
สมเด็จหลังรูป รุ่น 1 พิมพ์นิยม
ตอนที่ 6 กำบังได้ ด้วยอำนาจของผงผี และว่านมหาเมฆ รวมทั้งทรายเสก
ต่อไปจะขอกล่าวถึงสมเด็จหลังรูปพิมพ์ใหญ่อีกสัก 1 ครั้ง พระเครื่องหรือพระพุทธพิมพ์รูปแบบของสมเด็จของหลวงพ่อนี้ มีมากหลายแบบเช่นกัน บางแบบก็หาข้อยุติไม่ได้ เพราะเป็นสมเด็จหลังเรียบไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมายืนยัน หรือเป็นเอกลักษณ์หลวงพ่อสร้างพระเครื่องพิมพ์สมเด็จ ครั้งแรกหรือยุคแรก คือสมเด็จพิมพ์แหวกม่านประมาณ พ.ศ. 2490 กว่า ๆ เป็นสมเด็จหลังเรียบ แต่มีเอกลักษณ์พิเศษ ต่อมาก็สร้างหลังเรียบพิมพ์ต่าง ๆ อีกหลายสิบพิมพ์ บางส่วนได้นำไป ฝังเอาไว้หลายไห ยุคต่อมาจึงสร้างปรกโพธิ์ 9 ใบ สร้างสมเด็จหลังรูป, สมเด็จทรงไกเซอร์ หลังยันต์, สมเด็จพิมพ์พระประธานหลังยันต์ครั้งสุดท้าย หลวงพ่อสร้างสมเด็จหลังรูปพิมพ์ใหญ่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้สร้างอีกเลย สมเด็จที่ได้รับความนิยมสูงคือ แหวกม่าน, หลังรูปพิมพ์เล็ก แต่พิมพ์อื่น ๆ ก็ได้รับความนิยมเช่นกันและค่อนข้างจะหายากทุกแบบ หลังจากนั้นหลวงพ่อได้ให้ช่างไปทำสมเด็จหลังรูปกรอบกระจก, สมเด็จขี่สิงห์หลังสิงห์, สมเด็จทรงระฆังเล็ก, สมเด็จดำพิมพ์ขาโต๊ะ, สมเด็จพิมพ์พระลมูล เนื้อสีแดง ๆ สมเด็จชุดหลังนี้ออกจำหน่ายในงานฝังลูกนิมิต หลวงพ่อไม่ได้ทำเอง ได้แต่ให้ผงไปผสมทำ แต่หลวงพ่อก็ปลุกเสกเอง ราคาจึงไม่แพงนัก
สมเด็จพิมพ์หลังรูปนี้หลวงพ่อใช้ผงทำเหมืองกับสมเด็จรุ่นก่อน ๆ แต่อ่อนว่าน คือใช้ผงวิเศษมาก นอกจากว่านที่ผมตำป่นไปถวายแล้ว เข้าใจว่าไม่ได้ผสมว่านอย่างอื่นอีกเลย อาจเป็นเพราะผงหลวงพ่อเหลือมาก จึงใช้ผงมากและหลวงพ่อคงรู้ว่า คงจะไม่ได้ทำอีกแล้ว จึงใช้ผงผสมทำมาก สมเด็จหลังรูปพิมพ์ใหญ่นี้มีอภินิหารมากกว่าสมเด็จทุกรุ่น คือ อาจจะเป็นเพราะมีมากกว่าทุกรุ่นก็เป็นได้ สมเด็จรุ่นนี้เท่าที่พบส่วนใหญ่เป็นเนื้อสีขาวแต่เคยพบเป็นเนื้อผงน้ำมันสีน้ำตาลก็มี แต่น้อยมาก (พบ 1 องค์)
สมเด็จรุ่นนี้ ตอนนั้นผมนำว่านไปถวายท่านหลายชนิด แต่มีชนิดหนึ่งท่านพอใจมาก หัวว่านคล้ายสีดำ เมื่อหลวงพ่อเห็นเข้า ท่านพอใจมาก ท่านพูดว่า “มหาเมฆเขาดีถ้าปลุกเสกให้ดีจะกำบังได้” ผมก็คอยฟังข่าวถึงอภินิหารย์ของสมเด็จรุ่นนี้ ฟังมานาน ก็ไม่เคยได้ยินว่ากำบังได้สักที เคยได้ยินแต่ว่าบูชาแล้วร่ำรวย เหมือนสมเด็จรุ่นอื่น ๆ แต่แคล้วคลาดและเมตตาดีแน่ แต่กำบังเพิ่งจะได้ยินเพียงครั้งเดียว สมควรบันทึกเอาไว้
6.1 นายขจรศักดิ์ นาคทอง คนปากน้ำ หมู่ 5 ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เป็นลูกชายนายธง คนแจวเรือข้ามฟากท่าวัดปากน้ำ นายธงเคยไปทำบุญที่วัดของหลวงพ่อ ได้สมเด็จหลังรูปพิมพ์ใหญ่มา 1 องค์ ให้ลูกชายคล้องคอติดตัว นายขจรศักดิ์เขานับถือหลวงพ่อมาก แม้จะไม่เคยได้กราบหลวงพ่อเลย เพราะเป็นเด็กรุ่นหลัง หลายครั้งโดนตำรวจไล่จับ เพราะไปสูบกัญชาแต่จับไม่ได้เลย แม้แต่ครั้งเดียว ทั้ง ๆ ที่น่าจะจับได้ เพราะนายขจรศักดิ์เขาเป็นโรคอ้วน วิ่งไม่เร็ว ครั้งสำคัญที่ทำให้เขาเคารพหลวงพ่อมากคือ เขาวิ่งหนีตำรวจวิ่งเลาะป่ากล้วย ขณะกำลังวิ่งอยู่ปรากฏว่าตำรวจวิ่งเลยเขาไป เขาหันไปดูไม่เห็นตำรวจ เห็นแต่ตำรวจวิ่งนำหน้าไป เขาเลยหยุด เขาแปลกใจมาก งงที่สุดในชีวิต ที่ตำรวจวิ่งขับเขามา แล้ววิ่งเลยไป ตอนหลังสมเด็จหลังรูปนี้มีราคาแพงมากเข้า มีคนมาให้ราคาแพงเรื่อย ๆ นายธงกลัวจะหาย, กลัวลูกชายจะนำไปขายเลยถอดเก็บ เก็บอยู่ได้ไม่นานตำรวจมาบ้าน เห็นนายขจรศักดิ์ นอนหลับอยู่เอากัญชายัดใส่มือ จับเอาไปโรงพักเลย แปลกมากโดนจับหลายครั้ง จับไม่ได้ มาจับได้ขณะนอนหลับ แถมไม่มีกัญชาอีก เรื่องเมตตาก็ดีมากตอนนั้นยังใช้บูชาอยู่ ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ไปกับนายชู สว่างศรี รถไม่ได้ต่อทะเบียนมา 5 ปี ตำรวจไม่เคยจับเลย ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน วันหนึ่งจะกี่เที่ยวตำรวจก็ไม่จับ ขนาดตั้งด่านก็ไม่จับ นายชูมีเหรียญรุ่นเสาร์ 5 ตำรวจได้แต่พูดว่า “ถ้ากูไม่มีผลงาน มึงต้องช่วยกูมั่งน๊ะ”
6.2 ในหมู่บ้านหัวเด่น ติดกับบ้านแค เดิมยุคปู่ของผู้เขียน มีคนจริงอยู่ที่หัวเด่นบ้านแค อยู่ 2 คน คือ สังตุ๊และสังเฉา (ฉาว) มาจากคำว่า อื้อฉาว (ไม่ดี) ลูกฉาวเป็นนักเลงชื่อเบิ้ม บ้านอยู่บางระจัน ลูกตุ๊ผู้ชายมีหลายคน ชื่อ หมอเทือง, หมอทอง ตุ๊ และฉาว เป็นน้องปู่, พระครูพิม์ก็เป็นน้องปู หมอเทือง, หมอทอง, เบิ้ม เป็นรุ่นพ่อ คนพวกนี้ดุ ใจร้าย ใจถึงมาก หลัง พ.ศ. 2500 โด่งดังมาก มีคน 2 คนพี่น้อง เมาจากวัดบ้านกร่าง (อยู่เหนือวัดหลวงพ่อมาทางวัดหลวงพ่อบุดดา) อาละวาดคนที่วัดบ้านกร่าง ได้พูดว่า ถ้ามึงอยากตาย ให้ไปแวะหาเรื่อง แถวหัวเด่น, บ้านแค เดี๋ยวมึงก็ได้ตาย 2 คนพี่น้อง อยากตายจัด ได้ขี่รถขึ้นเหนือมา เจอคนทำงานอยู่ที่หัวเด่นได้แวะหาเรื่องที่หัวเด่น เดี๋ยวเดียว หมอเทือง ยิงคนน้องตายเลย 2-3 นัด คนพี่ตกใจมาก ได้คว้าสากตำขนมจีนขนาดใหญ่ ตีหมอเทือง ตีซ้ำไป 2-3 ที คนมาห้าม หมอเมืองไม่หัก ไม่แตกเลย สากใหญ่ขนาด 2 มือจับ ถ้าตีคนทั่วไป 1 ทีก็ตาย เขากำลังมีงานทำขนมจีนอยู่ หมอเทืองคล้องสมเด็จหลังรูปอยู่ 1 องค์ เดี๋ยวนี้หมอเทืองก็ยังอยู่ ติดคุกอยู่ชัยนาท (ช่วยหลานพรางศพ คนตาย)
คนน้องชื่อ หมอทอง นิสัยดีสุภาพถ่อมตัว เป็นหมองู บ้านใหม่ อยู่ทางกำมะเชียร อ.เดิมบางฯ เขามีวิชาหมองู จงอาง คือแต่ก่อนถ้าจะเกี่ยวข้าว มีงูจงอางอยู่ในนา ก็จะเกี่ยวข้าวไม่ได้ งูจงอางดุ ไล่กัด ตัวโตน่ากลัว บางตัวสูง (แผ่แม่เบี้ยได้สูงขนาดเอว, อก) ตัวใหญ่ขนาดน่อง, โคนขา นายทองเขาตัดไม้ 3 อัน ทุบดินให้ งูแผ่แม่เบี้ย 1 อัน, อีกอันสำรอง, อีกอันเขวี้ยงตัดลำคอในระยะประชิด บิดาของผู้เขียนและผู้เขียนได้ถ่ายทอดวิชาไว้ แต่บิดา (พ่อ) มาถ่ายทอดให้ ใช้พร้า 1 อันพอ (เดี๋ยวนี้ไม่ทำเขาแล้ว บอกให้เขาไป ๆ ซะ) หมอทอง ไปธุระหานายต่วยที่หัวเด่น ไปกับลูกชาย 1 คน (คนขับ) จากกับนายต่วย ตอนเช้าเริ่มสาย นายต่วยวิดน้ำเข้านา คันคลองหัวเด่นจากกันแล้ว จากหัวเด่นขี่รถมาถึงหนองปลาดุก ลูกชายลืมเสื้อคลุมไว้ที่รถไถ (วิดน้ำเข้านา) ได้ขอพ่อไปเอาเสื้อ นายทองเลยลงรถ คอยที่หนองปลาดุก ให้ลูกชายไปเอาเสื้อแต่คนเดียว ลูกชายขี่รถบิ๊กไบค์ คันใหญ่ขี่ด้วยความเร็ว พอเห็นเสื้อแขวนอยู่กับคันไถรถไถ ก็ยังขี้เร็ว รถหยุดไมทัน ได้ชนคันไถเหล็กตายเลย นายทองเขาคล้องพระสมเด็จหลังรูป ของหลวงพ่อ เวลามีเคราะห์หลวงพ่อจะดลใจให้ไม่ไป เอาแต่คนเดียว แบบนี้เสมอ เคยโดนยิงหลายครั้ง เป็น 10 ครั้ง คือ เป็นนักเลงด้วย อาจถึงขั้นฮิตแมน
เวลาเขาเดินทาง เพื่อจะไม่ให้เจองู เขาใช้คาถานี้ “อม มุด มุด พระ ยา ครุฑ จะ เดิน ดง พุท ธะ งอ งอ” เป็นคาถาของหลวงพ่อ
6.3 เรื่องจับเสือมือเปล่า ที่ตลาดท่าช้าง ห่างจากบ้านผู้เขียนมีตลาดใหญ่อยู่ ห่างจากบ้าน 10 กิโลเมตร ที่ตั้งอำเภอ, สภอ., เกษตรอำเภอ อยู่ที่นี่ ที่ตลาดท่าช้าง มีตำรวจยุคของอา, น้า, อยู่ 1 คนชื่อดาบสนิท บ้านอยู่ตรงข้ามร้านอุดมวัฒนา เป็นตำรวจที่ใจถึง บ้านเดิมอยู่ชุมเสือฝ้าย คือสามเอก เขาเป็นตำรวจอยู่ ๆ เขาก็มาบ้าน มาขอพระหลวงพ่อกวย เอาไปใช้สัก 1 องค์ ผู้เขียนตัดสินใจ ให้สมเด็จหลังรูป กรอบกระจกเขา 1 องค์
ความเป็นมา สมเด็จหลังรูปกรอบกระจก เป็นสมเด็จสั่งทำให้บูชางานฝังลูกนิมิต พ.ศ. 2521 พระไม่สวยนัก หลวงพ่อสั่งเก็บ จึงเหลือตกค้าง (สมัย พ.ศ. 2530-2535) สมัยอาจารย์สำรวยเป็นเจ้าอาวาส คือมีจำหน่ายบ้างเป็นครั้งคราว คือหาเจอบ้าง ไม่เจอบ้าง ผู้เขียนได้เช่าไว้ครั้งสุดท้ายตก 10 องค์ ราคาองค์ละ 500 บาท ปรากฏว่าเป็นพระทำใหม่ โดนเข้าไป 10 องค์ตก 5 พันบาท เงินเดือนก็ปาน ๆ นี้ คิดไม่ตก (โดนฟาดด้วยฝ่ามือ ชีพจรเกือบขาดสะบั้น ถ้าแก้ไขไม่ทัน ภายใน 2 ชั่วยาม อาจถึงกับพิการ) เลยนำพระไปให้พระครูพิมพ์เสก เสกอยู่ 1 พรรษาได้ ไปรับพระกลับมา คิดไม่ตกพระปลอม เสกอย่างไรก็ปลอม คิดไปคิดมาถือถุงพระอยู่ถุงพระหลุดมือ พระตกแตกเหลือดี 1 องค์ พอดีดาบสนิทมาขอฟรี ๆ เลยคิดจะให้พระกับเขา ตามมารยาทที่เลว ตามสันดาน ส่วนดาบสนิทก็เล่นพระประเภท ข. เล่นพระประเภท ก. (ไก่) อยากได้ให้เช่าเอา เล่นพระประเภท ข. (ขอเอา) อยากได้ก็ขอเอาเขาเรียกมาเฟีย ผมเลยให้พระองค์ที่เหลือกับเขาไป วันหนึ่งมีคนร้ายเข้าไปจะงัดแงะบ้าน โดยไม่รู้ว่าเป็นบ้านตำรวจ เข้าไปในรั้ว จะหาทางเข้าบ้าน ดาบสนิท ตื่นพอดี หลวงพ่อมาปลุกเขาหยิบปืนออกมาตอนดึก คนร้ายเห็นจวนตัว ได้ยิงดาบสนิท 3 นัด ไม่ออก (ดาบสนิทคล้องพระสมเด็จหลังรูปกรอบกระจก) ดาบสนิท ก็ถือปืนอยู่ แต่ไม่ยิง เห็นว่าตนเองยิงไม่ออก เลยปล้ำจับคนร้าย ด้วยมือเปล่า เรียกว่า จับเสือมือเปล่า แต่หาความดี ความชอบไม่ได้ คือไม่ได้ยิงกันสนั่นตลาด ความดีไม่ปรากฏ (ต้องโดนยิงตายก่อน ถึงจะได้เป็นนายพัน) ดาบสนิทปลดเกษียณติดยศดาบ ข้อหาไม่ได้เลื่อนขั้น เพราะนายขอพระหลวงพ่อกวย เลี่ยมทององค์ที่ยิงไม่ออก แต่ดาบไม่ให้ เพื่อน ๆ ติดยศนายร้อย ก่อนปลด แต่ดาบก็เป็นดาบคนเดิม ดาบสนิท, จ่าเจียม, จ่าพัว 3 คนนี้เคยมายิง นายกลิ่น ชุมพลพันธ์ ศิษย์ของหลวงพ่อ เขาคล้องรูปหล่อ, และหนุมานลอยองค์ 1 มายิงหลายครั้ง ไม่ออก, ไม่ถูก, ไม่ได้ตัวต้องหนีไปอยู่สกลนคร อีกคนโดนยิงประจำ เขาคล้องสมเด็จหลังรูป 1 คือนายแทน สุขสวัสดิ์ 2 คนนี้อยู่ใกล้ ๆ บ้านผู้เขียน นายแทนคล้องหลังรูป 1 โดนตำรวจ 3 คนนี้ มาแอบยิงประจำ เขาเกเรพอสมควร ยิงออกไม่ถูก ยิงตรงไม่ออก นายแทนนี้เจ้าชู้ มีคาถาหลวงพ่อ ใช้ปลัดรุ่นลิงขี่ด้วย ใช้คาถาขุนแผนด้วย เป็นศิษย์สักด้วย หลวงพ่อสักยันต์ตรงหน้าอกด้วย ยันต์นี้ถ้าจะยิงต้องยกปืนถึง 3 ครั้ง และสักยันต์ที่หลังด้วย ใช้คาถาโสหับ (เสกใบไม้ทัดหู เวลาเข้าสงคราม กำบังได้) ก่อนตายหลานเอาไม้หน้า 3 ตีทุบ ไม่หักไม่แตกเลย (เมา) ก่อนตายได้นำพระมาจำหน่ายให้ทั้งปลัด และสมเด็จหลังรูป 1 แต่สมเด็จสมเด็จหลังรูป เจ้าของใส่ตลับ พระใหญ่ไปเจ้าของได้ฝนข้าง ให้เล็กลง 1 ด้าน นานแล้วไม่รู้ว่าอยู่กับใคร ส่วนองค์ของ ส.ต.อ.วินัย หอมยามเย็น เขาก็นำมาออกให้ผู้เขียน (ไม่รู้ว่าอยู่กับใคร) เขาไม่มีพระใช้ ผู้เขียนให้ของใหม่ไปใช้ เมาเข้าไปขี่รถชนกับ 10 ล้อ (มอเตอร์ไซค์) รถเละคนไม่หัก ไม่แตกเลย เข้าโรงพยาบาล หมอให้ไปรับรอง (พ่อนายท้วน หอมยามเย็น) ถ้ารับรองจะผ่าตัดให้ในคืนนี้ นายท้วนเกลียดลูกชายเขาเกเร จะไปรับรองให้ตอนสว่าง ตกกลางคืนเลือดคั่งท้อง (ในท้อง) ตายเลย อยู่ต่อมาไม่ถึง 7 วัน บริเวณเดียวกันนายท้วนขี่รถจักรยานยนต์ไปธุระ จะยูเทิร์น พอขี่รถออกไปจะยูเทิร์นได้ 1-2 วา รถไม่วิ่งเฉย ๆ เลย 10 ล้อวิ่งมาฝ่าไฟแดง ชนรถจักรยานยนต์ของนายท้วน คนสลบไปไม่ตาย เขาคล้องแหวกม่านกรุ 1 องค์ มีคนลงความเห็นว่า วิญญาณ ส.ต.อ.วินัย ลูกชายเคืองพ่อ เลยมาดึงรถให้ 10 ล้อชน
เรื่องสมเด็จหลังรูป 1 นี้ ปั้มหรือพิมพ์ (ทำ) 2 ครั้ง สวยคล้ายกัน ทำครั้ง 2 แม่พิมพ์เคริก (ขยาย) เล็กน้อยที่พบก็ครั้ง 2 นี่แหละพบมาก คือ เขาจะขายเป็นครั้ง 1 เขาเก่งจริง เก่งแบบหลวงพ่อ หลวงพ่อพูดว่า “เก่ง” แต่ถ้าจะเอาประกวดกันต้องครั้ง 1 (พิมพ์เล็กนิยม)
ทางวัดของหลวงพ่อก็สร้างเรื่อย ปัจจุบันวัดหนองเฒ่า อ.นักรบสร้างไว้ (63) เป็นแหวกม่านหลังรูป, และปรกโพธิ์หลังรูป โรยเกศาทั้ง 2 แบบ แกะแม่พิมพ์ไม่สวยนัก แต่ทำมือและศิษย์ชอบตรงโรยเกศา อ.ท่านชอบเพชร พลอย ได้โรยเพชร พลอย ด้วย รุ่นนี้ นิยมสุดตอนนี้ ติดต่อทำบุญที่ท่าน โทร. 085-273-5515 ถ้าติดต่อทำบุญไม่ได้ ค่อยติดต่อมาที่ผู้เขียนมูลนิธิเล่ม 2 (บูชาองค์ละ 500 บาท)
หลังจากหลวงพ่อมรณภาพแล้ว มีศิษย์คนหนึ่งได้ดูแลวิหาร (ศาลา) สรีระของหลวงพ่อ เขาได้พิมพ์พระสมเด็จหลังรูป พิมพ์ไว้ใช้ ผู้เขียนเก็บรักษาไว้ 2-3 องค์ พระไม่สวยแตกลายงา ทำจากเนื้อ, หนัง, เกศา, เล็บ, ขนคิ้ว, ขนตา, ผงสมเด็จโต ผงหลวงพ่อ (พบแค่ 3 องค์) ที่ไม่ได้ทำเป็นพระพบ 2 องค์ รูปไข่โตกว่าเหรียญ 1 องค์ อีกอันทำแบบใบโพธิ์ ขนาดเหรียญ เป็นเนื้อ, หนัง, ไขมัน, เกศา, เล็บ, ขนฯ 2 อันท้ายนี้ ผู้เขียนกับลูกบูชาอยู่ โปรดอย่าถาม มีแค่นี้ เนื้อสีดำน่ากลัว คาถาใช้บูชาสมเด็จหลังรูป คือ “พุท ธะ มะ อะ อุ นะ โม พุท ธา ยะ ยา นะ อิ ติ นะ อัด ทัง ปิด”
ปล. พระที่พบ 3 องค์ เป็นพิมพ์ใหญ่
ที่มา: เฒ่า สุพรรณ
(อ.สมจิตต์ เทียนจันทร์)
56 หมู่ 5 บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ
อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
โทร. 081-943-7368

