
พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ตอนที่ 6
อีกคนหนึ่งชื่อ อ.ถมยา วัดท่าแก้ว เป็นพระอยู่วัดท่าแก้ว อ.หันคา จ.ชัยนาท เป็นศิษย์มือขวา เก่งตัวจริง ได้วิชาทำน้ำมนต์, ได้คาถามนต์พระกาฬ, ได้วิชาทำผงฯ สุขภาพท่านไม่ดี อายุ 4-5 ขวบ (เป็นโรคหอม) พ่อแม่ตัดใจให้เดินทางไปหาหลวงพ่อปาน วัดนางนมโค รักษาให้ชี้ทางให้ ห่อข้าวไป จากชัยนาทถึงอยุธยา หลวงพ่อปานรักษาไม่ได้ ได้แต่กินยาพอประทัง บวชเณรให้ได้จดตัวยา, ว่านต่าง ๆ ให้มา เมื่อบวชแล้วก็หาตัวยา เพื่อทำพระหมอยา มาได้ตัวยางที่หลวงพ่อกวย พร้อมผง มาทำยาชื่อ พระหมอยาไภสัชชะยะคุรุ ถอนคุณผี, คุณคน, กันผีปอบ, กระสือ ถอนคนไข้ที่ป่วยเป็นไข้หัวลม, ผีแอบแฝงอยู่ รวมทั้งโรคกรรม อ.ถมยา ได้มนต์พระกาฬจากหลวงพ่อ และได้พระปรกโพธิ์ 9 ใบ 2-3 องค์ อ.ถมยา ได้ใช้พระปรกโพธิ์ 9 ใบ ทำน้ำมนต์ เรียกว่าโด่งดังมาก ขออย่างไร โดยมากสำเร็จ ครั้งสำคัญ มีอดีต ส.ส. ชื่อบุญธง สรงประภา เป็นคนหันคา จ.ชัยนาท จะสมัคร ส.ส.แต่ได้สืบถามและถามตรง ๆ ว่าจะมีพระองค์ไหน ทำน้ำมนต์รดแล้วจะได้เป็น ส.ส. (ตอนนั้นหลวงพ่อกวย มรณภาพแล้ว) เมื่อคุณบุญธง ถามอย่างนั้น ไม่มีหลวงพ่อ หลวงปู่องค์อื่นรับอาสา คุณบุญธง สืบไปถึง อ.ถมยา อ.ถมยาตอบว่าได้ (พูดแบบหลวงพ่อ) อ.ถมยาได้ใช้น้ำมนต์ 3 บททำและเชิญหลวงพ่อทำ เชิญพระปรกโพธิ์ 9 ใบทำ ผลออกมา ส.ส.บุญธง สรงประภา ได้เป็น ส.ส.ได้บูรณะ วัดท่าแก้ว จนชราภาพ ได้ขอพรกับท่าน เพราะต่างคนต่างชราภาพ อ.ถมยา ได้รดน้ำมนต์ ให้ลูกชายและลูกสาว ของ ส.ส.บุญธง ให้คือ ส.ส.มณเฑียร สรงประภา ลูกสาวชื่ออะไรไม่รู้ เขาชอบใช้ชื่อเล่นหาเสียง เขาชื่อ มันแกว 2 คนพี่น้องนี้ ก็ได้เป็น ส.ส.หลายสมัย มาเลิกเป็น (สมัคร) ชั่วคราว สมัย อดีตนายก พณฯบรรหาญ ศิลปอาชา พระหมอยาและพระคะแนน (ใช้ผงสมเด็จโตและผงหลวงพ่อกวยล้วน) ทำจากผลขาวล้วน เป็นพระคะแนน แต่ใช้แม่พิมพ์ตัวเดียวกัน ขนาดเดียวกัน คุณประเจียด คงศาตรา เคยเขียนถึงพระผงล้วนว่า เป็นพระที่ดีหายาก พี่เขาเรียกว่า “ผงนะห้าทอง” มีเมตตาสูงมาก พระพิมพ์นี้ เสกโดย หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังวิเวกการาม, หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ และหลวงพ่อกวย เสกองค์ละ 5-7 วัน 5-7 คือ เสกที่วัด 3 องค์นี้ เป็นอาจารย์ของ อ.ถมยา แต่ตอนมาเสกไม่ได้ไปเสกพร้อมกัน พระเนื้อหมอยา เก่งทางยา แต่คนไม่รู้ค่า ท่านพูดน้อย ท่านเป็นหมอยา ชาวบ้านเรียกท่านว่า อ.ยา คือกินยาทับถมมาก เรียกเต็ม ๆ ว่า อ.ถมยา ศิษย์ของหลวงพ่อองค์นี้เก่งสุด รองลงมาคือ พระครูพิมพ์ วัดสนามชัย องค์นี้เก่งทางบู้
เรื่องที่ 3
เจ้าของเรื่องเป็นเศรษฐี บ้านอยู่บ้านแค มีฐานะดี ค่อนข้างมาก เดิมมีนาเป็น 100 ไร่ เศรษฐีมีนามา ก็จะมีคนใช้มาก มาช่วยทำนา เศรษฐีได้เลี้ยงเด็กไว้คนหนึ่ง ตั้งแต่เล็ก ตอนเล็ก (ประมาณจบประถม 4) หลวงพ่อป่วยหนัก ได้ให้เด็กคนนี้ (สมมุติว่าชื่อแกละ) มาดูแลหลวงพ่อ เด็กคนนี้เป็นคนปากกล้า คุ้มครองไล่แขกได้ (ไม่ให้มารบกวนนัก) หลวงพ่อได้เมตตาให้พระปรกโพธิ์ 9 ใบมา 1 องค์ เขาใช้อยู่จนโตเป็นหนุ่ม นายแกละ เกิดไปชอบลูกสาวเศรษฐีเข้า เศรษฐีมีลูกสาว 7-8 คนแบบท้าวสามลเลย เมื่อความรักมันหนักอก นายแกละ ขณะไปทำนา เขาได้เสี่ยงสัตย์อธิษฐานว่าจะรักลูกเศรษฐีจนตัวตาย ขออำนาจของพระปรกโพธิ์ 9 ใบ ช่วยเหลือเขาด้วย เขาได้นำพระปรกโพธิ์ไปทำน้ำมนต์ในกระบอกน้ำ โดยเสี่ยงสัตย์อธิษฐาน ว่าหากนางจะเป็นเนื้อคู่กับเขา ขอให้ลูกเศรษฐีรับน้ำมนต์ในกระบอกนี้ดื่มกินด้วยดี เมื่อลูกเศรษฐีมาถึง (กรรมเก่าก็มาพร้อมกัน) เธอได้รับน้ำในกระบอก (น้ำมนต์) มาดื่มกิน กินเสร็จเกิดหน้ามืดตาลาย เห็นกรงจักรเป็นดอกจิก นายแกละ (เคยไว้ผมแกละ) ได้สารภาพรักกับนาง (ลูกเศรษฐี) ได้จูงมือแถมวิ่ง ไปพักอาศัยอยู่บ้านพ่อแม่ของตน เศรษฐีรู้เข้า โกรธมาก ได้ตามหาพร้อมลูกน้อง ตามไปเจอที่บ้านนายแกละ และฉุดตัวลูกสาวกลับ จะเอาเรื่องกับนายแกละให้ถึงที่สุด ความโมโหได้เอาปืนยาวฟาดเอา คอหมาปืนหักเลย และรับตัวลูกสาวกลับบ้าน บังเอิญนายอำเภอมาตรวจท้องที่ เศรษฐีเลยแจ้งความ นายอำเภอได้สอบปากคำ ได้ถามนายแกละว่า เอ็งฉุดลูกสาวเขามาใช่หรือไม่ นายแกละตอบว่าเปล่า เราเต็มใจหนีตามกันมา เพราะฐานะของผมยากจนมาก นายอำเภอได้ถามลูกสาวเศรษฐีว่าเอ็งเต็มใจหนีตามเขามา หรือว่าเขาฉุดเอ็งมา ลูกสาวเศรษฐีตอบว่าเต็มใจหนีตามเขามา เศรษฐีโมโหมาก ได้ยกลูกสาวให้นายแกละฟรี ๆ เลย แต่ให้ไปอยู่บ้านนายแกละ เมื่อลูกสาวเศรษฐีไม่อยู่เศรษฐีก็อดคิดถึงลูกไม่ได้ เวลากินข้าว ก็คิดถึงลูก กลัวลูกจะอด กลางคืนก็นอนไม่หลับ เลยให้คนไปรับตัวลูกสาวกับลูกเขย มาอยู่บ้านเหมือนเดิม นายแกละก็เข้าหน้าพ่อตาไม่ได้ เลยนำพระปรกโพธิ์ 9 ใบ เอาไปทำน้ำมนต์ที่โอ่งน้ำดื่ม (น้ำฝน) ทุกโอ่ง ใครได้กินน้ำมนต์นี้จะได้เมตตาตน อยู่ต่อมาเศรษฐี ก็รักเขยคนนี้ โดยไม่รู้ตัว เจ้าของเรื่องผู้เล่า ไม่ขอเอ่ยชื่อ เขาเขียนแกมบันทึก มาให้อ่าน เรื่องมันก็นานมากแล้ว เดี๋ยวจะหาว่า ผู้เขียนเอาเท็จมาเล่า เดิมบ้านแค มีคนจีน มาจากเมืองจีน เขาขยัน หลายคนสามารถทำโรงสีได้ แต่ก๋งชวดของตระกูลนี้ มาจากเมืองจีน ไว้ผมเปียยาวถึงเอว ได้จับจองที่นา ในนามเย มีมากเป็น 1,000 ไร่ คนช่วยทำนาตก 20 คน เขาเป็นพ่อของพ่อโยมยอด เดชมา โยมยอดมีลูกคนเก่ง คือ คุณหมอเฉลียว เดชมา นายแกละ (เดิมไว้แกละ) เป็นเขยที่เคยเลี้ยงไว้แต่เด็ก จนได้เสียกับลูกสาว ลูกสาวชื่อไต๋ มีลูกชายชื่อ มอส สรุปคือผมเข้าใจเอาเองเศรษฐี คือ คุณหมอเฉลียว (เดิมเป็นหมอโบราญ เหตุการณ์เปลี่ยนไปหมอไปเรียนแพทย์ตีนเปล่า คนเลยเรียกพี่เขาว่า หมอเฉลียว เดชมา เป็นมือขวาฆราวาสของหลวงพ่อ) หมอมีลูกสาว 7-8 คนเท่าท้าวสามล เป็นผู้นำรู้สึกว้าเหว่ พอดีมีคนปากหวานชื่อแป๊ะ ปากช่อง เรียกคุณหมอว่า พ่อ เขาเป็นคนใจถึง มือถึง เสนอชื่อมีดหมอคุณหมอ 4 หมื่น มีดหล่นมือเลย, เสนอให้ราคาตำรายันต์, ตำราสัก, หนังสือตำราหล่นมือเลย ส่วนนายแกละชื่อจริง ๆ ชื่อ นายที
อีกเรื่องเจ้าของเรื่อง คือ หมอเฉลียว เดชมาก เป็นการทดลองวิชาของหลวงพ่อ ว่าพระปรกโพธิ์ 9 ใบนั้น จะมีอิทธิฤทธิ์ขนาดไหน พอจะเป็นที่พึ่ง ที่อาศัยแก่ศิษย์ได้หรือไม่ ได้ขนาดไหน วันหนึ่งคุณหมอเฉลียว เดชมา ต้องคดี และต้องไปศาล มาหาหลวงพ่อแต่เช้าพอสว่าง ได้มาขอยืมสตางค์หลวงพ่อ เพื่อเป็นค่ารถไปศาล จ.ชัยนาท แต่พอไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อกลับพูดว่า ที่ตัวกูไม่มีสักบาทเดียว มึงเอาพระปรกโพธิ์ 9 ใบนี้ไป แล้วท่านก็หยิบพระปรกโพธิ์ที่เลี่ยมพลาสติกเสร็จแล้ว ร้อยสายร่ม เอาไว้ให้หมอเฉลียว หมอเฉลียวหงุดหงิดมาก เดินออกมาถนนใหญ่เจอน้องสาว (คุณน้าสมนึก ภู่งาม) น้องได้ถามว่า พี่จะไปไหน คุณหมอตอบว่าจะไปศาล คุณสมนึก ถามว่า มีสตางค์หรือเปล่า คุณหมอตอบไม่มีสักบาท (เล่นการพันแทบทุกอย่าง) ป้าสมนึกเลยหยิบสตางค์ ค่ารถให้ไป พอดีมีมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านมารู้จักกัน เขาหยุดถามเลยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปตลาดสรรค์ฟรี ๆ พอขึ้นรถบัส กระเป๋าสตางค์ก็ไม่มาเก็บเงินคือข้ามไป หรือหมอหลับก็ไม่รู้ เมื่อไปที่ศาล คุณหมอเห็นจ่าศาล เรียกโจทย์และจำเลยมาไกล่เกลี่ย โดยแยกกัน หมอเห็นไว ๆ ว่า มีการรับซองขาวกัน พอไกล่เกลี่ยเสร็จ จ่าศาลบอกให้คุณหมอกลับไปได้เลย หมอเดินออกมาไม่ไกล จ่าศาลได้มาหยุดจักรยาน พูดคุยกับคุณหมอ ได้ถามว่าลื้อเด็กใคร หมอไม่พูด แต่จ่าพูดว่า ลื้อรู้เห็นใช่ไหม เรื่องเลื่อนไม่ตัดสิน หมอก็ไม่พูด จ่าศาลเลยควักสตางค์ยัดให้มา ประมาณ 7,000 บาท (เจ็ดพัน) เป็นเงินมากในสมัยนั้น หมอก็งง นับว่าอิทธิฤทธิ์ของพระปรกโพธิ์ 9 ใบนี้มีมากได้ไปเล่าเรื่องให้หลวงพ่อฟัง พระองค์นั้น แตกลานเป็นจิ๊กซอลเลย ท่านพูดว่าพระของกูอีกหน่อยจะหายาก แทบพลิกแผ่นดินหาแตก ๆ หัก ๆ ก็จะขอแบ่งกันเป็นชิ้น ๆ คุณหมอเห็นว่า ผมมาพัฒนาวัดของหลวงพ่อ คุณหมอได้ให้ผมมา แต่ไม่ได้เล่าประสบการณ์ ผู้เขียนให้เขาไปเฉย ๆ เลย มาบอกทีหลัง ผมละซึมไปเลย คุณหมอเคยให้พระพิมพ์โบราณ กับผู้เขียนไว้ 1 องค์ ถอดจากแม่พิมพ์ของขอม (ตรีกาย) ใหญ่ขนาดฝ่ามือ หลวงพ่อทำไว้ 1-2 องค์ ให้หมอเฉลียวมาใช้ 1 องค์ ไปตามควายกัน หมอมาดักที่กลางทาง นอนสูบบุหรี่อยู่ ผู้ใหญ่แถมคิดว่าเป็นคนร้าย ได้ยิงคุณหมอ 1 ทีไม่ออก หมอให้ผมมา ผมให้คุณศิริชัย ธีรวณิชยกุล ไป พระโตขนาดฝ่ามือ อีกองค์ อาจารย์ตี๋ให้มา เหลือองค์สุดท้าย งานไหว้ครู ท่านเอาพระหลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัวมาแจก หลวงพ่อขอมให้มา 2 ไห คนขาดความเกรงใจ ทดลองยิงต่อหน้าเลย ยิงที่ต้นสะเดาหน้าวัด คนลองยิงอยู่มา 3 วันก็ตาย ขับรถมอเตอร์ไซค์ชนเสาไฟตาย ผมไปขอ อ.ตี๋ ให้มา องค์สุดท้ายของไหแรก (ไหที่ 2 ฝังไว้บนยอดเขาเขียว) พระโตขนาดฝ่ามือ เนื้อดินหนัก มีคนมาขอเลยให้เขาไปเฉย ๆ
ที่มา: เฒ่า สุพรรณ
(อ.สมจิตต์ เทียนจันทร์)
56 หมู่ 5 บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ
อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
โทร. 081-943-7368

