หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

Luang Por Guay 010

สุดยอดพระสมเด็จพิมพ์แหวกม่าน (อกใหญ่) ตอนที่ 1

สกุ๊ฟพิเศษ
หลวงพ่อกวยได้รังสรรค์สร้าง พระสมเด็จที่โด่งดังและเก่งมากไว้พิมพ์หนึ่ง คือพระสมเด็จแหวกม่าน พิมพ์อกใหญ่ ดังและเก่งมาก ขนาดท่านพูดว่า พระพิมพ์นี้สามารถติดกรรม (กรรมเก่าได้) แต่มีผู้ค้านว่า กรรมไม่ดีตัดไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วตัดได้ ถ้าเคยทำกรรมไม่ดีไว้ แล้วนึกได้ว่าทำไม่ถูก ก็หยุดทำซะ แล้วทำกรรมดีชดเชยผ่อนส่งก็จะพอระงับได้ ผู้เขียนเคยตีผึ้ง ผลกรรมคือ ไฟต้องไหม้บ้าน ได้ตรวจ (กรวดน้ำ) อุทิศบุญผ่อนส่งพอจะยกโทษให้ เขาแสดงให้ดู ไฟซ๊อตไหม้ เซฟทีคัท 2 ครั้ง ไหม้บ้านขณะคนอยู่ ถ้ากรรมติดไม่ได้ ป่านนี้ผู้เขียนคงโดนไฟไหม้บ้านถึง 2 ครั้ง แต่ท่านก็พูดไว้ แต่พระพิมพ์นี้ พิมพ์เดียวว่าตัดกรรมได้ พระที่ท่านสร้างได้เก่งแบบนี้ มี 3-4 พิมพ์ แต่จะไม่จัดอันดับให้ ให้ท่านพิจารณากันเอง ก่อนหน้านี้ หลวงพ่อก็เคยสร้างพระพิมพ์ไว้ก่อนบ้างแล้ว แต่ท่านสร้างแบบหลังเรียบ บรรจุที่กระถางธูปของท่าน (กระถางธูปใหญ่เท่าโอ่งน้ำ) พระชุดนี้ท่านบรรจุไว้ (กรุต้นพิกุล) บรรจุไว้ใต้กกกอไผ่, บรรจุไว้ใต้ต้นโพธิ์ที่ท่านปลูกเอาไว้ พระมีมากที่เป็นพิมพ์เกศไชโยมีมากฯ

ปีก่อน 2500 ท่านทำพิมพ์แหวกม่านอกใหญ่ แกะพิมพ์สวยเป็นพิมพ์และเนื้อมาตรฐาน มีพิมพ์ย่อมลงมาก็มี แต่ทำน้อย ทำเนื้อเดียว ดูง่าย เนื้อสีเปลือกไข่, สีดำมีน้อย (ค่อนข้างดูง่าย สีเปลือกไข่) และได้แกะ (ทำ) พิมพ์แหวกม่านข้างเม็ดด้วย แกะพิมพ์สู้พิมพ์อกใหญ่ไม่ได้ ราคาจึงไม่แพงเท่า เนื้อของพิมพ์แหวกม่านข้างเม็ดผสมว่าน พระแตกหักชำรุดด้วย แต่พบที่ทำด้วยเนื้อแหวกม่านอกใหญ่ ก็เคยพบ พระพิมพ์นี้บูชาอยู่จะใจเย็น ซื้อง่ายขายคล่อง ชีวิตเปลี่ยนไปในทางร่ำรวยเร็วมาก ท่านคงเรียนวิธีทำผง วิชาเสก จากหลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา อ.เดิมบางนางบวช (พระลำพูนดำของหลวงพ่ออิ่ม ถ้าบูชา ก็จะรวย ซื้อง่ายขายคล่อง เก่งตัวจริงของเดิมบาง) ชีวิตที่เปลี่ยนไป เหมือนลิเก เหมือนงิ้ว อยู่หลังโรงเป็นลาว พอออกมาหน้าเวทีเป็นฮ่องเต้ ซะงั้น เนื้อนิยมเปลือกไข่ ชนิดดูง่าย หลวงพ่อทำเอง เนื้อรองลงมา หมอเฉลียว เดชมา น่าจะช่วยทำ ช่วยตำผง (ผมคิดเอาเอง ถามหมอ หมอไม่พูด โดยเฉพาะเนื้อผสมน้ำมันตังอิ้ว พิมพ์ครั้งที่ 2)

หมอเฉลียว เดชมา น่าจะช่วยหลวงพ่อทำ มีเปอร์เซ็นมาก เนื้อผสมน้ำมันตังฮั้ว ราคาถูกกว่าเขา (หลักแสน) สรุปคือมีการทำถึง 2 ครั้ง ภายหลังแม่พิมพ์อกใหญ่ ที่หลวงพ่อทำ เกิดชำรุด มีรูพรุน คล้ายคนเป็นสิว หลวงพ่อได้นำเนื้อแรกอกใหญ่บรรจุกรุ พร้อมพิมพ์ข้างเม็ดครั้ง 1 บรรจุที่โกดังโยมยอด เดชมา พระบรรจุกรุโดนร้อน โดนหนาว มีทรายในตัวกั้น ไม่ให้พระกระทบกัน วันเวลาผ่านไป พระบรรจุกรุจึงไม่สวย ดูยากสักหน่อย บรรจุกรุ ปี 07 แตกกรุ ปี 40 มีพระร่วมบรรจุหลายพิมพ์แต่ไม่มาก มีพระกันผี ผงและดิน, สมเด็จหลังสิวลี, พระสมเด็จโต(หล่อ) วัดกัลยา ปี 2500 ครุฑหลวงปู่เส็ง วัดบางนา ปทุมธานี, สมเด็จย้อนยุคออกวัดระฆัง, พระปรกโพธิ์เล็ก กะระสะติ (สร้างถึง 3 ครั้ง) มีพิมพ์หลังเรียบก็มี พระมีพอสมควร ขนาดโอ่งท่าน 2 โอ่ง โรยเกศาไว้ด้านบน มากขนาด 1 กระปุกได้ พระกริ่งได้ค้นพบหลวงพ่อมาเข้าฝัน วัดเลี้ยงจระเข้ มุมสระน้ำเสียไหลลงกรุพระ หลวงพ่อเลยไปเข้าฝัน ให้มาเอาพระขึ้น ท่านบวชอยู่จันทบุรี เคยบวช 2 ครั้ง ครั้งละ 10 พรรษา (ปี) ได้พระมาไม่แบ่งให้วัด วัดเลยขับข้อห้าก่อความไม่สงบ จำหน่ายพระไม่แบ่งวัด, ไปอยู่วัดหนองตาแก้ว ก็เกือบโดนต่อย เลยไปอยู่วัดสนามชัย พระบรรจุนี้จะไม่สวย เพราะโดนร้อนโดนหนาวมา แต่เจ้าของมักจะเก็บคราบกรุเอาไว้ดูของปลอม ทำคราบกรุไม่ได้เหมือน พระสมเด็จพิมพ์แหวกม่านอกใหญ่ แบบไม่บรรจุนี้ ปัจจุบันถ้าคนดูเป็นจะดูง่าย น่าใช้บูชามาก ถ้าท่านมีสตางค์หลายล้าน ควรหาบูชาไว้ (จะไม่ขอจัดว่าอยู่อันดับที่เท่าไร ของพระสมเด็จ 3-4 พิมพ์นี้ มีสมเด็จพิมพ์หลังรูป พิมพ์นิยม 1, สมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ พระนี้ดูง่ายกว่าสมเด็จวัดระฆัง แต่หายากมาก ระยะหลังที่พบ นาน ๆ จะเจอที่ดูง่าย ๆ จริง ๆ สักองค์) สรุปคือเนื้อนิยม สีเปลือกไข่ (ดำก็มี) พิมพ์ข้างเม็ด ทำพร้อม พิมพ์อกใหญ่ เนื้อเดียวกัน 1 ครั้ง (รุ่น) หลวงพ่อทำเองกับมือ

พิมพ์ที่รองพิมพ์อกใหญ่ คือ พิมพ์แหวกม่านทรงเจดีย์ หลังมียันต์ นะโมพุทธายะ (ยันต์ตุ๊กตา) พระใหญ่กว่า พิมพ์อกใหญ่ ทำไว้ 2 เนื้อ คือชานหมาก (น้ำตาล) มีหน้าตา มีรัศมี มีเนื้อขาว, กับเนื้อน้ำตาล ภายหลังน่าจะเป็นคุณหมอเฉลียว นำแม่พิมพ์มาลองทำกับหลวงพ่อ มีสีเขียว หลังยันต์, และหลังเรียบ, สีน้ำตาลอ่อนก็มี ทำครั้งแรก แม่พิมพ์เริ่มไม่ชัด

มีเนื้อเกินที่ฐาน และแม่พิมพ์ได้แกะเซาะใหม่บริเวณรัศมีพระพิมพ์แหวกม่านทรงเจดีย์ ทำน้อยกว่าเขา พิมพ์ครั้งแรกหลวงพ่อพิมพ์เอง ทำเอง เป็นพระที่ดูง่ายเช่นกัน (ถ้าแท้) คนมีปัจจัยควรหาไว้ พระรูปแบบเขา จะสวยกว่าพิมพ์ข้างเม็ด ศิษย์ของหลวงพ่อในปัจจุบัน ขอให้แท้อย่างเดียว เลี่ยมทองใช้บูชา กันหน้าตาเฉย พิมพ์ไหนก็ได้ ขอให้แท้อย่างเดียว

อภินิหารย์พระพิมพ์แหวกม่าน มีมีมากใช้แล้วใจเย็น ไม่โดนยิง ไม่เปรี้ยงป้าง แคล้วคลาด กำบัง, รวย , รวบแบบไม่รู้ตัว คนมีบุญจริง ๆ จึงได้ไว้บูชา และรู้ค่า พระมีน้อย แต่ต้องคล้องแบบติดตัวคลอด คล้องจนลืม (ถอดเฉพาะตอนนอนกับภรรยา (ทำลูก) คล้องคอจนลืมวันเวลา จะรวยแบบไม่รู้ตัว (แม้สร้างใหม่ แต่ใช้ผงเก่า ก็ใช้ได้ ไม่ต้องจ่ายแพง ยิ่งโรยเกศา, ยิ่งเก่ง เหมือนของเก่าเลย) จะขอบันทึกอภินิหารย์เอาไว้ แม้เป็นเรื่องเก่าก็สมควรบันทึกเอาไว้ (คงไม่ได้เขียนอีก เรื่องพระสมเด็จพิมพ์แหวกม่าน)

เรื่องที่ 1 เอาเรื่องเบา ๆ ก่อนน๊ะ แต่พระพิมพ์นี้ไม่ใช่พระบู้ เป็นพระรวย เป็นพระเปลี่ยนแปลงชีวิต คุณศิริชัย และคุณแหม่ม บ้านอยู่บางปู สมุทรปราการ มีโรงงานฟอกหนัง คุณศิริชัย ชอบบูชาพระ คือเช่าพระ คุณแหม่มก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร อยากมีลูก คุณศิริชัยชรักภรรยามาก เลยหาบูชาพระพิมพ์แหวกม่านให้ใช้ คุณแหม่ม เลยร้องขอกับหลวงพ่อ ร้องขอกับพระแหวกม่าน เดินทางมาขอลูกกับหลวงพ่อที่รูปหล่อ ขอลูกชาย 3 วัน 3 คืนได้ คุณแหม่มและคุณศิริชัย ฝันว่ามาวัด และมาขอลูกกับหลวงพ่อ หลวงพ่อให้เด็กมา 1 คน ขนาดกำลังอุ้ม ขี่หลังได้ แล้วคุณแหม่มก็ท้องได้ลูกเป็นผู้ชาย คุณศิริชัย เลิกเช่าพระ รักลูกและเมียมาก ปู่กับย่า, ตากับยาย, แย่งหลานกัน ปู่-ย่า เลยซื้อบ้านให้ราคา 7 ล้าน (25 ปีเศษ พ.ศ. 63) พระที่ใช้เป็นแหวกม่านพิมพ์อกใหญ่

อีกคนหนึ่ง ท่านคือสารวัตรละออง สุขนิล บุตรบุญธรรมของหลวงพ่อ สมัยตำรวจ กับทหาร รบกัน ตำรวจคนหนึ่งหนีมาบวชที่วัดหลวงพ่อ พอเรื่องสงบ เขาชักชวนนายละออง สุขนิล ไปเป็นตำรวจด้วย นายละอองจากพลตำรวจ เป็นสิบโทตำรวจ ได้คิดถึงหลวงพ่อ ได้มากราบหลวงพ่อ หลวงพ่อได้พูดว่า “มึงเป็นตำรวจสักคนก็ดี ศิษย์ของกูเขาว่ามีแต่เสือ แต่โจร) หลวงพ่อลงรูปให้ (ยันต์เสริมดวง) เขาได้เลื่อนยศเร็วมาก เร็วกว่าคนอื่น ไม่นานก็เป็นจ่า แต่พอจะสอบยศนายร้อย เขาไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย หลวงพ่อต้องช่วย ได้ให้พระพิมพ์แหวกม่านทรงเจดีย์ไปบูชาติดตัว อยู่ต่อมาก็สอบยศ พ.ต.ต. ก็สอบได้ ปลดเกษียณยศ พ.ต.ท. ที่ สภอ.สรรคบุรี เป็น สวป. พระองค์นี้มีคนแบ่งไปออกจำหน่ายครั้งสุดท้าย 1 ล้านบาท

อีกคนหนึ่ง เคยเป็นนายทหาร เคยสมัครไปรบที่ลาว ยศนายร้อยเก่ง ความรู้ดี จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว มีภรรยา 2 รุ่น รุ่นที่ 2 เป็นเลขาจบจากมหาลัยจุฬา พี่เขาทำงานครั้งที่ 2 เป็นงานเอกชน คุ้มกันเงินธนาคาร ภรรยาคือเลขาฯ ได้ลาออกมาขับรถเก๋งให้เวลาไปทำงาน อยู่ต่อมาเศรษฐกิจย่ำแย่ลง ภรรยาต้องออกหางานทำพิเศษ สามีก็จะโดนคัดชื่อออก เพราะเงินเดือนสูง ประกอบกับภรรยาใหม่ ก็ไม่มีลูก (สามีผ่าตัด) ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน สามีได้หาพระแหวกม่านทรงเจดีย์สีขาว ให้ภรรยาใช้ (เชื่อหลวงพ่อที่อยู่ราชบุรี) พอภรรยาได้พระไปบูชา เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต หูตาสว่าง ลูกก็ไม่มีเงินก็เริ่มย่ำแย่ คิดได้ว่าถ้าขึ้นอยู่แบบนี้ไม่ดี อยู่ใครอยู่มัน ดีกว่า (แยกกัน คือรวมกันตายหมู่ แยกกันอยู่ตายทีละคน) เลยเอารถเก๋งไปขายที่พม่า แบ่งสมบัติเอง และหนีไป ใครมีเมียสวยอย่าเที่ยวหาพระแหวกม่าน ให้เขาใช้ล่ะ เดี๋ยวจะเป็นแบบนี้

อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุเริ่มมากแล้ว เป็นคนโคราช สนิทกับคุณครูอธิป จันทร์วิวัฒน์ (โทรถามได้ 084-888-3681) เขาอยากมีแฟน เพื่อไว้พึ่งพากันในครอบครัวยากยาก, ยามแก่, แต่เนื้อคู่ก็ไม่เจอกันสักที ครูอธิปได้แนะนำให้หาพระแหวกม่านมาใช้บูชา (สร้างใหม่ วัดหนองเฒ่า) เธอก็บูชาด้วยความเชื่อมั่น ไม่นานก็ได้สามี เป็นคนมีฐานะรวยค่อนข้างมาก อยู่ต่อมาสามีก็เริ่มเบื่อ ภรรยางานก็มาก เริ่มมีอายุ เริ่มห่างเหินกัน คุณภรรยาคิดได้ ได้บอกเล่ากับหลวงพ่อได้ช่วยด้วย อยู่ต่อมาไม่นานก็ตั้งท้อง พอคลอดลูกชาย เป็นหลานคนแรกในตระกูล คราวนี้ฐานะสะใภ้เปลี่ยนไป เป็นคุณนายเลย

อีกคนหนึ่ง มีอาชีพขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กำพร้าเมียเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกติดผู้ชาย 1 คน อาชีพเสริมขายแผ่นซีดี ฐานะยากจน จนขนาดเมียทิ้ง ขับรถรับจ้างอยู่แถว ๆ ธนาคาร บางครั้งก็รังส่งเจ้าหน้าที่ธนาคาร เขาว่าชายหญิงนี่ ไม่มีดอกฟ้า ไม่มีหมาวัด ผู้ชายมักดูผู้หญิงเอาสวยเข้าไว้ก่อน ผู้หญิงดูนิสัย ถ้านิสัยดีอบอุ่นใจดี ไม่ว่าผู้ชายนั้นจะอ้วน, จะผอม, หัวล้าน, จน, รวย, แก่, แต่งตัวบ้า ๆ บอ ๆ บทได้ชอบ รูปร่างขี้เหล่หรือจนอย่างไรก็ชอบ นับว่าผู้หญิงนี้ใจกว้างมาก (สมัยหนุ่ม ๆ ผู้เขียนเคยจีบผู้หญิง ใช้วาทะทุเรศมาก พูดกับเขาว่า ถึงผมจะจน จะโง่ แต่ผมก็ขี้เหล่ ขอให้พิจารณาผมด้วย) อยู่ต่อมาผู้หญิงแบงค์ (ธนาคาร) ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากชายพเนจรที่ยากจน เกิดชอบพอกัน ได้นำเงินมาให้ชายมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มาสู่ขอตน ได้หาบ้านอยู่กันใหม่ ลูกติดก็รับเลี้ยง เปิดร้านให้สามีขายซีดี ผู้หญิงแบงค์คนนี้ เตี่ยขายวัสดุก่อสร้าง ร่ำรวยในโคราช ส่วนผู้ชายเขาคล้องพระสมเด็จพิมพ์แหวกม่านอกใหญ่ สร้างใหม่ ประมาณ พ.ศ. 2558-60 วัดหนองเฒ่า พระรุ่นนี้ดังที่หนองเฒ่า สุโขทัย (ทำมือโดย อ.นักรบ เจ้าอาวาส) มีคนนำไปเลี่ยมทองใช้หลายสิบคน บูชาอยู่แก้สถานการณ์ได้ คือปลดหนี้ได้ ค้าขายดีขึ้น พลิกสถานการณ์ เรื่องนี้ให้โทรคุยกับคุณครูอธิป จันทร์วิวัฒน์ได้ 084-888-3681

อีกคนหนึ่ง จบครูออกมา พ.ศ. ประมาณ 2558-60 เดี๋ยวนี้ข้าราชการครู เขาไม่ค่อยรับ รับยากคือตัดงบประมาณเด็กไม่เกิด แม้หมาลัยก็รับแต่ลูกจ้างประจำ ที่รับแน่นอนคือทหาร, ตำรวจ คุณวรวุฒิ ขึ้นสันเทีย จบออกมา ได้ยินข่าวว่า พระพิมพ์สมเด็จแหวกม่าน ของหลวงพ่อสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ทราบว่าพี่สาวได้ไว้ 1 องค์ (ทำใหม่ ทำแจก โรยเกศา แจกฟรี แต่พระมีน้อย ไม่พอแจก โดนด่าเสด็จแม่ ซะหลายครั้ง (คน) คนเมษา นาเจริญทำให้) แต่ได้ถามพี่สาว พี่สาวหาไม่เจอ เขาพกพาเข้าสอบ สอบครั้งเดียว เรียกบรรจุเลย เขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องกับคุณครูอธิป จันทร์วิวัฒน์ เขาได้ช่วยแจกซองผ้าป่าทุกปี พระองค์นี้มีเมตตาสูงมาก คุณครูวรวุฒิ สอนอยู่โรงเรียนทางภาคใต้ ครูรุ่นพี่รักเขาเหมือนน้องเลย เรื่องเมืองโคราช นี่ผู้เขียนรู้อยู่ 2 อย่าง คือ ชื่อคุณหญิงโม (แม่ย่าโม) ภาษาโคราช ไม่มีใครจดบันทึกแบบเปิดเผยเอาไว้ว่า ท่านชื่ออะไร (ชื่อจริง) ไม่มีใครบังอาจเรียกชื่อจริงของท่าน คุณหญิงโม (มาจากคำว่าโม้ โม้แปลว่าใหญ่ คนภาคกลางใช้คำว่าโม้ แปลไม่เพราะ เช่นคุยโม้ (คุยใหญ่ คุยโต) เมื่อจะจัดทำหนังสือให้เด็กอ่านเรียนกัน จึงเขียนตัดจากโม้ เป็นโม, อีกองค์หนึ่ง คือหลวงพ่อเสี่ยง วัดเสมาใหญ่ คนสมัยก่อนเรียกท่านว่า หลวงพ่อเลี้ยง (เลี้ยงแปลว่าเข คือตาท่านเข 1 ข้าง) เวลาไปสร้างเหรียญ คนจะจดจำเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะ ไม่ดี เลยเขียนชื่อเป็นเสี่ยง (อีกองค์ก็เก่งคือพระพรหมสร รอด) เหมือนกับจังหวัดบางจังหวัด ก็เขียนแก้ไขเพิ่มเติมให้ฟังดูเพราะ ดูดี เช่นจังหวัดแพร่ (เขาว่ามาจากคำว่า เมืองแพร หรือ จ.แพร ตอนตีพิมพ์เขาใส่ไม้เอกให้ เมืองน่านก็เหมือนกัน ไปมายาก จังหวัดอยู่บนเขา บนดอย มาจากคำว่า เมืองนาน คือไปแล้วกลับเลยไม่ได้ มืดเสียก่อนต้องค้าง จะใช้คำว่าเมืองนาน คนก็จะไม่กล้าไป เดิมทำไม้ ใช้ช้างลากจูงไม้ซุง เวลาตีพิมพ์เลยใส่ไม้เอกให้เป็นเมืองน่าน

อีกเรื่องหนึ่ง เจ้าของเป็นคนจังหวัดลำปาง ค้าเสื้อผ้าร้านใหญ่ จำพวกผ้าไหม มีลูกสาว 2 คนเรียนดี เขาอยากให้ลูกสาวเป็นแพทย์ เขาได้หาพระสมเด็จ พิมพ์แหวกม่าน (ข้างเม็ด) มาให้ลูกสาวบูชา คนละ 1 องค์ ผลคือลูกสาวสอบเรียนแพทย์ได้ ปีต่อมาอีกคนก็สอบเรียนได้ 5-6 ปีผ่านไป (มา) เขาโทรศิษย์มาต่อว่าผู้เขียนว่า ลูกสาวน่ะจบแล้ว แต่น้อยใจหลวงพ่อขอให้ได้บรรจุเป็นแพทย์ อย่าให้ไกลบ้าน หลวงพ่อไม่ช่วย เขาส่งไปบรรจุซะไกลเลย น่าน้อยใจ อย่างนี้ก็มี (คนแบบนี้) เรื่องสอบเรียนต่อนี้หรือสอบเพื่อเรียนโรงเรียนใกล้บ้านนี้ รูปถ่ายหลังจีวร ก็เก่งมาก ถ้าจะสอบเข้า หรือสอบเรียน ให้นำรูปของท่านมาเลี่ยมใช้ติดตัวสัก 1 เดือนก่อน แล้วบอกเล่ากับท่านว่า จะสอบเข้าหรือสอบเรียนต่อ จุดธูปบอกเล่าท่านเรื่อย ๆ ขอพรหรือบน ถ้าไม่เกินกำลังโดยมาก จะสอบได้ รูปหลังจีวรนี้ มีคนจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ใช้พาสปรอตของคนอื่น ได้ใช้พระหลวงพ่อองค์อื่นติดตัวไป แต่ไม่ผ่านเขาจับได้ ต่อมาได้นำรูปหลังจีวรติดตัวไป ผลคือผ่าน (เจ้าของเรื่อง คุณพี่สำราญ รักแหลมทอง กทม.) บางคนก็นำเครื่องรางของท่าน ราคาถูก ๆ ปฐวีธาตุผ้าขอด, เม็ดประคำ ติดตัวไปสอบก็สอบได้ เคยมีคนสอบบรรจุครู มีเม็ดประคำของท่าน คล้องคอเม็ดเดียว ยังสามารถสอบได้ คือหลวงพ่อชอบคนใจจริง นับถือจริง นายหม่อง (กำแหง) บนสอบเข้าเป็นพลตำรวจ ตัวเขาโตสูง แต่ตั้งใจว่าจะเป็นตำรวจที่ดี พอไปสอบวิ่ง วิ่งสู้เขาไม่ได้ ได้นึกถึงหลวงพ่อ จะขอเป็นตำรวจที่ดี พอจะเข้าเส้นชัยอยู่แล้ว แต่วิ่งอยู่ท้ายเลย พอจะเข้าเส้นชัย เหมือนมีใครมาถีบ ถีบเปรี้ยงเดียว หัวทิ่มเข้าที่ 1 เลย เดี๋ยวนี้เขาก็เป็นตำรวจที่ดี เป็นดาบอยู่ สภอ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี (อาจติด ร.ต.ต. แล้วก็ได้)

อีกเรื่อง ตอนที่หลวงพ่อสร้างพระพิมพ์แหวกม่าน ประมาณ พ.ศ. 2500 ท่านกำลังเรื่องวิชา ท่านเอาไปโยนลงสระ แล้วให้ศิษย์ชื่อทอกไปเอามา คือ ท่านเสกจนลอยน้ำได้ อีกครั้งลุงคลี่ ยิ้มจันทร์ เขยพ่อแก่อุ้ย คนบ้านครู (ภายหลังตีมีดให้หลวงพ่อทั้ง 2 คน) ลุงคลี่เป็นเด็กวัดหลวงพ่อได้ยกถาด ใส่ขี้เถ้าไว้ให้แมวขี้ใส่ ออกมาพาดที่หน้าต่าง ท่านพูดกับเด็กวัด 4-5 คนว่า “ใครจะเอาพระบ้าง” เด็กวัดก็วิ่งมาเพื่อแย่งพระกัน แล้วท่านก็สาดพระ (ถาดใส่ขี้แมว) ลงมาด้านล่างเด็กวัดแย่งกับเก็บพระ ได้มาคนละ 2-3 องค์ สักพักพระที่ได้กลายเป็นขี้แมวทั้งหมดเลย ท่านหัวร่อหึหึ แล้วท่านก็หยิบถาดใบใหม่มาสาดลงไปด้านล่างใหม่ ผลก็คือเป็นพระพิมพ์แหวกม่านข้างเม็ดอีก ลุงคลี่กลัวว่าจะเป็นขี้แมวอีก เลยหยิบมาแค่องค์เดียว ผมไปหาบูชาพระที่บ้านเขา เขาหยิบให้ดู พร้อมทั้งตั้งชื่อรุ่นให้เสร็จ เขาพูดว่านี้ไง องค์นี้สมเด็จรุ่นขี้แมว พระทะเลาะกันกับพระเนื้อโลหะ ในกระป๋อง หน้าตาสึก เพียงแต่ไม่บิ่นหรือหัก ผมเลยขอมาเฉย ๆ ตามมารยาทเกรงใจเขาน่ะ

อีกคนหนึ่งชื่อเรณู บ้านอยู่ทางวัดคังคาว (วัดหลวงพ่อเฒ่า) เขาหาแหวกม่าน (ข้างเม็ด มาใช้บูชา 1 องค์ อยากรวย ได้บอกเล่ากับหลวงพ่อว่า อยากรวยทางหวย เขาคงทำบุญไว้มาก เขาชื่อหวยทั้งใต้ดิน บนดิน ถูกติดต่อกัน 17 งวด เขาพอใจในเงินที่ได้ บอกกับหลวงพ่อว่า พอแล้ว งวดที่ 18 ไม่ได้ซื้อยังถูกหวยออมสิน แถมท้ายอีก 1 งวด (รางวัลใหญ่) เรื่องนี้เป็นบุญเฉพาะตัว ผู้เขียนก็ถูกประจำ ฝันไปว่า ถ้าถูก 150 ล้าน จะซื้อเหมาบึงฉวาก (บึงบรรหาร) รอบ ๆ บึงเอาไว้ ได้บึงฟรี แอบซื้อหลายงวด ถูกแต่ตัวแรก กับตัวสุดท้าย จะไปขอขึ้นเงินกลัวเขาพูดเอาว่า “ว่างงานมากนักหรือไง ลุง”