
พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ตอนที่ 5
อีกคนชื่อบุญชี อ้นฉ่ำ อดีตเป็นนักการภารโรง ร.ร.พัฒนาปากน้ำ ผู้เขียนสอนอยู่ 2 ปี อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านผู้เขียน บุญชูเป็นลูกพ่อแก่อุ้ย อายุตอนตาย 100 ปี พ่อแก่อุ้ยเป็นน้องเสือผ่านจมูกขาด เสือผ่านเคยเอาก้อนเงินที่ปล้นมาได้ มาถวายหลวงพ่อทำปลัด บุญชูเป็นภารโรง แต่ไม่มีใครรู้ว่า เป็นนักเลง เป็นมือปืน เขาใช้พระรอดของหลวงพ่อ มีเป็น 10 องค์ เคยโดนยิงไม่เคยถูกเลย ให้คนไปจับใบดำ ใบแดง คัดเลือกทหารก็ไม่ถูกทหาร โดนแอบยิงที่ ร.ร. และที่บ้านประจำ นึกกลัวขึ้นมา ได้มากราบหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกเอาปรกโพธิ์ 9 ใบ ไปใช้ซิ มันจะมองมึงไม่เห็น บุญชูโดนแอบยิงอีก ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน คนร้ายหาเขาไม่เจอ บุญชูเห็นคนร้าย แต่คนร้ายไม่เห็นบุญชู เลยไม่มีการยิงกันเฉย ๆ เลย บุญชูมีรูปหล่อ 1 ( 1 องค์) เคยโดนยิงไม่ออก 2-3 ครั้ง นับว่าปรกโพธิ์นี้กำบังดีมาก
อีกคนหนึ่งชื่อ สมนึก มั่นปาน บ้านอยู่ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี เป็นคนพอจะมีฐานะ แต่ก็ถูกอิจฉาตาร้อน จากคนในอาชีพเดียวกัน คุณสมนึกเขามีพระปรกโพธิ์ 9 ใบใช้บูชา อยู่ 1 องค์ แต่พอคนร้ายจะเข้าบ้านได้แอบดู บริเวณบ้าน ปรากฏว่าคนในบ้านไม่ยอมหลับนอน เดินไปเดินมา เพ่นพ่านเต็มไปหมดเหมือนมีงาน บริเวณบ้านมีแสงสว่างคล้ายมีดวงจันทร์อยู่ (ส่องอยู่) เลยขโมยความไม่ได้ อีกครั้งคู่อริได้ว่าจ้างให้คนร้ายมาขโมยรถกระบะในบ้าน คนร้ายก็ร้ายสมชื่อ ได้พยายาม ดันรถจากข้างบ้านให้ถอยออกมา นอกรั้วจนได้ โดยไม่ยอดติดเครื่องยนต์ เกรงว่าเจ้าของบ้านจะตื่น แต่ด้วยความมืด ความกลัว คนร้ายได้ดันรถยายามจะออกถนนใหญ่ คนร้ายดันรถโดยไม่มีใครคุมเบรคและพวงมาลัย รถได้ถอยตกบ่อหลาริมคลอง ริมถนน รถตกไป 2 ล้อหน้า คนร้ายเลยเอารถไปไม่ได้ ครั้งสุดท้าย คู่อริ ได้ว่าจ้างมือปืน มาฆ่าคุณสมนึก มือปืนเป็นคนละโมภได้พยายามอยู่หลายครั้ง พอมาถึงคันรั้ว ก็มักจะมาตอนเดือนหงาย แต่พอมาถึงกลับเจอผู้คนหลายคนเป็น 10 คน เดินไปมา แม้จะเห็นคุณสมนึก แต่ก็ยิงไม่ได้ มีคนเดินบังทางปืน อยู่หลายครั้ง จนหมดความอดทน เพราะมายิงตก 10 ครั้ง เลยเลิกความตั้งใจ ภายหลังสืบทราบว่า คุณสมนึกเป็นคนดี เลยเล่าเรื่องให้ฟังทุกอย่าง นับว่าพระปรกโพธิ์ 9 ใบนี้ดี มีทรายเสกเป็นภูติพรายผสมอยู่
อีกคนหนึ่ง ชื่อเถ้าแก่เล็ก หนองตาแก้ว คือบ้านเขาอยู่หนองตาแก้ว เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เป็นคนมีฐานะดี ค่อนข้างมาก มีรถทัวร์ เคยเป็นนายกเล็ก (อบต.) เป็นดอง (ลูกสาวได้แต่งงาน) กับคุณป้าสมนึก ภู่งาม เถ้าแก่เล็กมักโดนคนร้ายงัดแงะ ลักทรัพย์สินเป็นประจำ จึงมาปรึกษาหลวงพ่อ หลวงพ่อได้ตักทรายเสกให้ไป 1 ถึง ให้เอาไปหว่านรอบ ๆ บ้าน และในบ้าน สมัยนั้นก็มีคนติดยาบ้ากันแล้ว (สมัยนั้นเรียกยาบ้านว่า ยาม้า) คนร้ายได้พยายามมางัดแงะบ้านเถ้าแก่เล็กประจำ แต่เมื่อมากลับเห็นคนในบ้านไม่ยอมหลับยอมนอน หลายคนหลายครั้ง คนร้ายนอนคอยจนหลับอยู่ข้าง ๆ บ้าน พอเจอคนจริง ๆ ตอนสว่างก็ตื่นและลุกวิ่งหนีไป หลายคนนอนคอยอยู่ในโรงนาจนหลับก็มี เถ้าแก่เล็กเห็นว่า หลวงพ่อกวยนี้มีอาคมดี จึงไปเช่าพระ ขอพระกับหลวงพ่อ เอามาใช้คล้องคอ หลวงพ่อได้ให้พระพิมพ์ร่มโพธิ์ (ปรกโพธิ์ 9 ใบ) มาใช้บูชา เถ้าแก่เล็กเขาจะดุมีสง่าราศรีดีขึ้น ทำอะไรก็เจริญงอกงาม ได้ขอพระกับปรกโพธิ์ 9 ใบ ก็สมัครเป็นนายกเล็กได้ คนร้ายก็เลิกคิดเข้ามางัดแงะทรัพย์สินในบ้านอีก เล่ากันว่าพระปรกโพธิ์ 9 ใบนี้มีส่วนผสมของแร่วิเศษของวิเศษ ดังนี้ 1. แร่อุกาบาต 2. แร่เพชรหน้าทั่ง (แร่ฤาษี) 3. พลอยเสก 4. พระธาตุ 5. เกศาของท่านและของผู้มีบุญสูง 6. ว่านนางกวัก, นางคุ้ม, สบู่เลือด, เสน่ห์จันทร์, กาหลงฯ 7 โคตรเหล็กไหล 8. ผงสมเด็จโต, ผงของท่าน 9. ทรายเสกเป็นภูติพราย, ทรายแม่น้ำเนรัญชราและอื่น ๆ อีก ที่เหนือกว่านั้น ท่านสามารถเสกพระให้มีเทวดารักษาได้ ไม่ว่าพระนั้นจะเก่าหรือใหม่ ถ้าใหม่แต่บอกเล่าท่านและจะนำปัจจัยไปก่อสร้าง ท่านสามารถเสกพระใหม่ ได้เหมือนสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่เลย คือเทพยดารักษา มีเทวดาประจำองค์พระเหมือนของเก่าเลย ใน 1 ปี เดือนเมษายน ทางวัดจะเสกวัตถุมงคลโดยเฉพาะเหรียญหนุมานที่เสกใหม่ จะมีศิษย์มาเช่าบูชากันมาก บางปี เช่าบูชากันชนิดหมดวัดเลย แต่เดือนเมษา เดือนเดียว วัตถุมงคลมีมากขนาดเป็นคันรถกระบะ
อีกคนหนึ่งเขาชื่อ บรรพต แจ้งสมบูรณ์ บ้านอยู่อำเภอครบุรี โคราช เขามีฐานะดี บ้านเขาอยู่ในหุบเขาลึก ในดงของอำเภอครบุรี มีที่เป็น 100 ไร่ ฐานะค่อนข้างดี เขาทำไร่ทำสวนมีมะขามหวาน, ทุเรียน เขามีพระปรกโพธิ์ 9 ใบ ใช้บูชาอยู่ เขาเคยสมัครนายกเล็ก (อบต.) คู่แข่งไม่ชอบใจ คู่แข่งได้ส่งคนร้ายมือปืน มาลอบฆ่าเขา 2 ครั้ง สำคัญ มากันครั้งละ 1 คันรถกระบะ ครั้งแรกนัดกัน กับคนชี้เป้า คนร้ายไม่ได้พกปืนมา แต่มีคนนำอาวุธมาซุกซ่อนให้ไว้ ครั้งแรกมากัน หาจุดนัดพบไม่เจอ หลายปีมาแล้ว มือถือมีคลื่นบ้าง ไม่มีบ้าง ล้มเหลว ครั้งที่ 2 มากันมากเท่าเดิม ไม่ได้พกปืนมา (ปืนสงคราม) ถ้าพกมาอาจเจอตำรวจระหว่างทาง แต่พอมาถึงจุดยิง ปรากฏว่าหาปืนไม่เจอ ปืนซุกในพุ่มไม้ แต่หาคนละพุ่มเลยไม่เจอ เข้าใจว่าเป็นอำนาจของพระปรกโพธิ์ 9 ใบ ที่คุณบรรพตคล้องคอ และสวดมนต์ ขอให้ช่วย ถ้ามีภัย แต่คุณบรรพต เขาไม่ยอมซื้อเสียงเลยแพ้เขาภายหลังคนร้าย 2-3 คนเห็นว่าคุณบรรพตเป็นคนดี, ซื่อ เลยเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง คุณบรรพตเคยคล้องคอด้วยพระนี้ พร้อมมีดหมอของหลวงพ่อ ไปล่าสัตว์ เช่นหมู่ป่า, กระต่าย, นำรถกระบะไป ไปนอนในไร่ลึกในป่า เขาหลับไป (ก่อนนอนสวดมนต์ขอพรกับปรกโพธิ์) ตื่นขึ้นมา มีรอยตีนช้างป่าเป็นฝูง มาเดินรอบ ๆ เต้น นอนและรถเป็น 10 ตัว แต่ไม่มาทำร้ายเขาและเพื่อน ปกติช้างป่านี้ ถ้าเจอคนและสิ่งแปลกปลอม จะรุมทำร้ายอาจกระทืบเอาถึงเละและตาย คงเป็นเพราะอำนาจของปรกโพธิ์ 9 ใบ และมีดหมอ ตลอดในมนต์ 3 บท และคาถากันภัย 8 ทิศร่วมด้วยช่วยกัน
อีกคนหนึ่ง เขาชื่อ นายสำราญ (เอียง) น้ำจันทร์ เคยยิ่งใหญ่ เป็นกำนันตำบลบ้านของผู้เขียน โด่งดังมาก ตัวโต บังผู้เขียนมิด เคยสมัครเป็น ส.ส. (ยุคหมาหลง) เป็นสหายทางเกเร (เป็นศิษย์) เป็นศิษย์ของ อ.แสวง วัดหนองอีดุก อายุคราวพ่อของผู้เขียน เคยซื้อนาของผู้เขียน ปลูกบ้านในบั้นปลายของชีวิต มีลูกมากหลายสิบคน เมียมีมากกว่าลูก แก่กว่าผู้เขียน คือ รุ่นพ่อ อาชีพพิเศษรับซื้อ, ไถ่ถอน วัว, ควาย เป็นหัวหน้าโจร เขามาขอเป็นเพื่อนกับผู้เขียน ผู้เขียนเห็นว่า เสียเปรียบ เลยตกลง เขามีปรกโพธิ์ 9 ใบ อยู่ 1 องค์ใช้อยู่ วันหนึ่ง เพื่อนชวนไปลักควาย ไปกัน 2-3 คน เขาตกลง แต่พอเอาเข้าจริง เจ้าทรัพย์ ก็นักเลงพอตัว เจ้าทรัพย์ตื่นก่อน ได้ยิงกำนันเอียง ด้วยปืนลูกซองยาวบรรจุลูกโดด ยิงโดนโดนขา แต่ก็หนีมาได้ กลางดึกได้แอบมารักษาตัว ที่บ้านหมอรวย ตลาดปากน้ำ บ้านผู้เขียน หมอรวยฉีดยาแก้ปวด แก้อักเสบให้ พอดีเผลอหลับไป ค่อนสว่างเจ้าทรัพย์มาสืบดูเจอกำนันเอียง นอนหลับอยู่ จำได้ว่า เขายิงเอง กำนันก็ตื่นพอดี 2 คนรู้จักกัน (พอเจอกัน กำนันก็ว่าคาถา 3 บท ให้หลวงพ่อช่วยให้ปรกโพธิ์ 9 ใบช่วย) เจ้าทรัพย์พูดว่า กำนันมึงเป็นอะไร มานอนอยู่ที่นี่ กำนันตอบว่ากูไปลักควายเขา โดนเจ้าของควายยิง เจ้าทรัพย์พูดว่า กูยิงเอง กำนัดพูดว่า กูไม่รู้ว่าเป็นบ้านมึงและควายมึง กูไม่รู้จริง ๆ เพื่อนมันชวนไปเป็นเพื่อนกูก็ไป แล้วทั้งโจรและเจ้าทรัพย์ก็ร้องให้ กอดกันเฉยเลย (อำนาจของปืนลูกซอง บรรจุลูกโดดนี้ ยิงโดนตรงขา ขาบวมคับกางเกง ปวดแทบเดินไม่ได้เลย ดีว่าเพื่อนช่วยพยุงมา 2 คน เพื่อนเกือบทิ้งไว้กลางทางหลายหน เพราะกำนันเขาตัวโต น้ำหนัก 100 กว่ากิโลกรัม) นี่คือตำนานส่วนหนึ่งปรกโพธิ์ 9 ใบ ตอนท้ายจะเล่าตอนอิทธิฤทธิ์ที่เด็ดขาดกว่านี้ อย่าเพิ่งกระพริบตา
อีกคนหนึ่ง เขาชื่อ ธนภัทร เป็นคนภาคกลาง แต่บ้านเกิดอยู่ภาคใต้ ไม่รู้นามสกุล และที่อยู่ เขาบูชาพระปรกโพธิ์ 9 ใบอยู่ 1 องค์ นับถือมาก นับถือปรกโพธิ์ และหลวงพ่อมาก พ่อมีอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำ กุ้งกุลา (คำว่ากุลา น่าจะแปลว่า ไม่เหมือนเผ่าพันธุ์เดิม) กุ้งกุลาจึงตัวดำ แต่มีราคาแพง เนื้อกินอร่อยกว่ากุ้งทั่วไป เลี้ยงยากกว่ากุ้งชนิดอื่น ๆ มีช๊อคตาย ตายก่อนขายเป็นประจำ คุณธนภัทร ได้ไปเลี้ยงกุ้งกับพ่อที่ภาคใต้ เขาคิดถึงหลวงพ่อเสมอ แต่การไปเลี้ยงกุ้งกับพ่อ เขาสงสารพ่อมาก เพราะกุ้งมักน๊อคตาย ไม่เหลือขาย มักขาดทุนประจำ เขาสวดมนต์และระลึกถึงหลวงพ่อเสมอ วันหนึ่งจิตสงบ (สวดมนต์) ปัญญาเกิด เขาได้นำพระปรกโพธิ์ 9 ใบ (เขาว่ากันห่าและโรคระบาดสัตว์ ได้หลวงพ่อปลุกด้วย ปริตรมนต์ด้วย) เขาเลยนำพระปรกโพธิ์ 9 ใบ ทำน้ำมนต์รดบ่อกุ้ง จุดธูปบอกกับหลวงพ่อว่า กุ้งไหน ๆ เขาก็จะต้องตาย เมื่อโดนจับไปขาย หรือตายก่อนกำหนด คือน๊อคตาย ผมขอให้หลวงพ่อช่วย, พระปรกโพธิ์ช่วย, พระแม่ธรณีช่วย, ขอให้กุ้งอย่าเพิ่งตาย ขอให้ได้กำหนดจับไปขาย แล้วค่อยตาย เขาขอแบบนั้น ปรากฏว่า กุ้งของเขาไม่น๊อคตาย ก่อนกำหนด จับขายได้ ตอนโตเต็มวัย จับขายได้ 2-3 บ่อ เป็นเงินหลายแสนบาท พ่อของเขาดีใจมาก เขาเลยเล่าเรื่อง ให้พ่อฟัง พ่อขายกุ้งได้ ให้เงินเขามา 1 แสน 5 หมื่น ให้มาหาซื้อพระปรกโพธิ์ 9 ใบ ตาใจที่เหลือก็ให้ไว้ใช้ เดี๋ยวนี้คุณธนภัทร ก็ยังเลี้ยงกุ้งกุลาดำอยู่ อำนาจของพระปริตร (มนต์) ที่บรรจุอยู่ในพระปรกโพธิ์ 9 ใบของหลวงพ่อนี้ก็สำคัญเหมือนกัน มนต์นี้มีมาตั้งแต่พุทธกาล พระสมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จโต ก็เสกและบรรจุมนต์นี้ สมัยสมเด็จโตยังอยู่และมรณภาพไปแล้วเคยมีโรคห่าระบาด ชาวบ้านก็ใช้สมเด็จวัดระฆังนี้ ทำน้ำมนต์รักษาได้ (กุลา น่าจะแปลว่า ต่างเผ่า)
อีกคนหนึ่ง เขาชื่อคุณภานุกรณ์ พรนวะม่วง บ้านอยู่กรุงเทพ เขาบูชาพระปรกโพธิ์ 9 ใบ 1 องค์ เขาสงสัยว่า พระนี้ผู้มีบุญเท่านั้น จึงจะได้ไว้ครอบครอง เขาเดินเรือทะเล สงสัยทีไรสร้อยขาดทุกที พอขึ้นฝั่ง ตำรวจน้ำ ได้จับบุหรี่หนีภาษีของเขาได้ เป็นเงินมากหลายหมื่นบาท เขาได้บอกเล่ากับพระปรกโพธิ์ 9 ใบ ให้ช่วย ผลคือ ตำรวจน้ำยึดบุหรี่ของเขาเอาไปหมด แต่ไม่จับเขา ก็ยังดียึดบุหรี่ ไม่โดนจับ เขาเคยขี่รถ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ไปเติมน้ำมัน มีเงินแค่ 500-1,000 บาท แต่พอเติมเสร็จ รถเกิดสตาร์ทไม่ติดเฉยเลย เจ้าของปั้มก็ดีใจหา ได้ไปตามช่างมาแก้ไขซ่อมให้ (เขาเติมน้ำมันหมดตัวไปแล้ว) เมื่อกำลังซ่อมรถอยู่ เขานึกถึงพระปรกโพธิ์ให้ช่วยเมื่อซ่อมเสร็จ ได้ถามราคาช่างว่าเป็นเงินเท่าไร ช่างไม่คิดสตางค์เฉยเลย พูดว่ากับเถ้าแก่ปั้มน้ำมันเป็นเพื่อนกัน งานนี้ฟรี ถ้าวันนั้นมีการคิดสตางค์คุณภานุกร ต้องหน้าแตกแน่ ขี่บีเอ็มดับบริว แต่ไม่มีเงินจ่าย ค่าซ่อม ขี่รถระดับนี้ช่างจะเรียกราคาเท่าไร ก็ต้องให้เขา นับว่าพระนี้ เป็นพระที่ดี เรื่องแบบนี้ คุณศิริชัย - คุณแหม่ม ธีรวณิชยะกุล บ้านอยู่โรงฟอกหนัง สมุทรปราการ มีโรงงานด้วย มาหาเช่าพระ ปรกโพธิ์ 9 ใบ จากศูนย์แห่งหนึ่ง เช่าแบบหมดตัวเลย เขาเข้างานตอนกลางคืน คุมเครื่องจักร ดูแลความเรียบร้อย แต่หนีงานมา 4-5 ทุ่ม กับ ตี 1-2 ขากลับง่วงนอนขี่รถเร็ว, ขี่กินเลนด์ตำรวจเรียกจับ ไม่มีเงินจ่าย ขี่รถปาเจโร่ใหม่ แต่ไม่มีเงินเสียค่าปรับเถื่อน ตำรวจกักตัวอยู่ในป้อม 1-2 ชั่วโมง แต่พอนึกถึง พระปรกโพธิ์ให้ช่วย ตำรวจปล่อยตัว หน้าตาเฉยเลย

