หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

หลวงพ่อกวย

ไม่รู้ไม่ผิด


หลวงพ่อกวยท่านเป็นพระที่สมถะ มักน้อย สันโดษ ชอบเก็บตัวไม่โอ้อวด ไม่ถามไม่พูด ไม่คุยไม่แสดงตัว ไม่ยอมให้หนังสือพระเครื่องนำประวัติอภินิหารมาลง การที่หลวงพ่อไม่โอ้อวด ไม่แสดงตัวนั้นก็เป็นการถูกต้องตามวิสัยของสมณะที่ดี แต่ข้อเสียก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน คือคนไม่รู้จัก เมื่อไม่รู้จักมาก่อนก็ไม่ศรัทธา แทบทุกครั้งที่หลวงพ่อไปกิจนิมนต์พุทธาภิเษก หลวงพ่อจะนั่งพับเพียบเรียบร้อยสงบเสงี่ยม คล้ายพระหลวงตาธรรมดา หลวงพ่อ หลวงปู่องค์อื่นที่ไปงานพุทธาภิเษกเขานั่งรถเก๋งไป มีศิษย์ติดตาม เมื่อไปถึงก็มีศิษย์ที่รู้จักเข้าไปกราบเข้าไปบีบ เข้าไปนวด บ้างก็ขอชานหมาก บ้างก็ขอเหรียญให้ชุลมุนวุ่นวายไปหมด แต่กับหลวงพ่อกวยแล้ว ไม่มีใครเข้าไปขอเหรียญ ขอชานหมาก ไม่มีใครตะบันหมากถวาย ปัจจัยก็ไม่มีใครเขาถวาย ดู ๆ แล้วก็นึกสะเทือนใจ แต่หลวงพ่อก็คือหลวงพ่อ ท่านก็วางเฉย ไม่สนใจใยดี


จะขอเล่าเรื่องที่คนเขาไม่รู้จักหลวงพ่อเอาไว้สักเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เป็นคำบอกเล่าของหมอเฉลียว เดชมา คือ หมอเฉลียวเขามีมอเตอร์ไซค์ สมัยก่อนใครมีรถมอเตอร์ไซค์ ก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะแถวหัวเด่นและบ้านแค สมัยก่อนยังนิยมเดินเท้า และขี่จักรยานอยู่ เวลาหลวงพ่อจะไปธุระก็อาศัยรถมอเตอร์ไซค์ของหมอเฉลียวนี่แหละ วันนั้นหลวงพ่อไปธุระที่จังหวัดสิงห์บุรีกับหมอเฉลียว ขณะที่หลวงพ่อเดินซื้อของอยู่ที่ตลาดพอดีไปเจอกับเถ้าแก่ฮะ ซึ่งเป็นศิษย์อยู่อำเภอสรรคบุรี เมื่อเถ้าแก่ฮะเห็นหลวงพ่อก็ยกมือไหว้แล้วนิมนต์หลวงพ่อนั่งพักที่ร้านยานวัฒนา สิงห์บุรี และได้แนะนำให้เจ้าของร้านได้รู้จักหลวงพ่อ เจ้าของร้านก็คุยกับหลวงพ่อสักครึ่งชั่วโมงได้ หลวงพ่อก็ลากลับ พอหลวงพ่อจะกลับเจ้าของร้านได้พูดกับหลวงพ่อว่า แล้ววันหน้าดิฉันจะไปเที่ยวที่วัด ตอนนี้ฉันยังไม่ทำบุญกับหลวงพ่อหรอก เพราะฉันเคยทำบุญพระอื่น ๆ มามากแล้วไม่ได้บุญ พอทำบุญไปพอมืดได้ข่าวว่าพระไปนั่งเล่นไพ่ อยู่บนโรงแรม นั่นแน่ ฉันจะขอไปดูที่วัดก่อน หลวงพ่อพอได้ยินเจ้าของร้านพูดอย่างนั้นก็หน้าเสีย เลยพูดกับหมอเฉลียวว่า ทำไมเขาจึงพูดอย่างนี้กับเรา เราก็ไม่ได้มาบอกบุญ หรือเรี่ยไร แล้วท่านก็พูดว่า สงสัยร้านนี้คงจะเคยถูกพระหลอกมาบ้างแล้ว พระสมัยนี้หากินก็เยอะเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ถือสาเขาหรอก เพราะเขาไม่รู้จักเรา เขาไม่รู้ถือว่าไม่ผิด แต่ก็คงไม่กี่วันยายคนนี้คงจะไปที่วัดจริง ๆ


อยู่ต่อมาไม่นานเจ้าของร้านยานวัฒนาก็มาที่วัดของหลวงพ่อจริง ๆ เมื่อมาถึงก็มาเดินรอบ ๆ วัด ซึ่งหลวงพ่อกำลังก่อสร้างอุโบสถอยู่ เจ้าของร้านได้เล่าเรื่องให้หลวงพ่อฟังว่า ตอนนี้ได้มาเห็นวัดแล้วรู้สึกศรัทธาอยากจะทำบุญ แต่ติดขัดตรงที่ตอนนี้ที่บ้านกำลังเดือดร้อน รถบัสไม่ได้วิ่ง เขาหาว่าไปชนเขา คนขับรถกับกระเป๋ารถก็ติดคุกอยู่ที่อำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ เรื่องก็ยังไม่เสร็จ ๒ ปีแล้ว หมดเงินไปหลายหมื่นเต็มทน ทนายก็มาขอเงินเรื่อย คนขับรถกับกระเป๋าก็ต้องจ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือนสงสารลูกเมียเขา หลวงพ่อได้ถามว่าทำไมต้องจ่ายเงินเดือนด้วย เจ้าของร้านก็ตอบว่า สงสารลูกเมียเขา และพูดว่าคนขับรถของเขานั้นไม่ผิดเป็นคนดี วันเกิดเหตุมีรถของคนอื่นชนกันอยู่ก่อน ใหม่ ๆ พอดีมีรถบัสของดิฉันมาพอดี ก็จะแซงเพื่อขึ้นหน้าไป เกิดแซงไม่พ้น รถเกิดตกถนนเลยไปไม่ได้ ตำรวจมาพอดีเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่าคนขับรถของดิฉันขับรถชนท้ายรถคันข้างหน้า ทำให้รถชนกัน จะพูดอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็ไม่ฟัง เลยต้องขึ้นศาลตอนนี้เป็นความกันอยู่ ๒ ปีแล้ว หลวงพ่อพอจะมีทางช่วยเหลืออะไรได้บ้างหรือเปล่า


หลวงพ่อได้แนะนำว่าให้ไปขอประกันตัวคนขับรถกับกระเป๋ามาได้หรือไม่ ให้มาที่วัดนี่สักหน่อย เจ้าของร้านยานวัฒนาจึงกลับไปขอประกันตัวคนขับรถกับกระเป๋ารถ ๒ คน มากราบหลวงพ่อ ให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้ เล่ากันว่าน้ำมนต์ของหลวงพ่อกวยนั้น ถ้าใครได้รดหากมีเรื่องเดือดร้อนถึงตายจะไม่ตาย ถ้าเป็นความอยู่ แม้ใครได้ระลึกถึงได้มากราบ ได้รดน้ำมนต์จากท่านละก็จะสำเร็จตามที่ขอจากท่านทุกคน เพราะน้ำมนต์ของหลวงพ่อ หลวงพ่อได้อ้างถึงบารมี ๑๐ ของพระพุทธเจ้า จากพระแม่ธรณี แม้ในใบพระคาถาของหลวงพ่อที่ผมผู้เขียนได้เก็บรักษาไว้ หลวงพ่อเขียนไว้ว่า พระมนต์นี้ใช้เรียกนางแม่ธรณี ถ้าไม่มาอกแตกตาย โอกาสหน้าผู้เขียนจะเขียนพระมนต์นี้ให้เรียนไว้ทั่วกัน


เมื่อคนขับรถและกระเป๋ารถ เจ้าของร้านยานวัฒนากลับไปแล้ว อยู่ต่อมาอีกไม่กี่วันเจ้าของร้านยานวัฒนาก็พาพี่น้อง พ่อแม่ มากันเยอะเลย พร้อมทั้งเอาเงินมาทำบุญสร้างแท่นพระประธานในอุโบสถ เป็นจำนวนเงิน ๑๔,๐๐๐.-บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันบาท) เงินเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ปัจจุบันก็ตกแสนกว่าบาท นับว่าใจถึงมากจริง ๆ และบอกกับหลวงพ่อว่า ลูกน้อง ๒ คนตัดสินยกฟ้องแล้ว และกราบขอโทษหลวงพ่อด้วยที่ไปที่ร้านแล้วไม่รู้จักหลวงพ่อ ในวันนั้นเจ้าของร้านได้เช่าวัตถุมงคลของหลวงพ่อเอาไปทุกอย่าง เรียกว่ามีอะไรเช่าทุกแบบ เช่าไปทั้งหมดหมื่นกว่าบาท และได้นำเทียนจำพรรษามาถวายวัดหลวงพ่อทุกปี แม้ว่าหลวงพ่อจะมรณภาพไปแล้ว เขาก็ยังเคารพอยู่ ยังนำเทียนจำพรรษามาถวายให้วัดทุกปีเช่นกัน นับว่ามีความกตัญญูต่อหลวงพ่ออย่างสูง


ที่มา : จดหมายเหตุพระเกจิ