หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

Luang Por Guay 010

รูปหล่อคล้องคอ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร รุ่น 1 ตอนที่ 2

3.5 อีกคนหนึ่ง ชื่อ จันทร์ผา ภู่งาม เป็นลูกสาวของป้าสมนึก ภู่งาม (น้องหมอเฉลียว เดชมา) บ้านเดิมอยู่ปากทางเข้าวัดของหลวงพ่อ ฐานะพอมี สามีเคยเป็นนายกเล็ก (อบต.) ผิวดำขำ เล็ก ๆ ไม่เรียนหนังสือเกเรโตขึ้นหน้าตาดี คมขำ วันหนึ่งคนเลี้ยงเป็ด เอารูปหล่อ 1 มาจำนำ จะนำเงินไปซื้ออาหารเป็ด ราคาตอนนั้น หลักหมื่นบาท อยู่ต่อมาเซียนพระชื่อ (พยัพ) ชื่อเดียวกับนายกเลย เป็นคนจีนลูกครึ่ง ผมเรียกเขาว่า พายัพ บ้านอยู่ชัณสูตร บางระจัน ซื้อขายพระ 2 หน้า ถ้าจะเรียกไม่ให้น้ำขุ่น ต้องเรียกเขาว่า “พยัค” พระหลายองค์ เขารับจากหมอเฉลียว เดชมา เอาไปจำหน่าย (ทัน) เป็นแหวน 300 วง ปลัดเป็นร้อย แหวกม่านข้างเม็ด (แหวนหลวงพ่อหล่อเอง) บางทีเอาสมเด็จปลอมไปขาย คนใช้เอาไปใช้ได้ผล โดนรถชน ไม่เป็นอะไร คนขอเช่าต่อก็มี พะยับ ผ่านมาทางบ้านจันทร์ผา จันทร์ผา สงสัยว่ารูปหล่อ 1 จะเป็นของปลอม เลยให้พะยัพดู พะยัพก็แสบอยู่แล้ว ได้พูดว่า เป็นบล็อคเสริม แต่เขาก็เล่นหากัน ไม่แพง ซื้อได้ขายได้ เอาไปขายให้เด็กเล่นยาบ้าได้ แต่ต้องถูก 2-3,000 บาท (หลายปีแล้ว ตก 20 ปี 2563) จันทร์ผาเสียใจมาก ที่ถูกพ่อค้าเลี้ยงเป็ดหลอก ไม่ยอมขายให้ พะยัพคืออาย ได้นำพระกลับบ้านไม่รู้จะทำอย่างไร เลยเอาปาใส่ลงสระน้ำเลี้ยงปู, ปลา เป็นที่ระบายของเสียด้วย ผลที่ตามมา สามีสอบได้เป็นนายกเล็ก และได้ทอดทิ้งกับจันทร์ผา มีเมียใหม่ เป็นอยู่เป็นปี ต้องเลี้ยงลูกแม่เลี้ยงเดียว ส่งลูกเรียนวิศวบางขวาก สามชุก อยู่ต่อมาพ่อค้าเป็ดมาขอไถ่พระ ด้วยราคาแพงพร้อมดอก จันทร์ผาจึงรู้ว่าทำผิดไปซะแล้ว พระตัวจริง ไม่เสริม ป้าสมนึกได้บังคับให้จันทร์ผา ไปขอขมารูปหล่อที่โยนทิ้งลงสระ เหตุการณ์เกิดแค่ 3 วัน เธอไปพบผ้าหุ่นพยนต์ ผูกหันหลังให้กัน เขียนชื่อเธอ ชื่อแฟน ให้เลิกกัน เธอเลยนำมาให้แม่ดูแล้ว แกะออกโยนลงไปที่น้ำไหล (มีคนมีวิชาอยู่ทำให้) ผลคือสามีกลับบ้าน (รถ 10 ล้อ ก็ขายหมด) ก็ยังดีที่สามีกลับบ้าน หมดสตางค์ค่าหมอผีไปหลายพัน

3.5 อีกคนหนึ่งชื่อ เสมอ เป็นเขย อ.สมาน อดีตช่างทำโบสถ์ (รูปหล่อ รุ่น 1 นี้ คุณครู ร.ร.เทพรัตน์ เคยนำไปถอดทำแต่เป็นแบบโบราณ สวยละเอียดไม่ชัดเจนนัก แต่เล็กดี) เป็นอภินิหารย์ของเรื่องนี้ นายเสมอ หลับอยู่ หลวงพ่อได้มาเข้าฝันว่า ไอ้เสมอ วันพรุ่งนี้เช้า ถ้ามีคนเอารูปหล่อ 1 (ย้อนยุค) มาปล่อยให้ ราคา 100-250 บาท ให้มึงเช่าไว้เลยน๊ะ รูปหล่อของกูรุ่นนี้ จะช่วยมึงได้ มึงจำไว้ แล้วนำไปเลี่ยมคล้องคอซ๊ะ รุ่งเช้ามีคนนำรูปหล่อ 1 ย้อนยุค) มาปล่อย (จำหน่าย ให้ราคา 100 บาทจริง) นายเสมอ เลยเช่าไว้คล้องคอ วันหนึ่งไปเผาไร่อ้อยของตนเอง กลางวัน (ปกติเผาป่า, ไร่, เขาจะไม่เผากลางวัน เขาจะเผาตอนเย็นก่อนมืด) ไฟจะไม่แรง นายเสมอ เผากลางวัน คิดว่าจะคุมไร่ของตัวเองได้ ผลคือไฟกระโชก ไหม้ลามไปไร่ของคนอื่น ไฟกระโชกแรงมาก ไร่ตรงข้ามติดต่อกัน เนื้อที่ 5,000 ไร่ (ห้าพัน) นายเสมอสุดกำลังจะดับไฟ ได้หยิบรูปหล่อคล้องคอของหลวงพ่อ มาอธิฐานขอบารมีอัศจรรย์ไฟหวนกลับเฉย ๆ และดับได้เอง นายเสมอกลัวมาก เขาบอกเพื่อน ๆ พูดว่า ลงไฟไหม้ 5,000 ไร่ (ห้าพัน) ประหารชีวิตอย่างเดียว เขากลัวมาก เขาจะมาทำความสะอาดวิหารให้, หลวงพ่อฟรี ๆ ประจำ ในวันเสาร์, อาทิตย์ เขาเจอผมที่วิหารของหลวงพ่อ
3.6 อีกคนชื่อบุญชู อ้นฉ่ำ เป็นคนบ้านผู้เขียน แต่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ เป็นนักการภารโรง ร.ร.พัฒนาปากน้ำ ((ผู้เขียนเคยสอนอยู่) บุญชู เป็นลูกพ่อแก่กร้าย อ้นฉ่ำ เป็นศิษย์ของหลวงพ่อ ตายอายุ 100 ปี) พี่ชายเป็นเสือชื่อเสือผ่าน อ้นฉ่ำ (ไม่มีจมูก) บุญชูก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อ เป็นนักเลง, เป็นมือปืน ใช้พระรอด ของหลวงพ่อ, ใช้รูปหล่อ 1 คล้องคอ และยังมีปรกโพธิ์ 9 ใบ อีก 1 องค์ ที่ใช้และเห็นผลชัดแจ้ง คือ รูปหล่อ 1 เพราะยิงแล้วดัง (ออก) และยิงไม่ออก บุญชูแอบแฝงตัวเป็นนักการภารโรง ไม่มีใครรู้ว่าเป็นมือปืน มีแต่ผู้เขียนคนเดียวที่รู้ เคยโดนยิง ถ้าไม่หลายกระบอก จะยิงเขาไม่ออกเลย 3-4 กระบอกก็เคย โดนตอนมืด (เริ่มมืด) และค่อนสว่างตอนมาเปิดโรงเรียน ภายหลังต้องอพยพหนีเข้ากรุงเทพ ตามเขยและลูกสาว เขยชื่อสมภาร

อีกคนเป็นพระ เป็นศิษย์ที่เสกพระได้เก่ง เทียบเท่ามือซ้าย (มือขวา คือท่านถมยา) ท่านคือพระครูพิมพ์ วัดสนามชัย อ.สรรคบุรี วัดอยู่ไม่ไกลกัน พระครูพิมพ์ ภาวนาพุทโธ แต่ไปเรียนนักธรรม ได้นักธรรมเอก 5 ประโยค อยู่วัดปากน้ำ (วัดหลวงพ่อสด) เขาเลยเรียกพระครู นับถือหลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ เป็นอาจารย์ นับถือหลวงพ่อเป็นอาจารย์ เคยเสกว่าน ขมิ้น ให้ชาวบ้านสู้กับลูกน้องเสือฝ้าย ได้ฆ่าลูกน้องเสือฝ้าย ตายเกลื่อนทุ่ง (มาปล้นควาย), เลยโดนยิงแอบยิงหลายครั้งในป่าช้า (ลองปืน) พระครูพิมพ์ได้ใช้รูปหล่อ 1 ของหลวงพ่อเลี่ยมติดอังสะ หลายสิบครั้งปืนยิงไม่ออกเลย เคยรับนิมนต์ พ่อและหมอเฉลียว เดชมา โดนลูกน้องเสือฝ้าย มาปล้น (หยิบเอาไปเฉย ๆ ) ปืนยาวสงคราม 5 กระบอก (ตอนนั้นหลวงพ่อไปเรียนวิชา ไม่อยู่วัด) พ่อหมอเฉลียวและหมอเฉลียว เลยมานิมนต์พระครูพิมพ์ไปเอาปืน 5 กระบอกคืนมา ที่พระครูพิมพ์ รับนิมนต์ ได้มา (เดิน) ที่ชุมเสือฝ้าย ที่สามเอก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ท่านพูดหรือขออย่างไรไม่รู้ แต่มีคนเห็นพระองค์หนึ่ง ดำ ๆ ป้อม ๆ มะขามข้อเดียว สะพายปืนยาว 5 กระบอก (เฉพาะปืนก็ยาว เกือบเท่าตัวท่าน) ปืน 5 กระบอก พระสะพายมาเพียงองค์เดียว ท่านเหน็บพระรูปหล่อ 1 ของหลวงพ่อประจำ แต่อาจมีเหรียญ 1 ด้วย ท่านไม่เล่าตอนไปเอาปืนคืน

3.7 อีกเรื่อง สมัยหนุ่ม ๆ ผู้เขียนยิงปืนสั้นแม่นมาก รับมรดกจากพ่อ พ่อก็ดี มีนาเป็น 100 ไร่ แต่ให้ผู้เขียน เป็นซามูไร, ดาบปลายปืน, รูปหลังสิงห์, พระ, มีดโกนฯ ไม่รู้ว่าให้มาได้อย่างไร อายุไม่ถึง 20 ปี ได้ปืนลูกโม่ (ตำรวจสมัยก่อนนิยมใช้) เป็นมือวางอันดับ 1 ของปากน้ำบ้านผู้เขียน เคยยิงพระเครื่อง มากเป็นกะละมังซักผ้า (ที่ออกเสียหาย จะเอาไปขายสัก 150 ล้าน) รู้จักกับเถ้าแก่ร้านแสงเจริญ ตลาดท่าช้างเขาก็ยิงปืนแม่น ที่สนามยิงปืนเขาใหญ่มิตรภาพ (วัดที่ออกเหรียญ 9 อาจารย์) ผมขอยิงก่อน 6 นัด ผู้เขียนยังยิงเข้าเป้าทั้งหมด ผมไปดูที่เป้าแล้วนึกกลัวแสงเจริญ เลยเอารูปหล่อ 1 ไปเหน็บไว้ที่จุดดำ ผลคือแสงเจริญยิงไม่เข้าเป้าจุดดำ แม้นัดเดียว มีการเลี้ยงโต๊ะคนแพ้เลี้ยง ผมไม่กล้าไปกิน เดี๋ยวมันเกิดหมั่นไส้ยิงหัวผมเอา รูปหล่อ 1 ผู้เขียนเคยนำมาทดลองยิง เผื่อไม่ออกจะได้ขายสัก 150 ล้าน ได้นำไปเหน็บกับต้นกล้วยหลังบ้าน เจาะรูต้นกล้วย เอารูปหล่อยัดไว้ ผลคือยิงติด ๆ 10 นิ้วได้ ยิงออกดังปั้ง แต่ลูกปืนไม่โดนต้นกล้วย แต่พระหายไป หาไม่เจอ (รูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ รุ่นคอตึง ก็ได้ทดลอง พระหายไปเช่นกัน) องค์ที่น่าเก็บ เคยลงในพระเกจิ คือเหรียญ 1 ครูบาขันแก้ว วัดสันพระเจ้าแดง พระยังอยู่สภาพสวย ลองยิงเอาพระเหรียญวางกับพื้นยิงออก พระหายไป จุดธูปขุดหา เจอฝังดิน 5 นิ้วได้ ห่างจากจุดยิง 2 ศอก พระที่ยิงออกไม่ถูก คือ รูปหล่อ หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา, เหรียญ 1 อ.นำแก้วจันทร์ (ครึ่งองค์วัดออก), รูปหล่อ 1 หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก สุพรรณฯ เหรียญ 1 อ.ตี๋ เขาเขียว, วัตถุมงคลของหลวงพ่อแทบทุกแบบ ล่าสุดเอารูปหล่อที่สร้างใหม่ (ปั้ม) มาขอฝน 28-30 เมษา 63 ได้นำรูปหล่อย้อนยุคมาแช่น้ำ แช่อยู่ 3 วัน วันที่ 4 (1 พ.ค. 63) ฝนตก เพียงครั้งเดียวในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา (ให้จุดธูป 9 ดอกบอกเล่าตลอดเวลา) แต่ถ้าเป็นรูปหล่อใหญ่ จะบอกเล่าง่ายมาก สรงน้ำท่านด้วย (ยกเว้น องค์ที่วัดศิษย์ห้ามสรงน้ำ กลัวผุ (สนิม))

ผู้เขียนเคยใช้ คล้องเดี่ยว 10 กว่าปีมาแล้ว (63) ไปงานเผาผี รออยู่ข้างเมรุ วัดปากน้ำ มีโต๊ะเก้าอี้นั่ง ผู้เขียนนั่งอยู่ติด ๆ กุฎิของ อ.เหวียน มณีนัย เขาบวชอยู่ คนนั่งอยู่แถบผมเกือบ 100 คน อ.เหวียน เพี้ยนขึ้นมาได้หยิบปืนลูกซองยาวมา แหย่มานอกหน้าต่าง ทำท่าลองปืน คนหนีกันจ้าระหวั่นหนีหมด ยกเว้นผู้เขียน นั่งอยู่ห่าง 3 ช่วงปืนยาว อยากเป็นฟรีเซนเตอร์ให้หลวงพ่อ คนก็มาก เดี๋ยวเดียวอาจมีงานศพเพิ่ม หรือหลวงพ่ออาจดังสะท้านฟ้า อ.เหวียน ใส่ลูกปืนแล้ว หันปืนมายิงผู้เขียน หักลำเข้าลำออกอยู่ 7 ครั้งได้ ยิงผู้เขียนไม่ออกเลย แม้นัดเดียว ผู้เขียนดังมาก มีคนมาขอดูพระในคอ คล้ององค์เดียวจริง ๆ เขาให้ราคา (เศรษฐี) 250,000 บาท (สองแสน 5 หมื่นบาท) มี 2 องค์ เขาขอเหมาทั้งหมด คนล่ำลือกันทั้งหมู่บ้าน ดังไปถึงตลาดท่าช้าง ผู้เขียนไม่จำหน่าย เพราะเหลืออยู่ก็แค่ 2 องค์ ยิ่งยิงไม่ออกต้องรักษาไว้ให้ลูก สัก 1 เดือนต่อมา (อ. เหวียนถูกจับสึกวันนั้น ข้อหามีปืน) ผู้เขียนเจอ อ.เหวียน ผมผู้เขียนได้ถามว่า วันนั้นยิงผมทำไม เขาตอบว่าลองปืน แล้วนึกอย่างไร มายิงผม เขาบอกว่าเขาเชื่อว่า ผมต้องคล้องพระหลวงพ่อแน่นอน เลยลองยิงดู แต่กูไม่ได้ยิงมึงจริง ๆ กูยิงเงามึงยิงห่างหัว ห่างตัว 1 คืบได้ คิดไม่ถึงว่าขนาดเงาของมึง ยังยิงไม่ออก เขาถามว่าผมคล้องพระอะไรของหลวงพ่อ ผมไม่ตอบ เราหลงคิดว่า ตัวเรายิงไม่ออก ที่ไหนได้ ยิงเงาผู้เขียนเอง (ผมภาวนาบทโสหับ ด้วยบทนี้ถ้ายิงออกจะถูกแต่เงา

คาถาประจำองค์รูปหล่อ 1, 2 ว่าดังนี้
• พุทธะ มะอะอุ นะโม พุทธายะ อะปะจะคะ จะพะกะสะ สุ ปิด ทัง อุด ๛

อีกครั้ง คนร้ายชื่อไอ้ชด เป็นนักเลง นับถือหลวงพ่อ แต่วัตถุมงคล เขาใช้ของ อ.ทรง อดีตเจ้าอาวาสวัดแหลมคาง, สักด้วยเคยเป็นพระสักแทนหลวงพ่อ (ค่าตอบแทนรูปละ, ยันต์ละ 30 บาท) ไอ้ชดเคยสู้กับเสือชู เอามีดเชือดคอเสือชู ดีว่าไม่เข้า งานงิ้วตลาดปากน้ำ ต่อมาเสือชู แอบซุ่มได้ตีหัวไอ้ชด ด้วยขวดโค๊กจับโบ้ เย็บเป็น 100 เข็ม ต่างคนต่างไม่เอาเรื่อง เคยเป็นลูกศิษย์ของผู้เขียน (ร.ร.พัฒนาปากน้ำ) วันหนึ่งเขามาบ้านผู้เขียน (รับแขกนอกบ้าน) เขาเอาของหลวงพ่อให้ดู ขอความจริง เป็นตะกรุดงาน 100 วัน (อ.สมานกับหมอเฉลียว ไปซื้อจากสนามพระนครสวรรค์) เอามาใส่ลังแล้วยุให้ อ.ถนอม (อดีตเจ้าอาวาสวัดเดิมบาง) เปิด ที่ลังเขียนว่า เขาเขียนเอง “เขียนว่า ใครเปิดตาแตก พระกวย” หมอเฉลียวเขียน อ.ถนอม กล้าเปิด ตะกรุดที่บอกเล่าให้หลวงพ่อเสก 1 กล่องใหญ่ ๆ จำหน่ายหมดเลย อยู่ต่อมา อ.ถนอมก็ตาไม่เห็นรุ่ง มองไม่เห็น เช็นหนังสือได้อย่างเดียว แปลกมาก พอผู้เขียนบอกไอ้ชดไป เขาเคืองผู้เขียนมาก เขาบอกว่า อ.ทรง รับจากมือหลวงพ่อเลย (หลวงพ่อจะไม่ทำตะกรุดแบบนี้ ทำยากมาก คือ ลายกระดูกงู, มีตะกรุด 1 ดอก, มีปลัดปรอท แบบสอดท้องอีก 1 ตัว ท่านเคยสั่งไม่ให้ อ.สมาน เอามาจำหน่าย แม้งานฝังลูกนิมิต อ.สมานไปทำตัวปั้มตะกรุด มา 1 อัน ตอกที่หนึ่งก็ได้ 1 ดอก อ.สมานนำมาให้หลวงพ่อดู หลวงพ่อพูดว่า “อย่างนี้โป้งเดียวตาย” ท่านให้ อ.สมานนำไปทิ้งในสระ ไอ้ชดเลยเปิดขากางเกงให้ผู้เขียนดู เป็นลายสักรูปปลัด (ควายภาษาอีสาน) ผมก็บอกว่า ตำราของหลวงพ่อไม่มี อ.ทรงคิดค้นเอง ไอ้ชดเคืองผู้เขียนมาก ได้พูดว่าผู้เขียนใช้ไม่ได้ มีคนว่าจ้างให้มายิงผมหลายครั้ง สงสารอาจารย์เลยไม่รับเงินมา แต่คราวนี้คงต้องรับเงินมาซะแล้ว (ผมบอกถ้าได้เงินมาก็มาบอกผมด้วย เจอกันที่ป่าช้า นับ 1 ถึง 10 ค่อยหันหน้ามายิงกัน ผมเป็นคนซื่อ แค่นับ 2 ผมก็หันไปยิงแล้ว) ผมคอยไอ้ชดอยู่นานมันก็ไม่มา แต่บอกกับรูปหล่อ 1 ทุกคืน กลัวมันมาจริง ๆ ฆ่าคนนั้นมันไม่ดี เขาจับได้ ติดคุกเป็นหมาเลย ผมไม่กลัวและไม่นำพาซึ่งความตาย แต่กลัวติดคุก กลัวทรมานกลัวโดนซ้อม เรื่องนี้ไม่สนุก

อีกครั้ง ตอนสร้างรูปหล่อ 1 (ย้อนยุค) ผมก็คล้องรูปหล่อ 1 อยู่ ๆ มีคนมาหา (ปกติจะไม่พบคนแปลกหน้า) เขาขี่มอเตอร์ไซค์มา ป้ายทะเบียนกรุงเทพ (จำหมายเลขไว้) แต่งตัวรัดกุม ชุดพรางทหารใส่เสื้อ 2 ชั้น น่าจะพกปืนมาด้วย เขาบอกเขาจะมาขอบูชารูปหล่อ 1 (ย้อนยุค) สัก 2 องค์ แต่เขามีเงินแค่ 500 บาท คือเช่า 1 องค์ ขอฟรี 1 องค์ ผมหยิบเหรียญมาให้ 2 เหรียญ รูปหล่อ 3 องค์ เขามาไกล มาจากเกียกกาย ผมตั้งสติได้ ผมจะรู้ว่าคนที่มา มาดีหรือร้าย (ให้ภาวนาพุทโธ) เขาให้สตางค์ผู้เขียน 500 บาท ผมไม่รับไว้ บอกเอาไว้เติมน้ำมัน และกินข้าว ได้บอกกับรูปหล่อ 1 ว่าขออย่าได้ยิงกันเลย พอได้สติได้ถามเขาว่า เป็นใคร เขาบอกเป็นทหารนอกประจำการ (สติแตก) ผู้เขียนพูดแบบเดา ๆ ว่า ใครใช้ให้มายิงผม เขาตกใจมาก เขาบอกเพื่อนทหารด้วยกัน ให้ผม (เขา) มาลองยิงผมดู ว่าจะออกหรือไม่ ผมได้ขอดูปืน เขาใช้แมคกาซีน ขนาด 9 เขาพูดว่าเห็นตัวแล้วรู้สึกกลัวผม ไม่กล้าแม้คิดจะยิง แถมให้พระมาอีก 4-5 องค์ เรื่องนี้ก็ไม่สนุก เพียงแต่คิดว่า คงเป็นเพราะรูปหล่อ 1 จึงไม่ได้ยิงกัน

ไหน ๆ จะเล่าก็ขอบันทึกเอาไว้ ไม่อยากให้เรื่องของหลวงพ่อหายไปกับสายลม คนบ้านผู้เขียนอดีตเป็นกำนัน ชื่อเล่นชื่อเอียง น้ำจันทร์ ชื่อจริง ๆ ชื่อสำราญ เป็นคนรอบจัด นักเลง รับซื้อไถ่ถอน ลักเขาก็เอา อายุตอนนั้นตก 80 ปี ผู้เขียน 40 ปี เขามีเมียมาก ลูกมาก นับถือหลวงพ่อ นับถือ อ.แสวง วัดหนองอีดุก (ศิษย์ของหลวงพ่อ) เป็นสหายทางนักเลงกับ อ.แสวง อายุพอ ๆ กัน อ.แสวงก่อนบวช เป็นเพื่อนกับบิดาของผู้เขียน กำนันเอียงได้มาซื้อนาของผู้เขียน ผู้เขียนเห็นว่าเสียเปรียบเลยยอม เขามีปืนยาวสมัยสงคราม หลวงเรียกเก็บเขาไม่คืน เป็นปืน รศ. ปืนพระราม ผมไปหาเขา ขอลองยิง ปืนยาวมาก ประมาณ 150 เซนติเมตร หนักหลายกิโล ผมยิงอย่างไรก็ยิงไม่ถูก เลยแกล้งเขา เอารูปหล่อ 1 ไปใส่กระป๋องเป็นเป้า ให้เขาลองยิงก็ยิงไม่ถูกยิงไป 3 นัด อีกคนชื่อสมหมาย มีลูกชื่อช่างอรุณ (เป็นช่าง) สะใภ้ชื่อกบ มีเมียเป็นนางฟ้า (ชื่อฟ้า) เป็นคนบ้านผู้เขียน เขามีปืนขนาด .357 ผมชอบมากอยากได้ เป็นปืนนอกอย่างดี ราคาแพง จะไปขอซื้อเขาได้แกล้งเขา เอารูปหล่อ 1 ใส่กระป๋อง ให้เขาลองยิงให้ดู เขายิงไป 6 นัด ไม่ถูกเป้าเลยสักนัด เขาจะขาย 4 หมื่น ผมไม่มีสตางค์พอ พอจะไปซื้ออีกที เขาขาย 7 หมื่น ปืนนี้เป็นปืนในฝัน ของผู้เขียน คือ ฝันอยากได้ แต่ได้แต่ฝันเอา 7 หมื่นแพงไป ปืน .357 นี้ยิงจอบทะลุ แต่ขนาด .40 ยิงจอบไม่เข้า (ยิงผานรถไถ .40 ยิงไม่เข้า แต่ .357 ยิงทะลุ)

อีกเรื่องตอนนั้น บริษัทเกาหลี ชื่อ “เฮนได๋” ได้มาทำทางบริเวณวัดเขาใหญ่มิตรภพ (เหรียญ 9 อาจารย์) ได้ตั้งเต้นท์ ที่พักคนงาน มีคนเกาหลีใต้ เป็นหัวหน้า พอตกเย็นก็เล่นไฮโลกัน โกงกันกินกัน ตั้งวง 2-3 วง คนมากตก 50-100 คน คนเสียคนหนึ่งชื่อ ดิเรก โมโหโดนโกง ได้ไปเอาปืนลูกซองสั้น บรรจุลูกเบอร์ 100 เม็ด ยิงไปที่วงไฮโล ยิงไป 5-6 นัด (เริ่มมืด) นัดละ 100 เม็ด (ลูกปืนยิงนก) ลูกปืนลูกซองลูกขนาดใหญ่เท่านิ้วโป้ง ผลคือคนเล่นไฮโล โดนกันแทบทุกคน มีอยู่คนหนึ่ง โดนยิง 3 นัด ยิงเขาไม่ถูกเลย แม้เม็ดเดียว เขาคล้องรูปหล่อ 1 องค์เดียว คนยิงชื่อดิเรก ผมรู้จักดี

4. เอาเรื่องดุขึ้นสักหน่อย อาจขอยุติจบตอนนี้ ผู้เขียนใช้อยู่ เคยโดนแอบยิงชัดแจ้ง 3 ครั้ง คือมานั่งเล่นหน้าบ้านที่โต๊ะม้าหินอ่อน เริ่มมืด 6 โมงเย็นกว่า บ้านนอกมืดง่ายไม่มีไฟฟ้า มากัน 3 ครั้ง 3 วาระ โดนยิงห่างแค่ 3 วา คนยิงมาแอบใต้ต้นมะปราง ยิงครั้งละ 3-4 นัด ได้ยินเสียงไกปืนชัดเจน แชะ แชะ ๆ ตอนนั้นคล้องรูปหล่อ 1 องค์เดียว (เป็นสวนของนายจ๊อด มีถนนปูนกั้น เขาแอบใต้ต้นมะปราง)

อีกครั้งจริง ๆ ไม่สมควรเล่าหรือไม่อยากเล่า ผมไปขัดคอกับสารวัตรละออง สุขนิล ไปเผลอดูพระของเขาปลอม เขาต้องคืนเงินให้คนซื้อไปหลายคน เป็นเงินเป็นล้านบาท เขาส่งมือปืนตำรวจมา 2 คนมาที่บ้าน ใส่กางเกงตำรวจ ใส่เสื้อคอกลมตำรวจ ใส่เสื้อคลุมแบบตำรวจใช้ เหน็บปืนที่เข็มขัด ใส่รองเท้าคัทชู เข้ามาในบ้าน อีกคนติดเครื่องรถกระบะเตรียมขับออก (หันหน้าออก) รถไม่ติดแผ่นป้ายตอนนั้นรั้วบ้านยังไม่มี คนที่เข้ามาบอกขอมาดูพระ แต่ไม่สนใจจะดูพระ ผู้เขียนมีสติ (ได้สติ) คิดว่างานนี้ยิงกันแน่ ได้บอกกับรูปหล่อ 1 ว่าอย่ายิงกันเลย ผมถือปืนไว้เอาผ้าขี้ริ้วห่อไว้ ถ้าผมยิงเขาตาย ผมก็ติดคุก มันก็เป็นผีเฝ้าบ้านผม ถ้าเขายิงผมตาย ลูกเมียผมก็ลำบาก เลยพูดกับเขาไปว่า จ่า เราอย่ามายิงกันเลย บอกกับสารวัตรว่า ผมไม่ได้เจตนา ผมฝากกราบขอโทษสารวัตรด้วย (ผมเดาเอาว่า ต้องเป็นเด็กของสารวัตร) เขาตกใจหน้าซีดเลย เขากลับไปด้วยดี ความที่เคยคิดจะเป็นฟรีเซนเตอร์ให้หลวงพ่อ ให้หลวงพ่อโด่งดัง อยู่ต่อมา 3 วันได้ หน้าบ้านของผู้เขียนมีสวนอยู่ แต่มีถนนกั้น ผู้เขียนไปเดินดูสวน เริ่มมืด 5-6 โมงเย็นได้ มีคนร้าย ไม่รู้มาจากไหน รถก็ไม่มี 5-6 คนได้ ได้รุมยิงผู้เขียน ทั้งลูกโม่และแมคกาซีน 5-6 คนยิงดังเป็นประทัด หมดลูกแล้วมันก็เข้า (หนี) ไปในสวนของนายจ๊อต ไปขึ้นรถที่ถนนใหญ่ ห่างไป 100 เมตรได้ ปืน 5-6 กระบอก ยิงออกแต่ไม่ถูก มารู้ตัวว่าถูก 1 นัดที่หลัง เสื้อขาด 1 รู เอายาหม่องทาก็หาย เสื้อเก่าแล้วซ่อมเอง ตอนหลังให้ลูกน้องชื่อสำเริง ดีเดชไปวันรุ่นขึ้น ผู้เขียนก็ไปที่สถานีสรรคบุรี แกล้งไปเยี่ยมสารวัตรละออง และแอบดูตัว เจอตำรวจที่มาร่วมทำสังฆกรรมผู้เขียน 3-4 คน จำหน้าได้ และได้พูดคุยกับสารวัตร บอกขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ ((คนเขาเช่ารูปหล่อ 1 และเหรียญ 1 (2 อย่าง 1 แสน 5 หมื่น เช่าไปตก 1 ล้าน หลายเจ้า)) ผมไม่ได้ตั้งใจ เขาบอกลูกน้องเอามาให้ ถ้าแท้จะได้ให้สตางค์เด็กไปบ้าง ผมกราบขอโทษเขา (เขาเอาตู้วัดจำหน่าย) คนเลยเชื่อต่อแต่นั้นมา ทางวัดเขาก็ไม่ชอบขี้หน้าผู้เขียนสักเท่าไร เดี๋ยวนี้ก็เป็นอยู่

เรื่องสุดท้าย วัตถุมงคล ถ้าได้เข้ารบในสงครามแล้วโดนเป็น 100 นัด อาวุธหลายแบบ ผู้เขียนถือว่าสุดยอด สมควรนำพาติดตัว เขาว่าคนเราเสียอะไรให้เสียไป เสียเท่าไรก็ให้เสียไป แต่อย่าเสียชีวิต เพราะถ้าเสียชีวิตแล้ว เราจะไม่เหลืออะไรเลย ทหารที่เข้าสู่สงคราม และรอดตาย เขาได้ถ่ายรูป และเขียนชื่อที่อยู่ ตลอดจนหน่วยที่เขาประจำอยู่ แต่หลวงพ่อไม่สนใจพวกเขาเลย รูป 50-60 รูป สีได้กินรูป (รูปจางเป็นสีเหลือง) ชื่อที่เอาปากกาหมึกน้ำ เขียนไว้ก็จาง เป็นทหารจากพลร่ม ป่าหวาย ลพบุรี เป็นทหารค่ายลพบุรี, เป็น นปข. (หน่วยป้องกันแม่น้ำโขง), เป็นตำรวจ อาสาไปรบเวียดนามก็มี (จ่าดับ) ที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับเขา มีจ่าชาติเป็น นปข. จ่าดับเป็นตำรวจ ตอนไปรบเวียดนาม เขามาพักกับดาบประเทือง ที่ สน. ยานนาวา นอนมุ้งเดียวกัน ตอนหลังเป็นครูฝึกยูโด ให้นักเรียน ร.ร.นายสิบตำรวจ นครสวรรค์, จ่าเพชร สังกัดลพบุรี, จ่านุ้ย สังกัดพลร่มป่าหวาย ลพบุรี (ดุและเก่งมาก พลร่มป่าหวาย สมัยนั้น) เขาไปรบเวียดนาม, ลาว, เขาค้อ, เขาคล้องรูปหล่อ 1 โดนยิงด้วยปืนสารพัดชนิด ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง เสื้อผ้าขาด แต่ไม่เข้า ความแรงของปืน ตอนยิงโดยมันจุก, เสียด, เลือดออกหู, ออกจมูก, หูเสียเลย, หูดับฯ รูปหล่อ 1 (เหนียวแบบเหรียญ 1) คือ คำว่าเหนียว สำหรับผู้เขียน คือเหนียวแบบไก่ ถลอก, ปอก, เปิด, ทั่วตัว แต่ไม่เข้า ที่ไม่ถูกอีกเป็น 100 นัด (วัตถุมงคลที่ผ่านสงครามของหลวงพ่อองค์อื่นที่เคยได้ยิน คือ มหาอุด ของหลวงพ่อพันธ์ วัดบางสะพาน วังทอง พิษณุโลก แต่ต้องเป็นมหาอุดไม้รวก ยอดด้วน)

ผู้เขียนจึงขอยกยอดความดีให้หลวงพ่อ จัดอันดับรูปหล่อ 1 เป็นอันดับ 2 รองจากเหรียญ 1 ถ้าท่านมีปัจจัยพอ ค่าตัวท่านหลายสิบ หลายร้อยล้าน ควรหาไว้ (เหรียญ 1, รูปหล่อ 1, หนุมาน 1 (เขียนแล้ว), แหวน 1 (เขียนแล้ว), เหรียญหนุมาน (เขียนแล้ว), รูปหลังสิงห์ (เขียนแล้ว), เหรียญรุ่นเสาร์ 5 (เขียนแล้ว บุญชู สว่างสี คล้องอยู่ปืนยิงไม่เคยออกสักนัดเดียว)

ผู้เขียนสร้างย้อนยุคไว้ ประมาณปี 60 บรรจุผงสมเด็จโต, ผงหลวงพ่อกวย และเกศา บรรจุโผ่ให้เห็นชัดเจน บอกเล่าให้ท่านเสกให้ดีเหมือนเก่า เพื่อสร้างบารมี ปัจจัยเข้ามูลนิธิเล่ม 2 ช่วยคนชรา, คนนอนติดเตียง, เด็กกำพร้า, มอบตัวเด็ก, เลี้ยงลิง วัดคังคาว, ให้ทุนเด็กฯ ถ้าบูชาที่วัดหนองเฒ่า ก็จะได้บูรณะวัดหนองเฒ่า ขอยุติจบ รูปหล่อ 1 เพียงนี้ คงไม่ได้เขียนอีก (รูปหล่อ 1) เขาเก่งไม่แพ้เหรียญ 1 (06) เหรียญ 1 ก็มีทหารนำไปรบ ในสงครามเวียดนาม โดนเป็น 100 นัด เช่นกัน...

ปล. ต่อไปจะขอเล่า เอาแบบมือวางอันดับ 1 คือพระผง ปรกโพธิ์ 9 ใบ, แหวกม่าน, หลังรูป เอาชนิดเด็ดขาดก่อน เขียนแบบพิเศษ คือละเอียดสักหน่อย พระ 3 แบบนี้ ลอง ๆ ทายดูว่า ใครคือที่ 1 ในรูปแบบของพระผง .... (5 พ.ค. 63-20) กราบขอโทษ ที่ไม่ได้เขียนละเอียด ตอนทหาร, ตำรวจไปรบที่สมรภูมิ เขาหูเสีย เสียงดัง เล่าไม่รู้เรื่อง (จ่าดับและจ่าไข่นุ้ย) เคยเจอกันเลยไม่ได้เขียนให้ละเอียด เรื่องที่ไม่ได้เขียนเล่าอีกแบบคือ ตอนท่านไปธุดงค์ ท่านไม่ยอมเล่าให้ละเอียด และผมก็ไม่ได้ไปกับท่าน ผมเขียนบรรยายไม่ถูก ท่านมีพระบูชาชนิดไม้ หน้าตัก 3-5 นิ้ว เป็นศิลปะลาว เป็นพระสะเดาะเคราะห์ มีมาก ท่านเคยธุดงค์ไปหงษ์สาวดี อยู่ในประเทศลาว (ชื่อซ้ำกับพม่า), ส่วนต้นกะเม็งที่หลวงพ่อฉันกับน้ำพริก เป็นไม้ล้มลุก สูงขนาดต้นต้อยติ่ง รูปร่างคล้ายกัน สูงประมาณ 1 ฟุต กินยอด, ใบ, ดอกอ่อน หลวงพ่อฉันเสกด้วยคาถาพระเจ้า 5 พระองค์ คงกระพันชาตรีถึงกระดูก กระดูกดำเลย ผู้เขียนพอสืบดูจริง ๆ เขาขึ้นอยู่รอบ ๆ บ้านเต็มไปหมด ลอง ๆ กินดู เหนียวยั้นหนี้เลย...

ที่มา: เฒ่า สุพรรณ
(อ.สมจิตต์ เทียนจันทร์)
56 หมู่ 5 บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ
อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
โทร. 081-943-7368