่าเสาร์ - อาทิตย์ แต่พอจะกลับค่าย แต่งชุดทหารแล้วคือตอนนั้นนายแพ่งมีเมียแล้ว เมียสาวด้วย เพิ่งพามาก่อนเป็นทหารเล็กน้อยเมียไม่อยากให้กลับกรม เลยเอาน้ำสาดพลทหารแพ่ง ขณะแต่งชุดพลทหารเลยไปไม่ได้ ต้องคอยเอาเสื้อผ้าตากให้แห้งเสียก่อน เมื่อกลับกรมที่ลพบุรีทำให้เขาขาดราชการไป 2 วัน เมื่อไปรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาไม่เข้าใจไม่เห็นใจ ได้สั่งจำคุก 5 วัน ขณะจะตีตรวญ พลทหารแพ่งถอดเสื้อออกจ่าที่ตีตรวญเหลือบไปเห็นรอยสักหนุมานที่สีข้าง พลทหารแพ่ง ด้วยอำนาจมนต์ ทำให้จ่าหลงไหลในรอยสักรูป หนุมาน เขาได้ถามว่า อาจารย์อะไรสักให้ สวยจังเลย พาเขาไปสักได้หรือไม่ พลทหารแพ่งตอบว่าได้ จ่าคนตีตรวญได้ปรึกษาผู้กอง และทหารด้วยกัน ตกลงไม่ตีตรวญ แต่ให้พาทหารจากลพบุรีมาสัก 1 คันรถ 10 ล้อ เรื่องรูปหนุมานนี้ของหลวงพ่อเขาสวยมาก โดยเฉพาะหนุมานแนวหน้าทัพหนึ่ง รูปเสือยืน เสือหมอบ ยิ่งสวยมาก สวยและน่าเกรงขาม ขนาดดวงตาเหมือนมีวิญญาณ
ในอักขระแถวล่างสุดของลายสักหนุมานของหลวงพ่อกวย เป็นคาถา 16 ตัว เรียกว่า คาถาพญาปลาไหลเผือก บทนี้เป็นบทในตำราพิชัยสงคราม ข้อที่ 13 ข้อสุดท้าย ถ้าสู้ไม่ได้ให้หนี คาถาบทนี้คือ “อะ ยา เวย ยะ” คาถานี้เฉพาะหัวใจปลาไหลเผือก ภาวนาจับไม่อยู่ คือ “อะ ยา เวย ยะ” ใช้แค่ 4 ตัวนี้ก็ใช้ได้ แดงตาไฟ น้องชายเสือชู สว่างศรี ใช้ประจำ ภาวนาจับตัวไม่อยู่ ใครก็จับไม่อยู่ ภาวนาชกมวยดีสมัยหนุ่ม ๆ แดง ตาไฟ บ้านเดิมอยู่บ้านคู อ.บางระจัน ไปเที่ยวงานวัดห้วยเจริญสุข (วัดหลวงพ่อเจ้ย) ไปกับแม่ กินเหล้าในงานวัดมาด้วย ขากลับดึกมาก อาจเป็นตี 1 เมามาด้วยมากับแม่ เดินผ่านสระน้ำ จวนจะถึงบ้านอยู่แล้ว นึกอย่างไรไม่รู้ หรือของจะขึ้น ทำนองนั้นนายแดง ได้โดดลงสระน้ำแล้วจมหายไปเลย แม่ได้ร้องเรียกให้คนช่วยโดยไม่ละสายตา คนมาช่วยกันหลายคน งมหาเท่าไรก็ไม่เจอ สระน้ำก็ไม่ใหญ่เท่าไร แต่ลึกงมหาเท่าไรก็ไม่เจอ แม่ถึงกับร้องไห้ ค่อนสว่างมีคนเจอแดง ตาไฟ นอนหมดสติห่างจากสระน้ำตก 50 เมตร นอนติดกองแกลบ (ขี้ลีบ) อยู่เขาว่าปลาไหลเผือก หรือปลาไหล จะแพ้แกลบ เขาไปได้อย่างไร ไปด้วยฤทธิ์ ไปโผล่ห่างจากสระไกลตก 50 เมตร แดง ตาไฟ นี้ ถ้าเมาเข้าไป บางครั้งนอนขวางทางเลย (ขวางถนน) คนขี่รถมาจะเห็นเป็นงูเหลือม นอนขวางถนนอยู่ไม่มีใครเหยียบเขาเลย ตอนเริ่มมีอายุเขาจะทำประจำ

