หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

หลวงพ่อกวย

ปืนปลิดวิญญาณและมีดหมอ (มีดเทพศาสตรา)

 

หลวงพ่อกวยเป็นพระสายบู้และเมตตา และค้าขาย เล่ากันว่า ท่านคือราชครู องค์ก่อนของเมืองสรรคบุรี กลับชาติมาเกิด (เมืองแพรกศรีราชา หรือ เมืองพญาแพรก) เมืองสรรค์เป็นเมืองใหญ่จะมีวัดมหาธาตุอยู่ภายหลัง เมืองชัยนาท และเมืองสรรค์ ต้องมารวมกันจึงหาอำเภอเมือง ระหว่างชัยนาท กับสรรค์ สรรค์มีแม่น้ำน้อยเล็กมาก เลยแพ้เมืองชัยนาท มีแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยก่อนใช้แม่น้ำ เป็นทางส่งของ คมนาคม หลวงพ่อปากคลอง (ศุข) คือ ราชครูองค์ก่อนของชัยนาทกลับมาเกิด ลักษณะของราชครูองค์ก่อน (สมัยสมเด็จโต ยังใช้ราชครูปกครอง คล้ายเจ้าคณะจังหวัด) คือสำเร็จวิชาหลายแขนง คงกระพัน, กำบัง, แคล้วคลาด, เมตตาฯ ทำพระไว้มากพอสมควร เมื่อมรณภาพแล้ว แม้สร้างขึ้นใหม่ ศิษย์ก็นิยม เช่น หลวงพ่อเงิน บางคลาน, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่, หลวงปู่ทวดฯ (ท่านเหล่านี้ เคยเป็นราชครู องค์ก่อนกลับชาติมากเกิด)

แต่ทางศิษย์ที่เกเร นักเลง ทางชัยนาท เขาจะหาหลวงพ่อปากคลอง และยุคต่อมาก็นับถือหลวงพ่อโม, (โต, ปลื้ม, คง) และนับถือหลวงพ่อต่อมา นับถือแบบเทพเจ้า คนจีนเชื่อว่าท่านเป็นเซียน หลวงพ่อปรงก็บอกลูกศิษย์อย่างนั้น ให้มากราบเซียน คือหลวงพ่อกวย พระอาคมก็ตามราชครูของตนเอง จนพบ พระครูร้อย เดชมา เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ก็ดีใจที่ตามหาราชครูของตัวเองเจอ (พระอื่น ๆ ก็ด้วย เจ้าคณะอำเภอหันคา วัดอรัญวาสี, พระครูพิมพ์ เจ้าคณะอำเภอสรรค์ ก็ดีใจที่ตามหาเจอ) เรื่องหลวงพ่อเสกของแล้วยิงไม่ออก ท้าให้ลองได้ ตำรวจ สภ. อ. หันคา, สภอ.สรรคบุรี ทหารจากลพบุรี ไม่รู้ไปรู้ข่าวอะไรผิดๆ มา ว่าหลวงพ่อลงปืนให้ใคร ถ้าเอาปืนนั้นไปยิงใคร ถ้าปืนนั้นไปยิงคน คนเหนียวขนาดไหนก็ยิ่งออก เรียกกันว่า ปืนอาคม, ปืนหมอ, ปืนปลิดวิญญาณฯ ตำรวจ สภอ.หันคา, สภอ.สรรคบุรี และที่อื่นๆ เอาปืนมาให้ลงให้เชื่อกันว่าคัดวิชาได้ มีดหมอชิดซ้ายไปเลย ปั้งเดียว สำลักเลือดตายเลย ผู้เขียนเคยไปเจอตำรวจหนุ่ม ๆ เอาปืนมาให้ท่านลง ท่านรู้ว่า ตำรวจมา ท่านวางย่ามของท่านไว้ข้าง ๆ ท่านหยิบปืนของท่านออกจากย่าม เอาโผล่แต่ด้าม ตำรวจเห็นปืนก็ตกใจ เพราะหลวงพ่อพกปืน ตำรวจถามว่า หลวงพ่อพกปืนเลยหรือท่านตอบ เออ สักพักตำรวจก็เอาปืนสั้นให้ท่านลงให้ เอาไว้ยิงโจร ยิงเสือ (โจร) ที่หนังเหนียวยิงไม่ออก (เรื่องปืนท่านพูดกับตำรวจว่า เดี๋ยวนี้คนมันใจร้าย ยิงได้แม้เจ้าคณะจังหวัด (เจ้าคุณโกย อยุธยา ตำรวจถามท่านว่า ถ้าโจรมันมาปล้น หลวงพ่อตอบว่า ก็สู้กับมัน ถ้ามันกล้ามาปล้น กูจะยิงกับมัน จะยิงให้ไส้แตกเลย ท่านพูดหน้าตาเฉย) แล้วท่านก็เข้าไปในกุฏิ ลงปืนปลิดวิญญาณให้ตำรวจ ตำรวจบอกว่า เอาให้ออกน๊ะ ท่านบอก เออ ท่านเอาตัวตอกลายมีดตอกปืนให้ ลงให้ เสียงลงปืนดังมาก ดังปั้ง, โป้ง, ปังฯ ท่านออกมาเอาปืนส่งให้ ท่านพูดว่าที่นี้ออกแน่ ให้มีวิชาดีขนาดไหนก็ออก ตำรวจหยิบสตางค์จะทำบุญกับท่าน ท่านไม่รับ ท่านได้แต่พูดว่า คราวนี้ มึงจะดังใหญ่ อยู่ต่อมาโจรรู้ข่าวว่า หลวงพ่อลงปืนให้ตำรวจ เขาก็มามั่ง ทหารก็มา ผู้เขียนก็ไป แต่บอกกับท่านว่า ลงไว้ป้องกันตัว ไม่คิดฆ่าใคร เอาว่า เขายิงมา ให้ยิงไม่ออกเท่านั้น ปืนลงอาคมของผู้เขียน จึงมีแต่รอยจาร ยิงแม่นมาก แม่นอันดับ 2 ของหมู่บ้าน (อันดับ 1) เขาใช้ .22 แมคนั่มเล็กมาก ท่านเคยลงปืนผู้หญิง ให้ป้าสมนึก ภู่งาม (หลาน) บอกว่า ถ้าโจร, ขโมยเข้าปล้นบ้าน ลักวัวควาย เร่งด่วน ไม่ต้องจุดธูปให้ยิงปืนขึ้นฟ้า (ปืนไม่ต้องเสก) แล้วค่อยจุดธูปบอกท่าน บังเอิญในบ้านแค มีคน (โจร) ขโมยควาย เอาไป 5-6 ตัว เจ้าทรัพย์รู้พอดี ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า บอกหลวงพ่อ บอกเพื่อนฝูง โจร (ขโมย) ได้ไล่ควายข้ามแม่น้ำน้อย อิทธิฤทธิ์ของหลวงพ่อบังเกิด โจรเอาควายข้ามแม่น้ำ ควายตกใจ เชือกผูกคอควายได้พันขาโจร ควายว่ายน้ำเร็ว เชือกผูกคอควาย มาพันขาโจร ลากลงแม่น้ำ โจรสำลักน้ำตายเลย (จำชื่อเจ้าของบ้านไม่ได้ ต้องไปถามป้าสมนึก) โจรเห็นเพื่อนตายแล้ว ก็แกะเชือกออก ทิ้งศพเอาไว้ เจ้าทรัพย์ตามมาทันและตามควายได้ทั้งหมด (เรื่องของหลวงพ่อลงปืนให้ตำรวจ โปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย และต้องอ่านต่อ อย่ากระพริบตา) อยู่ต่อมา ตำรวจที่ได้ปืนลงอาคม ก็ได้ใช้ของจริง มีตำรวจ สภอ.หันคา เจอก่อน ควายบ้าหนีออกจากโรงฆ่าสัตว์ คำสั่งคือจับตาย ตำรวจ 3 นาย มีปืนลงอาคมของหลวงพ่อ ยิงควายจนหมดโม่ ยังยิงควายไม่ถูก ภายหลังไปจับโจรก็ยิงโจรไม่ถูก ไปยิงเป้า (ทดสอบก็ยิงไม่เข้าเป้าเลย จ่าหนูสิน เวชคง เขยคนหัวเด่นก็โดน ต้องซื้อปืนใหม่กัน ไม่รู้ว่าว่ากี่คน ก็ไปบอกกับท่านให้ยิงออก ท่านก็ทำให้ จะเอาอะไรกับท่านอีก เพียงแต่ให้ยิงไม่ถูกเฉยๆ (ไม่พูด) จ่าแดง, จ่านุ้ย สภอ.สรรคบุรี ก็โดน ต้องซื้อปืนใหม่กันทั้งหมด ส่วนปืนที่ท่านพกเป็นปืนบีบีกัน ใช้ยิงหมาของท่านเวลามันพูดไม่รู้เรื่อง หมอเฉลียวซื้อให้ ท่านชอบหักไม้ข่มหนาม หรือเขียนเสือให้วัวกลัว ผู้เขียนก็เป็นลูกน้องอาจารย์ฝ้าย (เสือฝ้าย) ชอบพอกันหลายคน ผม 30-40 ปี เขาอายุ 70-80-90 ปี มาเป็นเพื่อนกัน คุยกัน เขาคุยว่าเส้นมือเขาขาด ยิงใครก็ออก ผมก็คุยมั่ง คุยว่าหลวงพ่อกวยให้คาถาคัดวิชา คนยิงไม่ออก ท่านได้ให้ไว้ ท่านพูดว่า เหนียวขนาดไหนก็ยิงออก ท่านให้ไว้ให้ผมเป็นเทพสังหาร (ฆ่าคนฟรี (คนเลว)) ใครว่าแน่ ๆ เจอปืนผมไส้แตกทุกคน เขาเลยลดตัวเป็นเพื่อนผู้เขียน มีเสือว่อน, เสือวุ่น, เสือคอย, กำนันสำราญ (กำนันโจร), เสือเบิ้มฯ แต่จริง ๆ แล้วหลวงพ่อเคยให้แค่คาถาคัดวิชา เป็นคาถาบทท้ายในคาถาอาวุธ 5 ใช้คัดผี และผู้เขียนก็ไม่นิยมยิงใคร มันบาป พ่อเขาต้องเสียใจถ้าลูกโดนยิงตาย ลูกเมียก็ขาดพ่อ จะอยู่อย่างไร ถ้าเขาแย่จริง ๆ ผู้เขียนก็จะให้พรกับเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นมะเร็ง, เบาหวาน, ไต, เอดส์, อัมพฤกษ์, อัมพาตฯ ขอโรคเหล่านั้นจงทำอะไรเขาไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่ตาย อยู่ไปสัก 100 ปี จบเรื่องปืนหมอแล้ว

คราวนี้จะกล่าวถึงมีดหมอ มีดหมอเป็นเครื่องราง อมตะ ยาว (เรื่องยาว) และมีมนต์เสน่ห์ในตัวเองสูงมาก ทำได้ยาก ถ้าจะทำให้เก่ง เป็นเครื่องรางชั้นสูง ลูกผู้ชายไทยที่ชอบเล่นหาเครื่องราง ถ้าไม่มีมีดหมอถือว่าเล่นหาเครื่องรางไม่เป็น หลวงพ่อที่สร้างมีดหมอได้ขลังและโด่งดังกว่าเขาคือ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ หลวงพ่อเป็นศิษย์ไปเรียนมา 2470-2484 ทำได้ขลังไม่แพ้องค์อาจารย์ หลวงพ่อทำมีดหมอตั้งแต่สมัยสงคราม ทำเรื่อยมาถึง พ.ศ. 2521 (งานฝังลูกนิมิต) ตำราเก่าของหลวงพ่ออยู่ที่หลวงพ่อเฒ่า วัดคังคาว หลวงพ่อเฒ่าทำมาก่อน ตั้งใจทำแจกทหาร สมัย ร. 4 มีกบฏเชียงใหม่เกิดขึ้น หลวงพ่อเฒ่าทำก่อน (อาจารย์ของหลวงปู่ศุข) ต่อมาเจ้าอาวาสองค์ต่อมา ชื่อหลวงพ่อสอน (ศร) ได้ถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ ให้กับหลวงพ่อ สมัยหลวงพ่อมีเจ้าอาวาส วัดคังคาว ชื่อ บัญฑิต (ดิษฐ์) เป็นเจ้าอาวาสวัดคังคาว แต่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อ ได้ยกตำราถวายให้หลวงพ่อหลายเล่ม ประกอบกับวัดคังคาว, ไม่สนใจในตำรามากนัก ถ้ากุฎิไหนว่าง (ไม่มีพระอยู่) ลิงเป็นหมื่น ๆ ตัว จะเข้าไปอาศัยนอนกลางคืน และรื้อค้นตำราเล่น เสียหาย ตำราถวายหลวงพ่อมามาก

ต่อไปขอกล่าวถึง ประวัติความเป็นมาของมีดหมอของหลวงพ่อ ก่อน พ.ศ. 2500 หลวงพ่อทำมีดร่วมกับ หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา ใบมีด หลวงพ่อตีถวายให้หลวงพ่ออิ่ม มีนาคเกี้ยวบ้าง ไม่มีบ้าง (อักขระ 2 ด้าน) ถ้าเป็นรูปฤาษี, ท้าวเวสสุวรรณ, พระพิฆเนศฯ หลังจากหลวงพ่ออิ่ม มรณภาพ ด้ามที่แกะรูปเทพ ไม่มีช่างแกะ เป็นด้ามธรรมดา รับอิทธิพลมาจากหลวงพ่อเฒ่า ภายหลังตีกันเองในวัด (ต้นโพธิ์เก่า ปัจจุบันคือศาลา) ปี 2500 ก็ยังรับมีดที่ศิษย์ตีมาจำหน่าย (ราคา 180 บาทต่อ 1 เล่ม ยังไม่ได้บรรจุ) หลัง พ.ศ. 2500 มีมีด ด้ามไม้ฝักไม้ มาส่งอยู่บ้าง โดยช่างเตือน (คนจีน), พ่อแก่อุ้ย, ลุงคลี่ (เขยพ่อแก่อุ้ย) ลุงรินทร์ (ช่างตีเฉย ๆ ค้าข้าว) พ.ศ. 2500 เริ่มมีมีดช่างพยุหามาส่งให้ (พ.ศ. 2505-2515 อาจารย์ทรง (อดีตเจ้าอาวาสวัดแหลมคาง) มาอยู่ด้วย ได้หามีดมาส่งหลวงพ่อ แบบไม้ฝักไม้ ลายง่าย ๆ และมีดช่างพยุหะ มาส่งหลวงพ่อ บางเล่มออกแบบสวยมาก ตอนหลังได้ไปอยู่วัดชัณสูตร และเป็นเจ้าอาวาสวัดแหลมคาง สร้างโบสถ์ 1 หลัง (สัก 3 ปี) ขณะไปอยู่วัดแหลมคางก็มีมีดหมอออกจำหน่าย เอาให้หลวงพ่อเสกบ้าง ไม่เสกบ้าง รูปแบบตีที่ลายมีด เป็นรูปเพชรพญาธร (ไม่นุ่งผ้า), และส่งให้หลวงพ่อเป็นแบบนุ่งผ้า (ผ้าเตียว) มีดหมอด้ามไม้ฝักไม้ สั่งมาจากช่างทางนางลือ นครสวรรค์ (บริเวณสะพานใหม่ชัยนาท มีดสั่งจากนางลือ ถ้าเป็นยุคเก่า อลูมิเนียม จะเป็นแบบโบราณ (ทันหลวงพ่อ) ปัจจุบัน (2562) ยังมีชีวิตอยู่ บ้านอยู่ทางโรงเรียนหนองตาแก้ว อำเภอเดิมบางนางบวช หลังจากอาจารย์ทรงไปแล้ว (พ.ศ. 2515) ท่านก็ยังส่งมีดให้หลวงพ่ออยู่บ้าง, ช่างพยุหะบ้าง, ลุงคลี่ก็ตีมาส่งบ้าง (พ.ศ. 2512-2515-2522) มีดตีโบราณ เริ่มไม่มี ต้องสั่งช่างพยุหะ พ.ศ. 2512- 2515 หลวงพ่อทำมีดเล่มโตบ้าง (ช่างพยุหะ), เล่มปากกาบ้าง เล่มปากกา ทำขนาดใหญ่ใบเหล็กบาง นิยมมาก ใส่กระเป๋าเสื้อ เต็มกระเป๋าเลย แพงมากรุ่นนี้ แพงกว่าของอาจารย์ ว่ากันเป็นแสนบาท ก่อนและหลังรุ่นนี้ก็ทำแต่ มีขนาดเล็กกว่าไม่แพง พ.ศ. 2521 (งานฝังลูกนิมิต) ทำขนาดใหญ่ประมาณ 10 นิ้ว และขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ด้ามงาฝักไม้ จำหน่าย 600 บาท ขนาดปากกา จำหน่าย 350 (เช่าหากัน 4-5-6 หมื่น)

มีดหมอของหลวงพ่อ หลวงพ่อจะบรรจุด้ามเอง เช่นบรรจุผง, ทรายเสก, แร่อุกาบาต, เหรียญสตางค์เล็ก, ข้าวเปลือกพิรอด, เกศา, พระธาตุ, ก้นบุหรี่, ชานหมาก, อักขระมีจารฯ ท่านจะบรรจุของวิเศษเหล่านี้ สุดแท้แต่จะสะดวกหรือหาได้ คาถาบรรจุต้องกลั้นใจตอกให้ได้ 3 ที่ มิดด้ามเลยคาถาว่าดังนี้

คาถาบรรจุมีด (ใช้ปลุกยันต์ได้ด้วย) ( อุทธัง อัดโธ อุมะอุอะ อุทธะ อัตตะรัง ปิดจะ ๛

(คาถาลายมือ หน้า 97 ใช้ปลุกยันต์ที่สัก เมื่อไปที่ต่ำมา รดน้ำมนต์แล้ว ปลุกด้วยคาถานี้ เฉพาะศิษย์สัก)

เมื่อบรรจุแล้ว ถ้าจะจารที่ฝัก นิยมจารคาถามงกุฏพระเจ้า และพระเจ้า 16 พระองค์ จารยันต์ครู ด้ามจารกันภัย 8 ทิศ (คาถานี้จารบางเล่ม ถ้ามีเวลา), อาจจารกันภัย 8 ทิศเพิ่มฯ

เสกด้วยอาวุธ 5 และอื่น ๆ มีดนี้ห้ามนำไปฆ่าคน, ฆ่าสัตว์เด็ดขาด ถ้านำไปฆ่าคน, ฆ่าสัตว์ มีดจะไม่อยู่ปืน (ถ้าเจตนาไม่ดี) หลวงพ่อจะนำมีดมาเสกในโอ่งน้ำมนต์ มีดหมดปากกาเสกในบาตร ใส่น้ำมนต์ลงไป เสกจนมีดลอยขึ้นมา จึงใช้ได้ มีเรื่องควรเล่าไว้คือ ปี พ.ศ. 2521 งานฝังลูกนิมิต หลวงพ่อสั่งมีดหมอมา ท่านเหนื่อยอายุมากแล้ว เลยวานให้คนบรรจุมีดหมอปากกาให้ แต่หลวงตาสมาน (ช่างสมาน) ไม่เก่งในอาคม เมื่อนำมีดหมอไปปลุกในบาตร หลวงพ่อปลุกอย่างไรก็ปลุกไม่ขึ้น (มีดไม่ลอย) แสดงว่าอาจารย์สมาน บรรจุประจุขาด คือขาดสมาธิ ตอนบรรจุด้าม หลวงพ่อต้องใช้ไฟถอดใบมีดออก แล้วบรรจุใหม่ มีดหมอนี้ในงานชนิดปากกา จำหน่ายดีมาก หลวงพ่อต้องแอบเก็บไว้ 6-7 เล่ม เมื่องานเสร็จ มีเซียนพระชื่อดำ (เป็นคนดี) เคยมาหากินที่ท่าช้าง บ้านผู้เขียน คิดถึงหลวงพ่อ ได้ไปขอบูชามีดหมอปากกาจากท่าน โดยพูดว่า งานฝังลูกนิมิตผมไม่ได้มาเลย เลยมาขอเช่ามีดเอาตอนนี้ (เลิกงาน) หลวงพ่อได้พูดว่า มึงนะหรือไม่ได้มา (จริง ๆ พี่ดำมา) พี่ดำขอบูชาที่เหลือถ้าไม่ยาก ได้ไป 6-7 เล่ม (พี่ดำจริง ๆ บ้านเขาอยู่สุรินทร์ เดี๋ยวนี้กลับไปอยู่สุรินทร์แล้ว คิดถึงเสมอ) พี่ดำคนนี้เคยเช่าบูชามีดหมอหลวงพ่อเดิม เล่มใหญ่ ด้ามงาแตกหัก ได้ทำด้ามใหม่ นำไปให้หลวงพ่อบรรจุใหม่ ผู้เขียนได้ขอแบ่งมาใช้ เคยเข้าบ้านคน สุนัขไม่เห่าเลย สะกดสุนัขได้ น่าจะเป็นเพราะของวิเศษ ที่หลวงพ่อบรรจุ ภายหลังทดลองนำผ้ายันต์หลวงพ่อโต วัดวิหารทอง มาผูกไว้ที่ด้ามมีด เข้าบ้านใครไม่ได้เลย หมาเห่า หลวงพ่อโตไม่ชอบโจร ไม่ชอบขโมยฯ เขาว่ามีดหมอหลวงพ่อเดิม จะล้างอาถรรพ์คนเหนียวได้ เหนียวขนาดไหนก็เข้า ผู้เขียนได้ทดลองดู เอามีดหมอหลวงพ่อเดิม (ด้ามหลวงพ่อกวย) มาเชือดแขนดู เชือดตั้งแต่ข้อมือถึงข้อศอก ได้ขอขมาก่อนปรากฏว่า หนังกรำพร้า ขาดเป็นทางตั้งแต่ข้อมือถึงข้อศอก มีรอยสีดำเกิดขึ้นเพราะหนังขาด รอยดำเป็นทาง ใช้เวลา 1 ปี รอยดำจึงหาย ก่อนเชือดได้ทำวิชาก่อน (เสกใบพลูกิน) จะขอเล่าเพื่อบันทึก อภินิหารของมีดหมอไว้พอจะยืนยันว่ามีดหมอของหลวงพ่อเก่งจริง

เรื่องแรก เจ้าของเรื่องเป็นคนทางดง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ไม่ขอเอ่ยนาม ไม่ดีอันตราย เจ้าของเรื่อง มีมีดหมอขนาดใหญ่ 1 เล่ม ด้ามงา โดนศัตรูปาด้วยระเบิด (น้อยหน่าหรือลูกเกลี้ยง ไม่แน่ชัด) ผลคือโดดหนี แต่ไม่พ้น ระเบิดไม่ทำงานเฉย ๆ เจ้าของมีดเห็นว่าระเบิดไม่ทำงาน เลยหยิบระเบิดปาไปที่คนร้าย คราวนี้ทำงาน ระเบิดดังตูม ไปดูคนเป็นศพ มือหนึ่งยังกำสลักระเบิดอยู่ เขาได้หยิบสลักระเบิดจากมือ (แขนขาด) นำมาประดับที่มีดหมอ มีห่วงกลม ๆ และที่เหน็บ (ลงภาพที่ลานโพธิ์ ฉบับ กันยายน 2562 หน้า 31) ข้อมูล กิจชัย เขาราวเทียนทอง อำเภอหันคา