หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

หลวงพ่อกวย

เรื่องที่ 2 อาจารย์เหวียน มณีนัย คนท่าทอง (อยู่ใกล้ปากน้ำ (ติด) เขตติดต่อกัน เป็นศิษย์พี่ สติไม่ดีนัก ภายหลังอพยพมาอยู่ปากน้ำ วัดเดียวกัน อาจารย์เหวียนเป็นคนมีวิชา ถือวิชาขึ้น สามารถผ่าไม่รวกด้วยแขนได้ มีคนนับถือ เป็นคนที่ยืนยันว่าหลวงพ่อเหนียวจริง เคยใช้คาถานะโมตาบอด (หลังเหรียญรุ่น 2) หายตัวหนีออกจากโรงพยาบาลศรีธัญญาได้ ถ้าใครอยากลองว่า หลวงพ่อกวยจะเหนียวจริงหรือเปล่า เขาจะแอบยิงอาจารย์เหวียน อาจารย์เหวียนจะพกมีดหมออยู่เสมอ จะยิงไม่ออกเลย ที่ออก 1 ครั้ง คือ ขาดสติ ไปทุบรถ 10 ล้อ ของนายอิม คนตลาดปากน้ำ นายอิมเลยขับยิง แต่วิ่งหนีไป มันเหนื่อย เลยคิดสู้ได้ชักมีดหมอ กะจะแทงนายอิม พอจะแทงเท่านั้น ปืนยิงออกเลย โดนตรงกราม ภายหลังมีอายุ คางเบี้ยวเลย ครั้งสุดท้าย ได้บวชที่วัดปากน้ำ กุฏิอยู่ติดกับที่นั่ง คนมา เผาศพ (ติดเมรุ) อาจารย์เหวียนเอาปืนลูกซองยาวมาขู่คนเผาศพ คน 50 คนได้หนีไปหมด เหลือแต่ผู้เขียน คือ ผู้เขียนเป็นคนไม่ค่อยนำพาความตายสักเท่าไร นั่งให้อาจารย์เหวียนยิงดู ยิงไป 3-4 นัด ไม่ออก (มีรูปหล่อรุ่น 1 คล้องคออยู่) และหัวค่ำของวันนั้น เจ้าอาวาสได้แจ้งจับ อาจารย์เหวียนข้อหาก่อความไม่สงบ ตำรวจมา 3 คน ตำรวจก็บ้าโง่ด้วย จะเอาของในย่ามอาจารย์เหวียน, ปืนด้วย ตำรวจ 3 คนยิงอาจารย์เหวียนไม่ออก ยิงหลายสิบนัดไม่ออก ตำรวจเลยเอาไปช๊อต จับตัวไปส่งสถานีตำรวจอำเภอเดิมบางนางบวช สารวัตรด่าตำรวจเสียหาย ในห้องขังมีคนเมา 1 คน ขังปนกับคนขาดสติ คงไม่ได้นอน วันสองวันก็ปล่อยตัวมา มีดหมอ, พระ, ปลัด, โดนยึด ตะกรุดด้วย อย่างละ 2-3 องค์ (ชิ้น) ผู้เขียนไปเยี่ยมไปตามได้ปลัดงาคืนมาตัวเดียว ได้ถามอาจารย์เหวียนว่า ยิงผมทำไม เขาตอบว่า กูทดลองยิงเงาของมึงดูว่าจะยิงออกหรือเปล่า (หลงดีใจว่าตัวเองยิงไม่ออก เคยพาอาจารย์เหวียนไปวัดหาหลวงพ่อ ไปมอเตอร์ไซค์หลายครั้ง)

เรื่องที่ 3 อาจารย์ตี๋ เขาเขียว กับอาจารย์ตี๋ วัดทุ่งมะกรูดเป็นองค์เดียวกัน ภายหลังไปอยู่วัดทุ่งมะกรูด เป็นศิษย์ของหลวงพ่อ, ศิษย์หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่, ศิษย์หลวงปู่อิ่ม วัดหัวเขา มีพลังจิตนั่งบนน้ำได้ ร้อนวิชา (ผู้เขียนเคยพาท่านไปวัดหลวงพ่อบ่อยพอ ๆ กับ อาจารย์เหวียน) ถ้าท่านว่างจะมาเที่ยวบ้าน แม่บ้านผัดข้าวผัดให้ฉัน แล้วก็นอนเล่น จับยามสามตาแม่น ผู้เขียนเคยเล่นพนันมวย สมัยแสนศักดิ์, เขาทราย, ชนะน๊อคเอาท์หรือเปล่าตอบได้ ว่าคาถาปัดลมปัดฝนได้เก่ง เคยมาบ้านเจอมีดหมอวางเรียงกันที่โต๊ะบูชาพระ ขอผู้เขียน 1 เล่มต้องรีบหยิบให้ เอาขี้เหล่สุด เล่มที่ผู้เขียนตีใช้เอง อาจารย์ตี๋ท่านไม่ค่อยจะเรียบร้อย คนเลยเคารพมั่ง ไม่เคารพมั่ง อยู่เขาเขียว แต่องค์เดียว อยู่กุฏิเก่า คล้ายบ้านเก่าๆ โทรมๆ มีคนร้ายมางัดกุฏิของท่านขณะยังอยู่เห็น ๆ มันกะงัดเข้าไป ถ้าขัดขืนมันก็จะทุบ, ตี, ฆ่าฯ ท่านก็พูดกับมัน แต่มันไม่สนใจ ท่านหยิบมีดหมอมาอธิษฐานปาไปที่ประตู แล้วคนร้ายก็หนีไป วันรุ่งขึ้น 2 - 3 วัน มีงานศพที่วัดกำมะเชียร (วัดใกล้กัน) เขานิมนต์ท่านไป ปรากฏว่าคนตายเป็นคนร้าย นอนตายร้องลิ้นจุกปากตาย ถัดไปที่วัดที่ปากดง (ไม่ไกลกัน) ก็เป็นศพตายอีก 2 ศพ ทราบว่ามาด้วยกัน นี่คืออิทธิฤทธิ์ของมีดหมอของหลวงพ่อ ผิดบาปอย่างไรไม่รู้ เพราะคนร้ายก็ร้ายจริง ๆ ร้ายกว่านี้ ที่วัดท่าน มีกรรมการวัดอยู่ แต่โกงเงินวัด อาจารย์ตี๋จะนำมาก่อสร้างก็ไม่ให้ ทวงกันไปทวงกันมา อาจารย์ตี๋ ออกเสียงทางไมค์ (ตามสาย) คนร้ายเลยเผาวัดเลย อยู่ต่อมาก็งัดแงะ (อยู่กุฏิอีกฝั่ง อยู่ติดเขาเขียว) ได้งัดแงะเข้าไป ทุบตีสลบเลย แต่ยิงไม่ออก ทุบ 2 ครั้ง ขนของไปได้ ครั้งสุดท้ายวิญญาณออกนอกร่างไปบอกศิษย์ที่กรุงเทพ ให้พาไปส่งโรงพยาบาลหน่อย ครั้งสุดท้ายคนร้ายตีท่านคางเบี้ยวเลย อาจารย์ตี๋นี้ได้สร้างรูปขาว-ดำ ของหลวงพ่อ ปี พ.ศ. 2515 ให้หลวงพ่อเสกให้ สร้างที่ร้านศิลป์ธรรมชาติ อำเภอสามชุก สุพรรณบุรี เป็นรูปโปสการ์ดรูปกระดาน 3 แผ่น (สร้างขนาด 24 นิ้วด้วย), และทำรูปเสกวัตถุมงคล ปี 12, 15 ทำรูปคู่กับไอ้ธง (ทำขนาด 24 นิ้วด้วย), ทำรูปหลวงพ่อปากคลอง, ทำรูปอาจารย์เย็น วัดสระเปรียญ, ทำรูปหลวงปู่บุดดาด้วยฯ รูปตกค้างที่ลูกสาวบุญธรรมวัดทุ่งมะกรูด ส่วนมีดนายแจ้ง ได้ไป (คนแต่งเพลงไก่จ๋า ให้สายัณห์ร้อง) ภายหลังผู้เขียนได้ซื้อคืน ฑิต ท่ายาง ได้ไป

ผู้เขียนเคยพาท่านไปวัดหลวงพ่อ ไปหาไปเรียนวิชา ระหว่างทางผ่านวัดอาจารย์เตี้ย (พระครูปลัดฝุ่น) ท่านแวะไปหาอาจารย์เตี้ย เพราะเป็นศิษย์ของหลวงพ่อ ระหว่างสนทนา อาจารย์ตี๋พูดว่า เขาว่าท่านเตี้ย สะเดาะกลอนได้จริงหรือ อาจารย์เตี้ย ตอบว่า ฆ้อน, ใช้ฆ้อน, อาจารย์เตี้ยถามว่า เขาว่าท่านตี๋นั่งบนน้ำได้จริงหรือ อาจารย์ตี้ตอบว่า คนนะไม่ใช่เทวดา จะได้นั่งบนน้ำได้ อาจารย์เตี้ย (พระครูปลัดฝุ่น) เคยทำไม่ดีครั้งหนึ่ง คือจัดให้คนสามเอก (แม่น้ำวังกุลา เคยเป็นที่อยู่ของชาวกุลา) แข่งเรือกัน เรือเล็กๆ ตอนจบของงาน ท่านบอกว่า เดี่ยวมาดูเรือของท่านแข่งกันบ้าง ชาวบ้าน 2 ฝั่งแม่น้ำกุลา เต็มไปหมด แล้วท่านก็จุดธูป 2 ดอก ปักริมแม่น้ำ สักพักมีจระเข้ 3 ตัว โผล่จากแม่น้ำ แล้วว่ายแข่งกัน แบบลอย ๆ ทั้งตัว ชาวบ้านสั่นกันไปหมด วิ่งหนี และแล้วก็ไม่มีใครลงอาบน้ำในแม่น้ำ นานเป็นปี อาจารย์เตี้ย เคยโดนยิงหลายสิบครั้ง จากเจ้ามือหวย เพราะท่านชอบให้หวย ยิงไม่ออกเลย ท่านมีมีดหมอของหลวงพ่อเหน็บเอวตลอดเวลายามคนร้ายมา (ค่ำคืน) อาจารย์ตี๋ก็ยิงไม่ออก เพราะพกมีดหมอ แม้คนร้ายจะค้นตัวก็ไม่เจอ มาขอผู้เขียนประจำ ขอยุติ (สมมุติ) ว่าจบตอนมีดหมอแต่เท่านี้...

ปล. ผู้เขียนคิดทำย้อนยุค แต่ให้ดีสักครั้ง แต่ต้นทุนการทำแพงเหลือเกิน การบรรจุมีดหมอปากกาบรรจุยาก เดี๋ยวนี้ควรพกพาชนิดปากกา หรือขนาดจิ๋วคล้องคอจะดีมาก ถ้าบุญมีคงได้ทำไว้ฝากสืบต่อวิชา 21 พ.ย.62 จบเรื่อง มีดหมอ คิดทำให้, หนังสือ, สิงห์, กุมารทอง, ประคำฯ คิดทำให้แต่ 1-3, -10 ปีนี้ เศรษฐกิจย่ำแย่มากถ้าแก้ไม่ได้จะถึง 10 ปี ผู้เขียนไม่กล้าทำอะไร เพราะเงินทองหายาก, คนตกงานมีมาก ไม่กล้ารบกวนใคร และเป็นปลายชีวิตของผู้เขียนพอดี อาจจากกันก่อน อาจไม่ได้ทำ กราบขอโทษ (คิดทำกริ่งมนต์พระกาฬอีกสัก 1 รุ่น)

เรื่องมีดหมอนี้ คาถาปลุกใช้อาวุธ ลงท้ายด้วยคาถาคัดผี, คัดวิชา คาถามีดใช้บทนี้ ใช้บทของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ก็ได้....

15. เม็ดสร้อยประคำ

สร้อยประคำเป็นเครื่องรางชนิดหนึ่ง พระจีนบางนิกายต้องใส่เพราะจำเป็น ฤาษีนิยมใช้ พระนิกายของเรา เกจิอาจารย์บางรูปนิยมใช้ดูแล้วก็ขึงขังดี พระภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคอีสาน, นิยมใช้เป็นบางรูป ประคำนี้คล้องไว้เพื่อฝึกสติ นำเม็ดประคำที่ร้อยมาประกอบเวลาสวดมนต์หรือเสกของ 1 เม็ดต่อ 1 บทเป็นต้น ประคำประกอบด้วยเม็ดประคำ 108 เม็ด เป็นคำในบทสวดอิติปิโส 3 บท บทแรก + บทสอง + บท 3 รวมกันได้ 108 คำ บางองค์ชอบยาว ๆ ก็เพิ่มเม็ดเอา พระภาคกลาง, ใต้, อีสาน ไม่ค่อยกล้าใส่ นิยมใส่อยู่ที่วัด เวลาสวดมนต์ นิยมทำจากวัสดุต่าง ๆ เช่น กะลา, ไม้, เม็ดประคำดีควาย, ลูกลาน, หยก, หินดำภูเขาไฟ, แก้วตาเสือ, คตไม้สัก, ผงผสมว่านปั้นขึ้นด้วยอาคม ใช้ทำกันตัว หลวงพ่อทำไว้บ้าง ศิษย์ไปหาเอามาให้ลงให้เสกให้ หมอยานิยมใช้, ศิษย์ที่เรียนอาคม ชอบภาวนา นิยมบูชาจากวัด หรือ หานำไปให้หลวงพ่อเสกให้ มีหยก, คตไม้สัก, ไม้แก่น เช่น แก่นมะขาม, หินดำภูเขาไฟ (ท่านชอบใช้) ผ้าขอด 108 ปม, เม็ดประคำดีควาย, ประคำกะโหลกผีทำจากกระดูกพระตายในถ้ำ 108 องค์, ประคำกะโหลกแกะจากกระดูกช้าง, ม้า, วัว, ควาย, เสือ และกระดูกคน แบบหลังสุดนี้เฮี้ยนมาก ทั้งกระดูกแกะ และผงผีพระ แต่เอาเข้าจริง ผู้เขียนไม่เคยเห็นท่านคล้องคอเลย แม้มีดหมอ ผู้เขียนก็ไม่เคยเห็นว่าใช้ขับผี แค่เดินเข้าวัดคนโดนผีเข้า ผีก็ออกแล้ว

จะขอเล่าถึงคุณวิเศษของเม็ดประคำไว้ ดังนี้

เรื่องแรก 1 ผู้เขียนเคยใช้อยู่บ้าน เป็นประคำที่ทำจากคตไม้สัก สวยมาก ลวดลายสวยใส่แอบไว้ในเสื้อ อาจารย์กริ่งบอกจะออกพระสังกัจจายน์หน้าตัก 7 นิ้ว เนื้อปูนให้ เลยไปวัดสระเปรียญ (ตอนนั้นจำพรรษาที่วัดนี้) พระองค์นี้เป็นพระต้นแบบ ที่ทางวัดของหลวงพ่อนำไปถอดแล้วทำเป็นเนื้อปูนขาวตัน ๆ (สวยมาก) เมื่อตกลงราคากันแล้ว ก็จะจ่ายเงิน พอจะจ่ายเงิน อัศจรรย์สร้อยประคำขาดเฉย ๆ เลย ผู้เขียนเลยขอเก็บเม็ดประคำก่อน เก็บไปก็นับเม็ดประคำปี พอดีได้สติ คิดว่าหลวงพ่อคงมาเตือน พอเก็บเม็ดประคำได้หมด 108 เม็ด ได้ไปขอดูพระสังกัจจายน์ใหม่ ปรากฏว่า พระเป็นของปลอม คนทำปลอม ชุ่ยนำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่รองพระเวลาทำ ไม่แกะกระดาษออก หนังสือพิมพ์ 3-4 ชิ้นที่รองเป็นหนังสือพิมพ์ใหม่ แต่พระดูทำเก่า งานนี้เลยไม่เสียเงิน เช่าของปลอม ประคำนี้ใช้นับเวลาเสกของก็ดี นับภาวนาจิตจะสงบไว

เรื่องที่ 2 ที่วัดของหลวงพ่อ นิยมจัดงานประจำปี อยู่หลายครั้ง แปลกคือ มีการเล่น 1-2 อย่าง วัดอื่นจัดไม่ได้ คือ มวย (ให้โรงเรียนดำเนินการ) รวมทั้ง รำวง ด้วย ถ้าจัดที่อื่นมักมีเรื่อง ตีกัน, ยิงกัน, ประจำ แต่วัดของหลวงพ่อจัดได้ ภาพยนตร์ หนัง, ลิเก จัดบ่อยกว่าเขา เป็นเรื่องแปลก ถ้าฉายหนังอยู่ ถ้ามีบทโป้หรือบทพระเอกนางเอกแสดงบทรักกัน ฟิล์มหนังจะร่วงลงมาเอง คนฉายประจำจะรู้ คนบ้านแครู้ ต้องกรอตอนบทพระเอกกับนางเอก แสดงบทโป้ ข้ามโป้ หนังจึงจะดูได้ ซึ่งไม่ปรากฏในหลวงพ่อองค์อื่น ๆ เลย นักมวยเชื่อกันว่า ถ้าได้กิน, อาบ, ให้น้ำบนเวที เขาจะไม่แตกเลย ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะมีฉายาศอกมีดโกน ศอก 1,000 แผล, ศอกไร้น้ำใจ ก็จะตีศอกศิษย์ของหลวงพ่อไม่แตก คุณพี่สมนึก ไทรแก้วเรือง เคยเปิดค่ายมวยชื่อ “สิงห์นรชัย” ที่อังกฤษ เขานำเหรียญหลังหนุมานไปทำน้ำมนต์ ให้ศิษย์ในค่ายดื่มกิน ลูกศิษย์ของเขาก็ไม่เคยมีใครโดนตีศอกแตกเลย ขุนทัพเล็ก (นักมวย) ชกกับใครไม่เคยแตกเลย เป็นศิษย์ของหลวงพ่อ บ้านอยู่โพธิ์งาม

ลิเกหรือนาฏดนตรี แต่ก่อนนิยมมาก มาเบื่อหน่ายไม่นิยมกันในยุคนี้ (2562) รำวงก็ด้วย ต้องนำเสนอแบบย้อนยุค ลิเกนี้ เดิมมาจากอินเดีย ระนาดก็อินเดีย เดี๋ยวนี้ลิเกในอินเดียยังเล่นอยู่ ในปีหนึ่งนานมาแล้ว สมัยหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ คณะกรรมการวัด ได้จัดหาลิเกเก่งสุดในชัยนาท มาประชันกับลิเกของจำหรัดอ่างทอง (จ.อ่างทองนี้ลิเกของจังหวัดนี้โด่งดังในอดีตเป็นอันดับ 1) โดยตัดสินที่คนดู กรรมการวัดคิดผิด คนดูเบื่อลิเกชัยนาทเต็มที ผลการตัดสิน ลิเกชัยนาทแพ้แบบหน้าอาย การแข่งขันยังไม่จบแต่แค่นั้น ทางวัดจัดให้ประชันกัน 2 คืน เงินไม่อยากรับ ข้าวกินไม่ได้ เจ้าของคณะลิเกชัยนาท ได้พาคณะลิเกทั้งคณะขึ้นมากราบหลวงพ่อ เล่าความทุกข์ให้ท่านฟัง ถ้าคืนนี้ประชันกัน ถ้าแพ้มันถึงกับความอับอายตลอดชีวิต อนาคตก็อาจดับวูบ เขาพูดว่าคืนนี้ (คืนที่ 2) ถ้าเขาชนะ ในคืนที่ 2 เขาจะเล่นให้ทางวัดฟรี ๆ 1 คืน หลวงพ่อนึกสงสาร ประกอบกับหลวงพ่อนี้มีนิสัยประจำตัวไม่เหมือนใคร ถ้าใครเดือดร้อน ถ้าท่านช่วยได้ ท่านจะช่วยเลย หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้, แจกสีผึ้ง และเปลี่ยนเรื่องให้ใหม่ ชื่อเรื่องของคำคืนนี้ชื่อ “แม่นาคพระโขนง” หลวงพ่อได้เปลี่ยนตัวแสดงใหม่ ให้พระเอกเป็นพระรอง เป็นหมอผี ให้พระรองเป็นพระเอก ชื่อไอ้มาก โดยท่านให้พระรองหมอผี คล้องประคำของท่าน ค่ำของคืนวันนั้น พอเจ้าของคณะประกาศว่าจะแสดงเรื่อง “แม่นาคพระโขนง” เท่านั้น คนมาดู ตั้งแต่หัวค่ำ ดูแล้วไม่กล้าลุกหนี กลัวผีแม่นาค ดูแล้วอินเข้าไปในสมอง นั่งดูกันตัวแข็งไปหมด มีแต่คนมาดูเพิ่ม ลุกหนีจากคณะลิเกอ่างทองจนเกือบหมด สมัยก่อนคนดูก็จะดูกันจริงจัง ไม่ค่อยจะมีอะไรดู ยิ่งตอน พระสวดศพแม่นาค คนดูนั่งดูกันตัวแข็ง ตอนแม่นาคยื่นมือไปหยิบลูกมะนาว ยิ่งน่ากลัว ตกลงลิเกชัยนาทต้องแสดงฟรีให้วัด 1 คืน เมื่อเขาไปแสดงที่อื่น ถ้าเขาคิดว่า เขาอาจแพ้ เขาจะแสดงเรื่องแม่นาค จะระลึกถึงหลวงพ่อ เชิญหลวงพ่อไปดู เขาจะชนะทุกครั้ง (ทุกครั้ง) หนังก็นิยมสร้างเรื่องแม่นาค สร้างกี่ครั้งยังมีคนดู ไม่เคยขาดทุน เรื่องนี้เล่าประกอบเรื่องประคำ ประคำคงมีส่วนช่วยให้ชนะด้วย เพียงแต่หลักฐานไม่แน่ชัด ลิเกนิยมมาขอตาลปัตร จากหลวงพ่อเอาไปปัดรังควาญ ก่อนแสดง เดี๋ยวนี้ก็นิยมอยู่

เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เม็ดประคำของหลวงพ่อ ที่ทำเป็นรูปกะโหลกผี หรือเรียกกันอีกแบบคือ โหงพราย มีขนาดเท่า ๆ กับเม็ดประคำ ทำจาก (แกะจาก) กระดูกผี (คนตาย), กระดูกช้าง, ม้า, วัว, ควายฯ อีกแบบทำจากกระดูกพระมรณภาพพร้อมกัน 108 องค์ มีศิษย์นำกระดูกพระมาถวาย (จ่านุ้ย) ได้มาจากทางใต้, ศิษย์ทางเหนือ ได้จากศิษย์อาจารย์เดียวกัน คือ หลวงพ่อเมือง วัดท่าแหน จังหวัดลำปาง หลวงพ่อได้รับนิมนต์ให้ไปพัก กลับจากการเสกพระครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุดอยสุเทพ พ.ศ. 2515 หลวงพ่อเลยนำมาป่น นำไปสร้างเม็ดประคำรูปหัวกะโหลก หมอผี (หมอยา) อยากได้ไว้ ไปสั่งทำทางพยุหะ สวยกะทัดรัด ความเก่ามีรอยแตกลายงา ผู้เขียนเคยทดลองใส่ดู กำบังได้ นั่งนับประคำ ภรรยาเดินผ่านติด ๆ หาไม่พบ แต่คนมองดูภายนอกดูไม่ดี คล้ายหมอผี จะจำไม่ได้ ดูเป็นคนละคน, คุณบรรพต แจ้งสมบูรณ์ อยู่ครบุรี โคราช นำมาคล้องคอ ถ่ายรูปไม่เหมือนเลย ดูเป็นคนละคน คนเห็นส่วนมากดูน่ากลัว ใครมีควรใส่ในคอแอบแฝงไว้จะดี ดูน่ากลัว มากกว่าเมตตา คุณบรรพต นำไปคล้องไปตีไก่ (พนันตีไก่) ได้บอกกับสร้อยประคำ ให้เทพพรายกะโหลก ไปทำให้ไก่คู่ต่อสู้แพ้ พักเดียว ไก่คู่ต่อสู้แพ้เลย โดยหนีเฉย ๆ เขาทำได้แปลกมาก เคยทำ 2-3 ครั้ง คุณครูอธิป บ้านอยู่โคราช ใช้อยู่ วัยรุ่นกินเหล้า บ้านติด ๆ กัน เสียงดังมืดแล้ว (อาจดึก) ครูอธิป ได้บอกกุมารทอง, ประคำกะโหลกให้ไปจัดการวัยรุ่น เดี๋ยวเดียววงแตก บ้านใครบ้านมัน แปลกมาก

คุณบรรพตเขาเลี้ยงขึ้นมาก ขนาดมาบอกหวย ในฝันได้ มาให้พบตัวได้ คุณครูอธิป เขามีเรื่องอภินิหารมาก เขาเสนอตัวเล่าเรื่องราว โทรหาเขาได้ โทร. 084-888-3681 (นอกเวลาราชการ), คุณบรรพต เบอร์โทร. 089-579-4942

พระเลขาฯ วัดอาจารย์เอก วัดเขาธรรมสร บ้านไร่ อุทัย ก็ได้ไป ท่านรักของท่านมาก ท่านเคยมาขอแบ่งไปใช้ ช่างก่อสร้างในวัด มาด้วย 2-3 คน ผมได้ให้ชนิดตัดจากสร้อย เป็นเม็ด ๆ (ผมไม่อยากให้คนได้เป็นเส้นไป สู้แบ่งคนละ 1-2 เม็ด จะได้มีใช้กัน หลายคน) พบกับภายหลังช่างได้ เล่าว่า ไปธุระกับพระหมดวัดเลย ขากลับมืดดึกแล้ว ในกุฏิ ในห้องพระที่พัก มีคนเปิดปิดไฟให้ ปิดหน้าต่างให้ หน้าตาเฉย เลยทำให้เป็นประจำ ก็แปลกมาก ประคำกะโหลกนี้ ผู้เขียนคิดว่า นำไปร้อยเป็นประคำข้อมือ คงไม่ดี มองดูน่ากลัว ถ้าจะใช้ควรใส่ไว้ในเสื้อจะดีกว่า ให้ตั้งชื่อเขาทางมงคล บอกให้เขาหาข้าว หาน้ำกินเอง ไม่ต้องเรียกบ่อย ก็ขอสมมุติเรื่องสร้อยประคำ แต่เพียงนี้...

ปล. เคยพบของตกค้าง ไม่ได้เสก เขาจะทาสีแดง, ดำ, และเขียว ปัจจุบัน (2563) เคยอ่านหนังสือเจอหนังสือชื่อ แม่นาคพระโขนง มีอาจารย์ฆราวาส ก็สร้างรูปแบบคล้ายกัน แตกลายงาทำได้ เขาเอาไปทอด

 

ที่มา: เฒ่า สุพรรณ
(อ.สมจิตต์ เทียนจันทร์)
56 หมู่ 5 บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ
อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
โทร. 081-943-7368