
สมเด็จหลังรูป รุ่น 1 พิมพ์นิยม
ตอนที่ 3 อภินิหารย์สมเด็จหลังรูป รุ่นกระดูกผี (รุ่น 4) (รอดตายได้แบบปาฏิหาริย์)
หลวงพ่อได้สร้างสมเด็จหลังรูปไว้ 3-4 ครั้ง คือด้านหนึ่งเป็นรูปพระสมเด็จ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปท่าน เต็มองค์ สร้างครั้งแรก แบ่งออกเป็น ๒ พิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่กับพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ไม่มีคาถา 4 ตัวคือ ยานะอิติ ตัวหนังสือโค้ง ส่วนพิมพ์เล็กมีคาถา 4 ตัว ตัวหนังสือตรง มีส่วนผสมของทรายเสก เนื้อหนักว่าสมเด็จทุกพิมพ์ หายากกว่าแหวกม่านพิมพ์นิยม อกใหญ่
อยู่ต่อมาท่านได้นำแม่พิมพ์สมเด็จหลังรูปพิมพ์เล็กมากดพิมพ์ด้วยเนื้อปรกโพธิ์ 9 ใบ (พบ ๑ องค์) ส่วนพิมพ์ใหญ่ท่านได้ให้ช่างแกะแม่พิมพ์ใหม่ ใส่คาถา ยานะอิติ ลงไป (เขาว่าย่อมาจากหัวใจอิติปิโส แต่เท่าที่ผมรู้ หัวใจอิติปิโสน่าจะเป็นอิสวาสุ) สมเด็จพิมพ์ใหญ่นี้ท่านได้นำไปกดทำด้วยเนื้อผงน้ำมัน (เคยพบ ๑ องค์) แล้ว ท่านก็นำมากดพิมพ์ด้วยเนื้อปรกโพธิ์ 9 ใบ ทำไว้ประมาณ 500 องค์ แทบไม่ได้แจกใครเลย ท่านหวงแหนมาก ให้เฉพาะคนจำเป็นต่อจากนั้นใน พ.ศ. 2515 ท่านนำไปกดพิมพ์ด้วยผงล้วน ๆ ผสมว่านเลือดไม่จำหน่ายใครเช่นกัน แจกให้เฉพาะทหารที่ไปรบสงครามลาว เมื่อพระโดนเหงื่อจะออกเป็นสีเลือด สีน้ำตาล สร้างประมาณ 500 องค์ เช่นกัน
หลังจากนั้นท่านนำเอาไปกดพิมพ์ด้วยเนื้อสีขาวผสมกระดูกผีและว่านมหาเมฆ, วานหนังแห้งๆ (ผมตำป่นเอาไปถวายท่าน) ท่านยังได้สั่งช่างแกะแม่พิมพ์เป็นรูปท่านแบบรุ่นแรก แต่ไม่มีสมเด็จ สมเด็จรุ่นนี้สร้าง พ.ศ. 2516-18 เนื้อไม่รวมตัวกัน เพราะมือท่านไม่มีกำลัง แต่การทำครั้งนี้ใครไปหาท่าน ถ้าขอท่านจะแจกให้ทันที คล้ายเป็นการทำวิชาครั้งสุดท้ายของท่าน ประสพการณ์ของพระสมเด็จหลังรูปรุ่นนี้จึงมีสูงมาก เพราะท่านแจกไปมาก ก่อนท่านจะมรณภาพท่านได้ห่อเตรียมไว้ให้ผม ให้จนหมด ได้ ๑ ห่อใหญ่ ท่านบอกให้เอาไปแบ่ง ๆ กันใช้ ตอนหลังมีคนมาขอเอาไปจนหมดไม่เหลือเลย ไม่ได้เอาเงินใครสักบาทเดียว ปัจจุบันพระรุ่นนี้มีปลอมใกล้เคียงมาก ต่อไปจะขอเล่าเพื่อบันทึกถึงอภินิหารของสมเด็จหลังรูป รุ่นกระดูกผี นายไกร คำแผง เป็นน้องชายนายโอนลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ตัวใหญ่โต บ้านอยู่แหลมข่อย อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณ ไม่ไกลจากที่ผมอยู่มากนัก นายไกร เขามีเมียสวย แต่ด้วย ความยากจน เลยต้องไปหางานทำไปเช้ากลับค่ำ บางทีก็ไปเป็น 5 วัน 10 วัน อยู่ต่อมาเขาได้ยินข่าวไม่ดีเข้าหูบ่อย ๆ เข้า เขาว่าเมียเขามีชู้กับนายแก้ว คนพเนจรมาจากโคราช นายไกรเขาชาตินักเลง มีคติไม่เหมือนผม เขาคิดว่า “ลูกผู้ชาย ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ลูกผู้หญิงกินได้จ่ายไม่เป็น” นายไกรเขาเลยวางแผนทำเป็นว่าจะไปธุระไปหลายวัน แบบเพลงของชาย เมืองสิงห์ เขาเตรียมลับมีดเอาไว้อย่างดี เป็นมีดปาดตาลหรือมีดเหน็บที่คนต่างจังหวัดเขานิยมใช้ พอเขาไปแล้วเขาก็แอบกลับมาตอนมืด ๆ นายแก้วพอรู้ว่านายไกรไม่อยู่ ดีใจเป็นที่สุดได้มาหาเมียนายไกร นายไกรก็คอยจังหวะอยู่พอเห็นถนัดจับได้คาหนังคาเขา (แบบเดียวกับลักควายเขามา) เขาชักมีดออกจากฝัก ไล่ฟันนายแก้ว ชั๊วะเดียวคอขาดเลย เหลือหนังติดอยู่หน่อยเดียว แล้วเขาก็ไปหาหลวงพ่อกวยพร้อมนายโอนพี่ชายให้รดน้ำมนต์ให้ ความจริงเขาจะฆ่าเมียเขาด้วยซ้ำ แต่เขากลัวไม่มีคนเลี้ยงลูก หลวงพ่อได้รดน้ำมนต์ให้พร้อม หยิบพระสมเด็จหลังรูปพิมพ์ใหญ่ เนื้อผงผีมอบให้ ๑ องค์ ท่านได้ตรวจ ดูดวงชะตาแล้วพูดว่า มึงยังไม่หมดเคราะห์ ให้หนีไปก่อนไปอยู่จันทบุรีโน่น คนบ้านเราก็มีอยู่หลายคน เสี่ยวัตร ก็อยู่นั่น, ไอ้โต (นายโต) ก็อยู่นั่น มึงหลบไปสักพักหนึ่ง แล้วค่อยมาหากู มามอบตัวกับตำรวจ
นายไกรไปอยู่จันทบุรี ตอนนั้นเขากำลังขุดพลอยกัน มีคนมาก ร้อยพ่อพันแม่ ต่างคนต่างก็ไม่กลัวกัน วันหนึ่งเขาเดินกลับจากเหมืองมากัน ๒ คน เริ่มมืดแล้ว ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ เขารีบวิ่งไปที่ต้นเสียง เจอผู้หญิงกำลังถูกปล้ำ จะข่มขืนจากคนร้ายถึง 4-5 คน เขากับเพื่อนได้ช่วยเอาไว้ ได้สู้กัน แต่คนร้ายสู้นายไกรกับเพื่อนไม่ได้ และได้พาผู้หญิงไปส่งบ้าน อยู่ต่อมาไม่นานเขากับเพื่อนต้องไปธุระข้างนอก ความจริงยังไม่มืดเท่าไร ประมาณ 2 ทุ่มเศษ ขณะเดินมาตามทาง คู่อริ 4-5 คนนั้นได้คอยหาโอกาสแก้แค้น คอยอยู่หลายวันสบโอกาสพอดี คนร้ายได้ใช้โซ่เหวี่ยงเป็นวงกลม ปลายโซ่ติดลูกตุ้ม แล้วเหวี่ยงมาพันขานายไกรกับเพื่อนล้มลง พอล้มลงคนร้ายได้เอาขวานพกฟันหัว ทั้งนายไกรและเพื่อน ฟันไม่นับ ความแรงที่ฟันขนาด กะโหลกศีรษะของเพื่อนนายไกรแตกมันสมองกระเด็น ผมนายไกรขาดเหมือนโดนกร้อน กะโหลกศีรษะยุบลงไป พอคนร้ายเห็นว่าตายแน่ก็รีบหนีไป
คนเราเขาว่า คนลิขิตไม่เท่าฟ้าลิขิต คนให้ตายฟ้าไม่ให้ตายก็ไม่ตาย แต่ถ้านายไกรจะต้องตายศิษย์ก็จะไม่โกรธเคืองหลวงพ่อเลย เพราะมันสุดวิสัยแล้ว ชาติเสือชาตินักเลงตายโหงดีกว่าเป็นเอดส์ตาย คืนนั้นน้ำค้างลง ด้วยอำนาจมนต์ที่หลวงพ่อบรรจุไว้ในพระสมเด็จหลังรูป นายไกรก็ฟื้นขึ้นมาแก้โซ่ออก มาดูเพื่อน เพื่อนตายแล้ว ได้ผลักเพื่อนไว้ข้างทางกันรถทับ แล้วเดินกลับที่พัก หารถกระบะไปส่งที่โรงพยาบาลจันทบุรี รุ่งเช้าคนร้ายพอรู้ตัวว่า นายไกรยังไม่ตายได้ขี่รถมอเตอร์ไซด์ตามมา จะมาฆ่าให้ตาย ขณะนายไกรกำลังหลับ หลวงพ่อได้มาปลุกให้ตีน พอตื่นเขาเห็นรถกำลังขับมาจอดพอดี เขาเลยบอกยามให้สกัดไว้ ตัวเขาหนีขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล รอดมาได้หวุดหวิด คนร้ายมากัน 4-5 คน นายไกรเลยขอกำลังตำรวจมาคุ้มครองและจ้างรถพยาบาลจากโรงพยาบาลมาส่งกรุงเทพ พร้อมกับโทรเลขถึงนายโอนพี่ชายให้มาเฝ้าที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลก็รักษา ตามมีตามเกิด เพราะไม่ใช่โรงพยาบาลของเอกชน ไม่ได้ผ่าตัด ได้แต่เจาะเอาเลือดเสียออก กะโหลกศีรษะก็ยุบลงไป ตามรอยขวาน (นายไกรไม่ได้เป็นศิษย์สัก แค่คุณพระคุ้มตัวก็ดีมาก ถ้าเป็นศิษย์สักจึงจะคงกระพันหรือชาตรี ถึงกระดูก) เมื่อนายไกรกลับมาบ้าน ได้ไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้เป่าหัวให้ จะเป็นด้วยอำนาจมนต์ที่หลวงพ่อเป่าให้หรือเพราะอะไรผมก็ตอบไม่ได้ กะโหลกศีรษะนายไกรที่ยุบลงไป กลับเสมอขึ้นมาเป็นปกติ แล้วนายไกรก็เข้ามอบตัวตามที่หลวงพ่อบอก ปรากฏว่าตำรวจบ้านผมเขาดี ไม่จับนายไกรเฉย ๆ ได้สั่งให้ไปเคลียร์กับเจ้าทุกข์ คือนายแก้ว คนโคราช นายไกรก็ไปพูดกับนายแก้ว นายแก้วอยู่บนต้นโพธิ์เขาเอาผ้าห่อกระดูกเขาไว้ และเขาเป็นคนจรด้วย นายแก้วก็ไม่ว่ายังไง ตกลงงานนี้นายไกรเสียเงินให้ตำรวจนิดหน่อย เรื่องนี้แสดงถึงอำนาจ พุทธคุณและอำนาจมนต์ของหลวงพ่อที่เด็ดขาด ยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน (ขอเล่าตอนจบสักหน่อย เมียนายไกร ไม่ได้มีชู้ หรือเป็นชู้กับนายแก้ว จริง ๆ แล้ว นายแก้ว เขาลักลอบ (เครื่องมือดักปลา) ของนายไกรประจำ (ลักลอบปลา) บอกไม่ฟัง เรื่องมีชู้เป็นเรื่องแต่งเล่าให้ตำรวจฟัง ปัจจุบัน นายไกรอพยพมาอยู่ใกล้ ๆ บ้านของผู้เขียน
ตอนที่ 4 รอดมาได้แบบปาฏิหาริย์
หลวงพ่อมักมีศิษย์ที่เกเร, มีเมียมาก, ลูกมาก, เป็นเสือ, เป็นโจร, กินเหล้า, เล่นการพนัน, ไม่เกรงกลัวผู้ใด, ฆ่าคนตาย, ทางโจทย์ยังไม่กล้าแจ้งความชี้ตัว กลัวจะหาที่อยู่ไม่ได้ ในจำนวนศิษย์ของหลวงพ่อนี้ ถ้านำมาเข้าแถวเรียงกัน สัก 40 คน มาพิจารณาดูว่า ใครจะแน่กว่ากัน ผู้เขียนจะต้องยืน ท้ายสุดหมายเลข 40 มีศิษย์ของหลวงพ่อ อยู่คนหนึ่งอายุตก 70-80 ปี ชื่อ สำราญ น้ำจันทร์ เคยเป็นกำนันหมู่บ้านผู้เขียน (เอียง)เกเร รับซื้อไก่ถอน กำนันสมัยก่อนต้องมือถึงใจถึง หูตากว้าง หนังเหนียว เขาเป็นเพื่อนทางเกเรกับท่านอาจารย์แสวงอดีตเจ้าอาวาสวัดหนองปลาดุก ผู้เขียนตอนนั้น อายุ 40-50 ปี เขามาขอซื้อนา เอาไปปลูกบ้านกับภรรยาใหม่ มีเมียมาก 20 กว่าคน ลูกมากกว่านั้น เขามาขอเป็นเพื่อน ผู้เขียนก็ตกลง เห็นว่าเสียเปรียบ เขาบูชาพระสมเด็จหลังรูปรุ่นกระดูกผี หลังปลดเกษียณ ไปเป็นลูกน้อง ของลูกน้องเสือฝ้าย ที่ด่านช้าง กิโล 8 (เคยเป็นที่ตั้งชุมเสือ) กำนันเป็นคนรูปหล่อ (หล่อไม่เสร็จ ตัวดำปี๋เลย) แต่เป็นคนปากกล้า ใจถึง มีอำนาจในตัว ไปชอบพอกับลูกสาวหัวหน้า ได้เสียกัน หัวหน้าไม่พอใจ ได้ประชุมลูกน้อง ความแตกตอนเช้ามืด กำนันเอียงไหวตัวคว้าปืน พร้อมลูกห่อผ้าขาวม้า หนีมา เดินแกมวิ่ง เกรงว่าจะถูกตามฆ่า (เขาชื่อเล่นชื่อเอียง เคยลงสมัคร ส.ส.ยุค ส.ส.หมาหลง) และเขาก็โดนตามฆ่าจริง หัวหน้าโจร และสมุน ลงความเห็นว่า กินบนเรือน ขี้ลดบนหลังคาเลี้ยงไม่ได้ สมุนโจร 30 คน ได้ตามฆ่าเขา พร้อมหัวหน้า ระยะทางตก 60 กิโลเมตร หนีมา 1 วันเต็ม กำนันเอียงได้เดินแกมวิ่ง เจอเสื้อเจอหมวก หุ่นไล่กาก็เอามาใส่ เจอตะค่องใส่ปลาก็เอามา คล้องคอปลอมตัว ว่าคาถามงกุฎพระเจ้าพรางตัว คับขันแอบ เอารองเท้าปาไปทาง 3 แพร่ง ตัวเองแอบในกอแฝก โจรมาดูรอบ ๆ อัศจรรย์ในคาถาหาไม่เจอ เขาเสกคาถาเอาใบไม้กิ่งไม้ทัดหูคุมหัวด้วยคาถาหายตัว (โสหับ) หลบรอดมาได้ โจรเดินผ่านไปเฉยเลย คิดว่าเป็นคนหาปลา เขาเอาไม้แหย่รูปู ทำเป็นหาปู หาปลา โจรบางส่วนนำหน้ามา คิดว่ายังไง กำนันเอียงต้องข้ามฝาก บริเวณวัดปากน้ำ วัดบ้านผู้เขียน จุดนี้เป็นจุดที่โจรเอาควายข้ามฟาก แม่น้ำท่าจีน กำนันมาถึงวัดปากน้ำ มืดพอดี ไม่คิดว่าโจรบางส่วนแอบอยู่ข้างหน้า บริเวณหน้าวัด มีตรอกควายอยู่ กำนันได้เข้าไปในป่าช้า แต่ก่อนเผาเชิงตะกอน ได้แอบอยู่บริเวณเชิงตะกอนเผาศพ แอบคุยกับผี มีการติดสินบนผี เอาขี้เถ้าผีมาทาหน้า เอาไม้หามผีมา 2 อัน ไม้ไผ่ไผ่สีสุก ได้ว่าคาถาเชิญผีตายโหง, ตายพราย, ตายห่า ให้มาช่วย คาถานี้ขึ้นต้นด้วยคาถาเรียกจิต ผีบอกขอให้เขาช่วย จนปลอดภัย แล้วถึงบ้าน จึงจัดสุราอาหารให้ผีกิน ผีชอบลาบเลือด, ต้มเปรตปลาไหล, อึ่งต้มเปรต, ปลาต้มเปรต, ชอบมาก คาถาว่าดังนี้ ถ่ายทอดจากหลวงพ่อปากต่อปาก จดแบบรีบ ๆ “จิ เจ รุ นิ จิต ตัง เจ ตะ สิ กัง รูปัง วิญญาณัง ขออัญเชิญเจ้าพ่อป่าช้า เจ้าแม่ป่าช้า ข้าพเจ้าขออัญเชิญผีในป่าช้านี้ จงมาช่วยข้าพเจ้าด้วย ขออัญเชิญผีตายบนบก, ผีตกน้ำตาย, ผีเขาฆ่า, ผีเขาฟัน, ผีชื่อดำ ชื่อแดง, ชื่อใหญ่, ผีไร้ญาติ...” มีชื่อผีอีกมาก เรียกมาให้มาก ๆ (มีชื่อผีอยู่คาถาปัดรังควาญ เป็นลายมือหลวงพ่อ หน้าท้ายสุด คาถาเล่ม 1)
ภายหลังกำนันเอียง ได้ไปหาปรกโพธิ์ 9 ใบมาใช้ ได้จากอาจารย์แสวง วัดหนองปลาดุก อ.เพื่อน ครั้งหนึ่งไปลักควายเขา โดนยิงขาบวมคับกางเกงเลย ได้หนีมากลางดึกมาหาหมอรวย ตลาดปากน้ำ ฉีดยาแก้อักเสบให้ เผลอหลับไป เจ้าทรัพย์ตามาเจอ ได้พูดคุยกัน เจ้าทรัพย์เป็นเพื่อน กำนันบอกว่าไม่รู้ว่าเป็นบ้านของมึง เพื่อนมันชวนไปเป็นเพื่อน คุยกันไปมากอดคอร้องให้ ทั้ง 2 คน (กำนันน่าจะรู้ว่าเป็นบ้านเพื่อน)
รื่องไปได้เสียกับลูกสาวหัวหน้าโจร ในสมัยขุนแผนก็เคยทำ ได้ฆ่าพ่อตาโจรซะตาย ยังมีอีก 2 คน คือ เสือวุ่น (เสือว่อน ชื่อคล้ายกัน อายุ 80 คาดตะกรุดโทน บวชอยู่ วัดปากน้ำ โดนยิงในวัดไม่ออก ขึ้นรถ 2 แถว ยืนอยู่ท้ายรถ คนร้ายหมั่นไส้เคยเป็นเสือ ลูกน้องอาจารย์ฝ้าย โดนถีบตกจากรถ กลิ้งไป 5-6 ตลบ ไม่สลบ, ไม่หัก, ไม่แตก) เสือวุ่นฆราวาส ไม่ได้เป็นเสือ ก็เคยฆ่าพ่อตา กลับไปฆ่า (กำนันเอียง ก็กลับไปฆ่า) พ่อตาซะตาย เสือวุ่นไม่ได้เป็นโจร แต่คนเขาเรียกเสือ ใจถึง ได้ไปฆ่าว่าที่พ่อตาซะตาย เพราะได้เสียกับลูกสาว ชุมโจรลูกน้องเสือฝ้าย เคยตั้งอยู่ 1. เขื่อนกระเสียว 2. กิโลเมตรที่ 8 ด่านช้าง 3. เขตติดต่อบ้านไร่ จ.อุทัย มี 3 ชุม เสือวุ่นเคยมีเรื่องแบบเดียวกัน บ้านเขาอยู่ไม่ไกล จากบ้านกำนันเอียง คือข้ามแม่น้ำท่าจีน แบบเดียวกันโดนตามฆ่าแบบเดียวกัน ถ้าจำไม่ผิดเขาคล้องปรกโพธิ์ หรือหลังรูป จำไม่ได้แล้ว เคยคุยกันตั้งแต่ 4 ทุ่ม - ตี 2 เขาเคยเป็นศิษย์หลวงพ่อโม แต่วัตถุมงคลของหลวงพ่อโม ขายไม่ได้ เขาเลยเอามาแลกกับสมเด็จหลังรูปของหลวงพ่อ (เอาไปจำหน่ายผู้เขียนไม่พูด) ภายหลังนับถือหลวงพ่อ ปี 2521 งานฝังลูกนิมิต เขาไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อกำลังเสกรูปหลังจีวร ยังไม่ได้เลี่ยม รูปนั้นอยู่หน้าโต๊ะหมู่ ใส่ถาดขันโตกทรงสูง รูปมีมาก ท่านหันหลังมารับแขก สรุปคือรูปอยู่ด้านหลังหลวงพ่อ คุยกันสักพักนายว่อนถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อจะทำอะไร สะดวกว่างหรือเปล่า หลวงพ่อตอบว่ากูจะเสกรูป (กรรมการยกรูปมาให้ท่านใกล้ ๆ ปลุกเอาฤกษ์) นายวุ่นเลยนิมนต์ให้ท่านเสก ท่านก็พูดคุยปกติ หันหน้ามาทางเสือว่อน ท่านพนมมือ หลับตา พักเดียว รูปได้ปลิวลอยขึ้นบนอากาศสูงระดับศีรษะของหลวงพ่อ เสือวุ่นได้ลุกขึ้น ประกบหยิบจับ รูปได้มา 7 รูป เขานำมาฝากผู้เขียน 4 รูป ตอนนั้นรูปก็ไม่แพง แทบไม่มีราคา ให้คนอื่นไปหมดแล้ว เขาเล่าว่า สมัยหลวงพ่อโม วัดจันทาราม ยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เสกรูปได้แบบนี้ เขาหยิบมาได้ 7 รูป เขาให้น้องเขยผู้เขียน 4 รูป (เจอกับน้องเขยก่อน ผู้เขียนมาตอนเขาคุยกันแล้ว) น้องเขยผู้เขียน มันเค็ม ขอแบ่งสักรูปก็ไม่ให้
อีกคนที่ฆ่าว่าที่พ่อตา ก็เป็นเสือ 3 ชุม หนีมาเช่นกัน ชื่อเสือคอย ใช้สมเด็จหลังรูป และเคยใช้ตะกรุดโทน โดนยิงขณะถือศีลที่วัดปากน้ำ ขณะเดินจงกลม ยิงไม่ออก เขาใช้สมเด็จหลังรูป และตะกรุด ไปถือศีลทางดง (ไม่สมควรเอ่ยชื่อวัด) เสือคอย เป็นลูกน้อง อ.ฝ้าย หนีมาข้ามฝากที่ท่าวัดปากน้ำ ทั้ง 3 คน เสือคอยไปถือศีลที่วัดทางดง มีโจรมีใบสั่งฆ่า เสือคอยมากัน (คนร้าย) 2 คน มีมีดเป็นอาวุธ เข้านอนแล้ว ดึก โจรคนแรกขึ้นไปฆ่ามีมีดสั้นเป็นอาวุธ (ถ้าใช้ปืนจะดังและลบหลู่วัดมากไป) โจรได้เข้าไปแทงถึงในมุ้ง เสือคอยฮึดสู้ได้ปล้ำสู้กัน เพื่อนโจรเห็นว่าไปนาน ได้ขึ้นไปดู เห็นเสือคอยเสียเปรียบอยู่ด้านล่าง เพื่อนโจรเอามีดจ่อคอหอยอยู่ เลยลงมาคอยด้านล่าง เดือนหงาย ๆ แต่เห็นว่าเพื่อนไม่ลงมาสักที ได้ขึ้นไปดู ปรากฏว่าเพื่อนโดนเสือคอยแทงซะมิดมีดตายไปแล้ว เลยทิ้งศพไว้ แล้วหนีไป ไอ้คอย, ไอ้วุ่น, กำนันเอียง เป็นเพื่อนกันต่างวัย ในวัย 20 ไปกินเลี้ยงบ้านงาน เจอลูกน้องเสือฝ้ายอายุ 70 มาขอเป็นเพื่อนเฉย ๆ ก็มี อายุ 10 ปี (ป.4) เพื่อนพ่อลดตัวมาเป็นเพื่อนผู้เขียน ระดับสารวัตร, เจ้าของบ่อนไก่ (นายแก้ว หัวเกาะ), นายคลองชลประทาน, เจ้าอาวาส วัดปากน้ำ, อ.สำราญ, ช่างเซ้ง นายคลองชลประทาน, กำนันประทวน พานิช, ข้าราชการบนอำเภอ, ปลัดอำเภอ, ที่ดิน, เกษตรอำเภอ เขาร่ำลือว่า ผมเป็นเซียนพระ ดูพระไม่ต้องใช้กล้อง (ความจริงไม่มี) มีพระมากเป็นไห ๆ มีสมเด็จวัดระฆัง, บางขุนพรหม, ปากน้ำ, ปากคลอง, หลวงพ่อปาน บางนมโค, หลวงพ่อกวย มีมาก พวกเขา เอาพระเก่ามาแลกพระใหม่ หลวงพ่อกวยจากผู้เขียน แลกกันไปแลกกันมา เจ้าอาวาสก็มาแลกเอาวัดระฆังไป บางคนก็มาแลกเอาหลวงพ่อกวยไป พระมีมากเป็นกระมัง เรียนหนังสืออยู่ไม่มีใครให้สตางค์สักบาท พอโตขึ้นดูพระเป็น อายุสัก 20 ปีเศษได้ ถึงได้รู้ว่า ไอ้พวกห่าพวกนี้ เอาพระปลอมแต่ดูเก่า เอามาแลกกับพระหลวงพ่อกวย ปลอมแทบทั้งนั้น เจ้าอาวาสเอาสมเด็จไปแจกผ้าป่า, กฐิน มีคนได้ไป ไปให้ใครเขาดูไม่รู้ เขาว่าแท้ ที่นี้ผ้าป่า, กฐินมากันเพียบเลย, วัดระฆัง (ระคัง) เคยมีเป็น 40-50 องค์, ปากน้ำ มี 10-20 องค์. หลวงพ่อปาน, หลวงพ่อปากคลองมีมาก เก้ทั้งนั้น
อีกคนชื่อแถมเหมือนเงิน บ้านเคยอยู่ห่างกัน 50 เมตรได้ ไปซื้อที่ทางดง ด่านช้าง เจ้าพ่อขอซื้อต่อ เขาไม่ให้ เขาใช้หลังรูป เนื้อผงผี และปรกโพธิ์ 9 ใบ เขาโดนยิงหลายครั้ง ยิงเขาไม่ได้เลย คนร้ายจะเห็นเขามากับพระ พระขี่มอเตอร์ไซค์บ้าง, ซ้อนบ้าง หลายครั้ง จนเลิกราไป ตอนหลวงพ่อให้สมเด็จหลังรูปมาท่านพูดว่า มึงเอานี้ไปใช้ดีกว่า “มันจะได้ไม่เห็นมึง”
อีกคนชื่อวินัย หอมยามเย็น บ้านอยู่คนละฝั่งแม่น้ำ กับผู้เขียน เป็นน้องชายของน้องเขยผู้เขียน เขาได้สมเด็จหลังรูป 1 จากพี่ชาย เพราะเขาสอบเป็น ตชด.ได้ เขารับราชการ อยู่ทางอีสาน ตอนบน ชายแดนไทยเขมร เขาเป็นคนเกเร ก็เหมาะกับอาชีพของเขา เคยโดนยิงหลายครั้ง ทั้งปืนสงครามและปืนพก แต่ยิงไม่ออก ออกไม่ถูก โดนในบ่อนด้วยปืนพกประจำ (แทงไม่จ่าย, ยักไม่จ่าย) เพื่อน ตชด. อีกคนคล้องอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร ก็โดนยิงไม่ออก ไม่ถูกเหมือนกัน (คล้องรูปถ่าย)
อยู่ต่อมา 2 คนนี้ ไปนอนกับเมียแม้ว เมียแม้วมาเก็บใบชา 3-4 คน สามีอยู่บ้านค้าขาย แม้วผู้ชายอายุไม่ยืน 50-60 ปีก็ตาย บนเขาอากาศดูเหมือนดีแต่ไม่ดี มักมีไข้, ไข้ป่า, อากาศที่พัดมามักมีเชื้อไข้ป่า สามี (ผู้ชาย) มักสูบฝิ่น, ค้าขาย ภรรยาอาจมีถึง 3-4 คน ภรรยาสาว สามีมักมีอายุ ภรรยาบางคนยังสาว อาจหารายได้พิเศษ หลับนอนกับคนแปลกหน้า ที่พอใจ ครั้งละ 20 บาท สมัยนั้น วินัย กับเพื่อน ไปใช้บริการ ขากลับลงจากเขา เพื่อน ตชด. ศิษย์อาจารย์ฝั้น โดนยิงนัดเดียวตายเลย (พระสายกรรมฐาน ต้องอยู่ในศีล จึงคุ้มครองได้) ส่วน ส.ต.อ.วินัย ก็โดนยิงอีกหลายครั้งไม่ออกไม่ถูก นับว่าพระของหลวงพ่อนี้ จะเข้าข้างศิษย์เสมอ ไม่ว่าดีหรือเลว ขอให้นับถือเป็นใช้ได้ โสเภณีก็ใช้ได้
วินัยกับเพื่อนตำรวจ 2 คน ตั้งด่าน กักด่านอยู่ชายแดนเขมร ผู้กองผู้พัน ได้ค้าวัวควาย ข้ามแดนมา วินัยกับเพื่อน ขอค่าเหล้าบ้าง ขอเครื่องดื่มบ้าง ควายเป็นฝูง 40-50 ตัว หลายครั้งแล้ว คนไล่ควายไม่ให้อะไร วินัยกับเพื่อนเลย วินัยกับเพื่อน 2 คนเป็นคนเกเรอยู่แล้ว เลยจับคนไล่ควาย ติดกุยแจมือ ไล่ควายทั้งฝูงไปขายเอง ขายเสร็จก็หนีมาอยู่บ้าน พ่อและแม่เกลียดมาก เพราะเกเร ภายหลังก็ยึดอาชีพมือปืนรับจ้าง โดนยิงหลายครั้งไม่ออกเลย เพื่อนเป็นครูจังหวัดกำแพงเพชร สมัยยังมืด มายิงคนใกล้บ้านผู้เขียน (วังกระชาย) หันคา เพื่อนโจรยิงคนดี จับผมยิง ยิงหัว นัดเดียว นิ้วก้อยโจร กระเด็นขาดครึ่งนิ้ว โจรยืนงง (วินัยชี้เป้า)
ตอนที่ 5 เรื่องของผู้เขียน
ความจริงไม่อยากเล่า มันน่าอาย ผู้เขียนใช้รูปหลังสิงห์ 4 ปีตอนเรียนหนังสือ เรียนจบเพื่อนขอได้ให้เพื่อนไป กลับมาบ้านสอบบรรจุเป็นครู ใช้บูชาสมเด็จหลังรูปรุ่น 1 มีอยู่ 2-3 องค์ น้องเขยให้มา ให้เป็นเครื่องบรรณาการ (อีกองค์เขาให้น้องชาย วินัย หอมยามเย็น) ได้คล้องใช้อยู่ ตอนจะรับราชการได้ไปกราบท่าน ขอให้ท่านให้โอวาท ท่านพูดทำนองนี้ ท่านพูดว่า เมื่อเราอยู่ที่ใด ทำงานใด สถานที่ใด อย่าทำแต่หน้าที่ให้ทำทั้งโรงเรียน, โรงพัก, ปัดกวาด, ดูแลเด็ก, ดูแลเพื่อนร่วมงาน, ถามถึงทุกข์สุข ช่วยเหลือกัน เมื่อถามถึงนาย การวางตัว ท่านพูดแบบแรง ๆ ว่า เราถือสัญชาติคน ไม่ต้องทำตัวแบบสุนัข ทำแล้วก็แก้อดีตไม่ได้ ให้ทำตัวปกติ เรื่อง 2 ขั้น เขาจะให้ก็รับ เขาไม่ให้อย่าไปขอ อย่าลดตัวไปประจบเขา ให้ถือศักดิ์ศรี เมื่อผู้เขียนไปทำงาน ก็ไม่ประจบ ผู้เขียนอาศัยเคยเห็นโลกมามาก เคยเป็นครูโรงเรียนเอกชน เคยทำงานโรงงาน ถึงเวลาต้องเข้าห้องสอนเด็ก ไม่โกงเวลา ไม่โกงหลักสูตร (สอนจนจบเล่ม) เพื่อนฝูงไม่ชอบ ไม่ชอบไม่เท่าไร พอจะพิจารณา 2 ขั้น ครูใหญ่ขอเงิน 1 หมื่น (เงินเดือนแค่ 3,500 บาท (สามพันห้าร้อย)) 10 ปี ครูใหญ่คนแรกปลดเกษียณ ผมก็ไม่มีเงินให้ 2 ขั้นก็ไม่ได้ 10 ปีต่อมา ครูใหญ่คนที่ 2 คนนี้หนักกว่าคนเก่า คือชะตาไม่ต้องกัน ผมไม่รู้จะย้ายไปอยู่ไหน ถ้าย้ายไปก็ไกลมาก เลยทนอยู่ มาคิดได้ว่า ยกให้เขาสักคนจะเป็นไร ไม่พูดถึง ลงให้ แต่ไม่ประจบ ผู้ช่วยครูใหญ่ เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน จะขอชื่อกู้สหกรณ์ครู โดยให้ผู้เขียนเป็นคนกู้ ประวัติของเขา ยืมมือใครกู้ ถ้ากู้ให้ แต่พอถึงสิ้นเดือน เขาไม่มีจ่าย กู้แบบมาก ๆ ใช้หนี้ 2-3-5 ปี เจ้าของชื่อต้องจ่ายหนี้เอง ถึงตรงนี้ ผู้เขียนต้องกู้เงินตัวเองกันเพื่อนฝูง และหัวหน้าเอาชื่อกู้ เขาก็เกลียดขี้หน้า แต่ก็ไม่เป็นไรดีกว่าโดนเอาเปรียบ เขาเลยลงมติว่า ผมผู้เขียนใจคอคับแคบ นายคนที่ 2 อยู่มา 10 ปี เขาก็ไม่ให้ 2 ขั้น คนมาใหม่ มาได้ 7 เดือนได้ 2 ขั้น ผู้เขียนไม่สนใจเรื่องเงินแต่อายเขา เผลอคุยกับเพื่อนว่า ผมไม่สนใจ 2 ขั้น (องุ่นเปรี้ยว) เพราะผมทำงานขึ้นกับชาติ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พอเขาได้ยินเข้า (เพื่อนฟ้อง) เขาบอกให้ผมไปขอ 2 ขั้นกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมรู้สึกอายมาก อยากเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อไอ้สมเพศ, หรือไอ้ทุเรศ อยู่จน 10 ปีเขาก็ไม่ให้ 2 ขั้น แต่เวลาสอบเลื่อนวิทยฐานะ ผมสอบผ่านแค่ปีเดียว คนอื่นบางคนใช้เวลาเป็น 10 ปี เขาไม่ให้ผู้เขียนทำงาน เกรงจะมีผลงาน ผู้เขียนเลยอยู่แบบอ๋องเลย จะไปจะมาเขาไม่ว่า แต่เขาให้อยู่แผนกหาเงิน ข้อดีคืออยู่แบบอ๋อง อีกข้อคือใช้พระหลังรูป จะบอกเล่าหลวงพ่อได้ง่าย ไว และรุนแรง หลวงพ่อจะมาหาเรื่อย ถอดจิตมา ผู้เขียนก็ถอดจิตออกมาคุย หลวงพ่อสอนว่า คนเราต่างกันที่ปัญญา ท่านบอกให้ไปหาอ่านเอาในห้องสมุด ผู้เขียนได้ค้นคว้าอ่าน ได้อ่าน 3 ก๊ก, ตำราพิชัยสงครามของซุนวู ที่ขงเบ้งใช้ เล่มนี้แม้ย้ายภูเขากั้นแม่น้ำ ก็ทำได้, และได้อ่านคำสอนของหลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม และคำสอนหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง ข้อดีข้อนี้ของหลวงพ่อคือ ผู้เขียนได้พบทางสงบ มาคิดได้ว่า ได้พบนาย ผู้ช่วยนาย, เพื่อนฝูง, ญาติ (บางคน) เขาเป็นคนกระจอกเลย ไม่เกลียด ไม่โกรธเขาอีกเลย ดีใจที่เขาทำกับเรา เหมือนสอนเราช่วยตีเหล็ก (ตัวเรา) ให้เป็นเหล็กกล้า มองแล้วเป็นธรรมะหมดเลย ความดีข้อที่ 3 ของสมเด็จหลังรูป ผู้เขียนอยากรวย ได้บอกหลวงพ่อกับสมเด็จหลังรูป หลวงพ่อได้พาไปเมืองลับแล ไปเอาปลา (ปลาหมายถึงโชคลาภ) และได้บอกทางไปพบพ่อแม่เก่าที่สวรรค์ชั้นต้นสุด ได้ไปเอาใบเงินใบทอง (ใบทอง) มา
หลวงพ่อสอนวิธีหาเงินและเก็บเงิน แต่ก็ไม่รวยสักที หลวงพ่อคงจะรำคาญ ผู้เขียนทำการค้าขายของเก่า เป็นงานอดิเรก ได้ขอเงินกับท่าน ได้ค้าขายเดือนเมษายน 1 เดือน มีกำไรออมา 1 ล้าน ขายอยู่ 4 ปี ของเดือนเมษา ได้เงินรวมมา ตก 4 ล้าน เลยลาออก มาทำเหมืองแร่ที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ผู้คนเรียกเสี่ย เรียกพ่อเลี้ยง ทำอยู่เกือบ 20 ปี ก็ไม่รวย ขายรถออกไป ก็มีเท่า ๆ เดิม แต่เงินเท่านี้ก็รวยได้ โดยเปลี่ยนแนวความคิด ทำใจให้กว้าง, บริจาค, แบ่งปัน, ดูแลเด็กกำพร้า, คนชรา, คนป่วยติดเตียง, ให้ทุนเด็ก, เลี้ยงลิงฯ เปลี่ยนแนวความคิดว่าเงินเท่านี้ก็รวยได้ มันก็รวยได้จริง ๆ, คนอ้วน เริ่มกินแต่น้อย, กินผัก, ออกกำลังกาย เปลี่ยนแนวความคิดวิธีกิน เดี๋ยวก็ผอม พูดกับตัวเองว่าเราจะผอมแล้วเริ่มทำกิจกรรมลดน้ำหนัก เดี๋ยวก็ผอม คนเป็นโรคกระเพาะ หมอบอกให้ไม่ให้กินเผ็ด แต่เราอดไม่ได้ แต่ถ้าจะให้หาย ไม่กินเผ็ดเลย กินผักจิ้มน้ำปลา 2-3 วัน โรคกระเพาะก็หาย คือเปลี่ยนแนวความคิดวิธีกิน เปลี่ยนจริง ๆ
สรุปคือ ผู้เขียนบูชา (ใช้) สมเด็จหลังรูป แม้ดูเหมือนตกต่ำแต่ก็ไม่ตกต่ำ คือ 1) อยู่แบบอ๋อง 2) พบทางธรรม ทางสงบ จากจิตของหลวงพ่อ ที่แฟงอยู่ในพระสมเด็จหลังรูป 3) เก็บเงินได้ หาเงินได้ แบบอัศจรรย์ สามารถซื้อรถพ่วง 18 ล้อได้ 3 คัน แต่ผู้เขียนก็ใช้ชีวิตเรียบง่าย กินอาหาร 1-2 มื้อ กินผักปลูกเอง นอนกินดอก (ดอกโสน, ดอกกล้วย, ดอกแค) ปัจจุบันเลี้ยงปลาดุก ตัวยาวเท่าแขน, เลี้ยงปลาบึก ตัวเท่าเด็กอนุบาล, เลี้ยงไก่ 200-300 ตัว ปัจจุบัน เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ชน แต่ไม่ฆ่า ไม่สั่งฆ่า ไม่ยกให้ใคร (ไม่มีสิทธิ์) ลักขโมยปลาได้ แต่ห้ามช๊อต ขอไม่ให้
ส่วนคาถาที่ใช้บูชา สมเด็จหลังรูป บทสั้น ๆ เวลาจะมีภัยให้ว่าคาถา “ยา นะ อิ ติ” แต่ถ้าจะเอาแบบเต็ม ๆ คือ “พุทธะ มะ อะ อุ นะ โม พุท ธา ยะ ยา นะ อิ ติ นะ อุด ทัง ปิด”
พระ 3 พิมพน์นี้ คือ 1) สมเด็จแหวกม่าน อกใหญ่พิมพ์นิยม 2) สมเด็จปรกโพธิ์ 9 ใบ 3) สมเด็จหลังรูป รุ่น 1 หน้าหนุ่ม พระ 3 พิมพ์นี้ เป็นสุดยอดของพระสมเด็จของหลวงพ่อ คล้องคอไปไหน ไม่อายใคร เล่ากันว่า “ใครคล้องพระหลวงพ่อกวย รวยทุกคน”

