
หลวงพ่อกวยเป็นพระองค์หนึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นพระยุคสุดท้ายที่สร้างพระเครื่องด้วยมือ และท่านมีความมั่นใจในพระเครื่องของท่าน ท่านเคยพูดว่า "พระของท่าน 1 องค์ สามารถช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากได้ ถึงขนาดจะล้มละลาย หรือตายก่อนกำหนด ท่านยังพูดว่า อานิสงส์ที่ได้ช่วยชีวิตคนตกทุกข์ได้ยาก จะล้มละลาย จะตายก่อนกำหนดนี้ มีอานิสงส์เทียบเท่ากับการสร้างเจดีย์ 7 ชั้น 9 ยอด" แต่ทางศิษย์มีความเห็นตรงกันว่า พระเครื่องของหลวงพ่อ โดยเฉพาะพระผง จะมีอำนาจทางตัดวิบากกรรมได้
เรื่องยืนยันเป็นเรื่องเก่า คือพี่ชายของคุณพี่ติ่ง ทำงานอยู่ปีโตรเลี่ยม ขณะกำลังอภิปรายอยู่เกิดหัวใจล้มเหลว เขาได้โทรศัพท์มาหาพี่ติ่ง พี่ดิ่งได้จุดธูป 9 ดอก บอกร้องขอชีวิตต่อหลวงพ่อ ได้บนด้วยขนมจีนน้ำยา, พวงมาลัย, กระบี่ กระบอง 1 ชุดใหญ่ ปรากฏว่าพี่ชายของเขารอดชีวิตมาได้
อีกเรื่องหนึ่ง เจ้าของเป็นพนักงานดูแลสัตว์ป้าสงวน ได้พบลูกสัตว์กำลังไม่สบายอย่างมาก แต่เขาไม่มีเวลาดูแลเขาได้นำรูปหล่อรุ่นแรกของหลวงพ่อวางข้างๆ ลูกสัตว์นั้น ปรากฏว่าลูกสัตว์นี้มีชีวิตอยู่ได้เป็นวันเป็นคืน แต่พอเขาเอารูปหล่อรุ่นแรกออกมาจากที่นอนของลูกสัตว์ ปรากฏว่าไม่นานลูกสัตว์นั้นก็เสียชีวิตตายเลย
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องเก่าเช่นกันมีพยาบาลท่านหนึ่งได้คล้องพระพิมพ์สรรค์ ขณะเข้าเวรมีคนกำลังจะตายอยู่ 1 คน เขาอยากจะทดลองดูว่า พระพิมพ์สรรค์นี้ ผีและยมฑูตจะเกรงกลัวจริงหรือไม่ เธอได้ไปยืนอยู่ข้างคนจะตายแต่ไม่ยอมขาดใจตายสักที เธอยืนอยู่นานพอสมควร พอเธอเดินพ้นออกมาคนเจ็บก็เสียชีวิตทันที
เรื่องการฝืนกฎแห่งกรรม หรือฝืนชะตาลิขิดนี้ แม้ตัวหลวงพ่อเองท่านได้ลงปฏิทินว่า ท่านจะมรณภาพวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2522 เวลา 11.55 น.ก็ตาม แต่เอาจริงๆ วันที่ 11 เมษา ท่านไม่มรณภาพ ท่านมามรณภาพวันที่ 12 เมษา และที่มรณภาพเพราะได้ย้ายท่านออกจากกุฏิมาอยู่ที่หอสวดมนต์
อีกเรื่องหนึ่ง มีศิษย์ของหลวงพ่อ 2 คน สามี-ภรรยา สามีถ้าจำไม่ผิดชื่อน้อย ได้พาภรรยาขี่รถมอเตอร์ไซค์จะไปชัยนาท ก่อนเข้าชัยนาท ถ้าไปทางสรรคบุรี ถ้าเลี้ยวขวาจะไปเขื่อนเจ้าพระยา ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปวัดสิงห์ไปวัดหลวงพ่อปากคลอง ถ้าตรงไปจะข้ามสะพานใหม่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปตัวจังหวัดชัยนาท สมัยก่อนนั้นยังไม่มีไฟแดง นายน้อยก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปธรรมดา แต่ไม่รู้ว่ารถกระบะวิ่งมาจากไหนเร็วมาก ชนรถของนายน้อย พร้อมนายน้อยและภรรยา ชนรถเละเลย นายน้อยและภรรยากระเด็นตกลงไปข้างคลอง แต่ก่อนที่จะหมดสติ ขณะโดนชน นายน้อยได้ร้องเรียกให้หลวงพ่อกวยช่วย กว่าพลเมืองดีจะพานายน้อยและภรรยามาส่งที่ รพ.ชัยนาท ก็นานมาก นายน้อยและภรรยาขณะนอนหมดสติ หมอได้ตรวจดูร่างกายพร้อมเอ็กซเรย์ ปรากฏว่าไม่เป็นอะไรเลย ทั้งๆ ที่ความแรงของการชน ชนขนาดรถกระบะไม่สามารถขับต่อไปได้ หม้อน้ำแตก ขณะที่มีคนมามุงดูอยู่นั้น มีคนได้หยิบพระของนายน้อยและของภรรยาขึ้นมาดู นายน้อยคล้องรูปหล่อรุ่น 2 ภรรยาคล้องเหรียญโล่ห์ มีแม่ชีองค์หนึ่งเข้าใจว่าพอจะมีอาคมหรือสมาธิทางจิตดีพอสมควร ได้พูดทางกายและจิตกับหลวงพ่อ แม่ชีได้พูดว่าหลวงพ่อองค์นี้เก่งเหลือเกิน อยากรู้ว่าท่านชื่ออะไร อยู่วัดไหน ตอนนั้นนายน้อยกำลังสลบอยู่ ได้พูดขณะสลบแต่ไม่ใช่เสียงของนายน้อย เป็นเสียงของพระชราองค์หนึ่ง พูดจาเสียงก้องกังวาลมีอำนาจ ท่านพูดว่า "ข้าชื่อ พระกวย อยู่วัดบ้านแค ไอ้น้อยมันนับถือข้า มันโดนรถชน มันเรียกให้ข้าช่วย ข้าเลยมาช่วยมัน" อยู่ต่อมาไม่นาน นายน้อยและภรรยาก็ฟื้นจากสลบ
อีกเรื่องหนึ่ง จดหมายของคุณพี่มนู รัตนลีลาวุฒิ ซึ่งลูกชายได้รับอุบัติเหตุ เลือดคั่งในสมองแต่ไม่ต้องเจาะก็หายได้ ตี 1 ของวันที่ 21 ม.ค.41 ผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของลูกว่าลูกผมประสบอุบัติเหตุ อยู่ห้องไอซียู ร.พ.ภูมิพล จึงได้โทร.บอกน้องชายซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันให้เอารถมารับ ระหว่างรออยู่ใจก็นึกถึงหลวงพ่อกวย จึงได้จุดธูป 9 ดอก อธิษฐานขอบารมีหลวงพ่อให้ช่วยลูกผมให้ปลอดภัยจากเหตุที่เกิดขึ้นนี้ พอไปดู ผมก็ทำใจ ลูกผมหายใจเองไม่ได้ หมอให้เครื่องช่วยหายใจ ไม่รู้ตัวเลย ผลการเอ็กซเรย์พบว่ากระโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง หมอว่าอาการค่อนข้างหนัก อาจจะต้องผ่าตัด ผมเอามือวางบนหัวลูกใจ นึกถึงหลวงพ่อขอให้ท่านช่วย ผมได้จุดธูปขอท่านอยู่ห้าวัน และอาการลูกผมก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ วันที่ 6 ผมได้ย้ายไปรักษาต่อที่ ร.พ.เมโย หมอสั่งให้เอ็กซเรย์สมองใหม่ พบว่าดีขึ้น และพบว่ากระดูกไหปลาร้า ขา และนิ้วชี้ซ้ายหัก ซึ่งก็แค่ใส่เฝือก และผมได้พบพยาบาลจากภูมิพลซึ่งมาเข้าเวรที่เมโย เขายังว่าดูท่าเด็กคนนี้ที่เห็นวันแรก ทำจะไม่รอด ดีแล้วที่ฟื้นตัวได้เร็ว ตอนนี้ลูกผมพักรักษาอยู่ที่บ้าน ผมซาบซึ้งในความเมดดาของหลวงพ่อที่ช่วยให้เหตุการณ์ครั้งนี้ผ่าน พ้นไปด้วยดี จึงเขียนมาเพื่อเผยแพร่บารมีที่ท่านมีต่อศิษย์ทุกคนต่อไป
อีกเรื่องหนึ่ง สวัสดีครับอาจารย์เฒ่าที่เคารพ ผมไม่ทราบว่าอาจารย์จะจำผมได้หรือเปล่า ผมบัณฑิต เก่งทอง ที่ไปเรียนวิทยาศาสตร์เคมีอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ปัจจุบันผมได้สำเร็จการศึกษาแล้ว ผมส่งเงินมาทำบุญ 600 บาทคือเข้ามูลนิธิ 300 บาท อีก 300 บาท ผมฝากทำบุญสร้างถาวรวัตถุที่วัดไหนก็ได้ที่อาจารย์เห็นว่าสมควร ผมจะขอบคุณมากครับ ที่ผมส่งเงินมาทำบุญนี้คือผมจะแก้บนกับหลวงพ่อกวยครับ คือเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 40 ที่ผ่านมา บิดาของผมได้เป็นโรคเส้นเลือดแตกในสมองบริเวณก้านสมอง ซึ่งเป็นบริเวณที่รักษายากมาก คือพอวันแรกที่พ่อผมเข้าโรงพยาบาลที่เพชรบุรีก็เข้าห้องไอซียู ตอนนั้นขยับตัวไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้กัน หมอก็เรียกพวกผมและครอบครัวเข้าไปคุย บอกว่าตอนนี้มีเลือดออกในสมอง อีกประมาณ 3 วัน สมองจะบวม ถ้าคนไข้ทนไม่ไหวก็อาจจะเสียชีวิตได้ ขอให้ทำใจกัน และหมอให้ตัดสินใจว่าจะส่งเข้ากรุงเทพฯ ดีหรือไม่ ผมขอเวลาตัดสินใจก่อน คือในขณะนั้นผมเพิ่งจะบวชพระได้เพียงสิบกว่าวันเท่านั้นเมื่อผมกลับถึงวัดผมได้จุดธูปกลางแจ้งบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่สำคัญคือหลวงพ่อกวย ชุตินธโร ขอชีวิตกับท่าน แล้ววันต่อๆ มาผมย้ายพ่อไปที่ ร.พ.ธนบุรี ที่กรุงเทพฯ อยู่ในห้องไอซียู ถึง 3 เดือน เป็นอัมพาต ต้องเจาะคอช่วยหายใจ ผมสึกแล้วก็ไปเฝ้าพ่อผม ผมพยายามขอให้หลวงพ่อช่วย ซึ่งหลวงพ่อก็ช่วยผมคืออาการค่อยๆ ดีขึ้น จนออกจากห้องไอซียูได้ ปัจจุบันได้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้วครับ เริ่มเดินได้ พูดได้ พ่อเล่าให้ฟังว่าตอนที่ไม่รู้สึกตัวนั้น พ่อได้รู้สึกว่าตัวเองได้ไปแล้ว คือรู้ว่าวิญญาณตัวเองออกจากตัวไปที่ถนนเส้นหนึ่ง แล้วยืนรอคนมารับ ยืนรออยู่นาน ไม่มีใครมารับแล้วท่านก็ฟื้นขึ้นมา ที่ผมเล่ามาทั้งหมดคืออยากจะกราบขอบคุณหลวงพ่อซึ่งถ้าผู้ใดได้รู้อาจจะบอกว่าบังเอิญก็อาจเป็นไปได้ครับ ขอให้ช่วยกันพิจารณาด้วย
ที่มา นิตยสารนะโม ฉบับที่ 528 อาจารย์เฒ่า สุพรรณ ตอน ขอชีวิตกับหลวงพ่อ

