
หนุมานลอยองค์ ตอนที่ 3
อีกครั้งหนึ่งลูกชายของผู้เขียน เขาเชื่อมั่นในหนุมานลอยองค์มาก เขาคล้องคอประจำ รอดมาได้เป็น 10 ครั้ง มีผู้หญิงมาชอบ แต่ละคนน่ากลัวทั้งนั้น เมียน้อยสารวัตรอย่างนั้น, เมียน้อยนายกเล็กอย่างนั้น, เมียน้อยกำนันอย่างนั้นฯ เขาใช้อยู่กับลูกสวาท ตอนหลังต้องยึดลูกสวาทคืน ผมกลัวโดนยิงตายเลยต้องยึด แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร มันชอบใช้คาถาพาลีด้วย เขาว่าพาลีเจ้าชู้ยักษ์ ลูกเขาเมียใครเขาพอใจ จีบแย่งเอาเลย ทศกัณฑ์อุ้มนางมณโฑผ่านมา พาลีพอใจเข้าไปแย่งเอามาเฉย ๆ (สมัยนั้นศีลธรรม ศาสนา ยังไม่เกิด สมัยเจงกีสข่าน ศาสนาก็ยังเข้าไม่ถึง พอใจใครก็แย่งเอา) พาลีมาอยู่กับนางมณโฑจนตั้งท้อง ทศกัณฑ์ขอให้พระฤาษีติดต่อกัน อาจารย์คุยกับอาจารย์ มาขอนางมณโฑคืน ต้องผ่าท้องทางไสยศาสตร์ เอาลูกของพาลีไปใส่ไว้ในท้องแพะ ลูกชื่อ คงคต ครั้งหนึ่งลูกชายของผู้เขียน ไปเยี่ยมและผลัดกันเฝ้า ลูกน้องมือขวาคนขับรถ ไม่สบายอย่างหนัก ลูกน้องชื่อหาญ เพชรไปล่ บ้านอยู่ท่าเตียน อำเภอเดิมบางนางบวช เหตุเกิดที่ รพ.ศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี ลูกชายของผู้เขียนคล้องหนุมานลอยองค์อยู่ ตอนนั้นนายหาญ เพชรไปล่ อยู่ในขั้นโคม่า ใกล้ตาย จะตายก็ไม่ตายพูดไม่ได้ พอเขาเห็นลูกชายของผู้เขียน เขาตกใจกลัวเหมือนกลัวอะไรสักอย่างหนึ่ง ชี้มือชี้ไม้ไม่ให้เข้ามาใกล้ เป็นแบบนี้เกือบ 10 ครั้งที่มาเยี่ยม พอค่อยยังชั่วพอพูดได้ ได้ถามว่ากลัวอะไร กับ ไอ้กอฟล์ (ลูกชาย) เขาพูดว่ากอฟล์เอาลิงขี่คอมาด้วย ทุกครั้งที่มา ได้ถามว่า ลิงสีอะไร แต่งตัวมีเสื้อผ้าหรือไม่ เขาบอกว่า เป็นลิงสีขาวใหญ่ ใส่เสื้อผ้าสีเทาเกือบขาว ชอบแหย่เขาเล่น เขากลัวมาก ตัวโตเท่า ๆ เด็กเลย และนายหาญ ยังฟ้องว่าลูกชายของผู้เขียนเล่นแสงไฟ มีแสงไฟวิ่งเป็นสาย วิ่งมาที่มือถือของลูกชาย จากการศึกษาทราบว่า คนใกล้ตาย ตาเขาจะเห็นอะไรพิเศษกว่าคนธรรมดา เขาสามารถเห็นคลื่นของโทรศัพท์มือถือได้ นายหาญนี้ผู้เขียนได้ให้เขาคล้องพระปรกโพธิ์ 9 ใบ และบอกเล่ากับหลวงพ่อและแม่ธรณีไว้ ถ้าจะตายก็ของให้ตายไว ๆ เพราะโรงพยาบาลเอกชนแพงมาก ถ้าจะหายก็ขอให้หายไว ๆ ปรากฏว่ากลางคืนได้สลบไป กำลังจะเดินไปกับเพื่อนผี ที่ตายที่โรงพยาบาลพร้อมกันอีก 3 คน พอเดินไปสักพัก ได้พบกับแม่ธรณีใหญ่โตแบบผู้หญิงอินเดีย ได้ถือคนโทน้ำ มาส่งให้นายหาญ นายหาญได้ดื่มกินและลูบหน้า แล้วส่งให้ผีอีก 3 ตัวกิน หมาอีก 1 ตัว รู้ว่าต้องไปรวมกันที่ถนนใหญ่ ที่ถนนใหญ่มีผีหลายตัว เมื่อนายหาญได้กินน้ำแล้ว กลับมีกำลังไม่ยอมเดินต่อไป ได้กราบขอบพระคุณแม่ธรณี แล้วหันหลังเดินกลับมาโรงพยาบาล เจอตัวเองนอนอยู่ ได้เข้าร่างและฟื้น นายหาญนี้บุญเขามาก ผู้เขียนได้รักษาเขาหมดเงินขนาดขายทองรักษาหมดไป 10 บาท เป็นลูกน้องที่ขับรถพ่วง 18 ล้อ ที่นิสัยดีมากคนหนึ่ง เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ตาย แต่พระขอคืน เปลี่ยนเหรียญหลังยันต์ให้ไป
ตอนทำเหมือง 20 กว่าปี อยู่แผนกส่งแร่ ภรรยาของผู้เขียน มักจะไปรับงานนอก เวลารถว่าง ได้ใช้ หนุมานองค์นี้แบ่งกันใช้กับลูกชาย 20 กว่าปี บอกเล่ากับหนุมานและหลวงพ่อของานทำ จะได้งานตลอดถ้าว่างจะทำ และที่แปลกคือ ไม่เคยโกงค่าบรรทุกเลย แม้แต่ครั้งเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะผู้เขียนอยู่แผนกติดตามหนี้สินก็ไม่รู้ ประมาณปี 2552-2553 ค่าขนส่ง ไม่ขึ้นแต่ค่าน้ำมันขึ้นเอาๆ ค่าอะไหล่ก็แพงมาก ค่าตำรวจก็แพง คิดแล้วจะไปไม่รอด ได้บอกเล่ากับหลวงพ่อและหนุมาน ขอให้ชี้หนทางให้ด้วย ผมได้พูดกับหลวงพ่อที่รูปหล่อ ว่า ผม 3 คนแม่ลูก กำลังเดินวกวนอยู่ที่ทาง 3 แพร่ง ขอให้หลวงพ่อชี้หนทางด้วย พอบอกให้ 3 วัน ปรากฏว่ารถ 10 ล้อของญาติชนกับ 10 ล้อด้วยกัน มีคนตาย หมดเงินไปเป็นล้านบาท พอภรรยาผู้เขียนคิดถึงเรื่องนี้ สร้อยที่คล้องหนุมานอยู่เกิดขาดร่างลงมาเฉยๆ เมื่อผู้เขียนต่อสร้อยโดยเปลี่ยนสร้อยเส้นใหม่ สร้อยก็ขาดอีก 2 ครั้ง เลยหยุดกิจการเหมืองแร่ ตอนนี้ผู้เขียนเลยตกงานนอกกินดอก (ดอกแค)
เรื่องเหรียญหลังหนุมานนี้ หลวงพ่อสร้าง 1 ครั้ง ผู้เขียนเคยสร้าง 1 ครั้ง เสก 216 องค์ คือเสกพิธีวัดท่าหลวง 108 องค์ 1 ครั้ง และพิธีวัดท่าฬ่อ พิจิตรอีก 1 ครั้ง 108 องค์ อาจารย์ตั๊ว (โอภาส) วัดซับลำใย ได้รับนิมนต์ไปเสกและเอาเข้าพิธี 2 ครั้ง คือ เตรียมการก่อนสร้าง เหรียญส่วนมาก ส่งไปแจกผ้าป่าที่อังกฤษ ค่ายมวยสิงห์นรชัย พี่สมนึก ไทรแก้วเรือง เป็นครูฝึกและหัวหน้าค่าย โด่งดังมาก นักมวยในค่ายนับถือเป็นชีวิตจิตใจ เอามาคล้องคอหน้าตาเฉย เรียก ก๊อตกวย (หลวงพ่อกวย) ใช้เสกทำน้ำมนต์ให้น้ำมักมวย ไม่เคยมีใครโดนตีศอกถึงแตกเลย เหรียญอีกส่วน ส่งไปใต้ให้ทหาร ตำรวจ อาสา ที่นราธิวาส ฝากพี่ดนัย ขวัญไชย ไปแจก พี่เล่าว่า ใครที่มีเหรียญรุ่นนี้ โดนยิง จะยิงไม่ถูกเลย รอดมาได้เป็นอัศจรรย์ทุกคน มีคนมาถามหาเหรียญรุ่นนี้จากผู้เขียนมาก ผู้เขียนทำเพื่อแจกผ้าป่า ทำเสร็จก็นำบล๊อคทิ้งลงสระน้ำเลย บอกเล่าหลวงพ่อ โดยเฉพาะภาคใต้ ให้หลวงพ่อดูแลศิษย์ทางใต้ด้วย เหรียญรุ่นนี้สร้าง พ.ศ. 2540 กว่า ๆ จำ พ.ศ. ไม่ได้ ปี 2558 ปีนี้ จะสร้างเหรียญหลังหนุมานตำราหลวงพ่อ อีก 1 รุ่น ชื่อ รุ่นมนต์พระกาฬ เสกด้วยมนต์พระกาฬจริง ๆ จะเล่าให้ฟังตอนท้าย
เรื่องที่ 3 อภินิหารย์ของหนุมานลอยองค์ หนุมานลอยองค์นี้ หลวงพ่อสั่งทำเพียงเนื้อเดียวคือเนื้อฝาบาตร (ทองเหลืองผสมทองแดง แต่แก่ทองเหลือง) ไม่มีเนื้อทดลองหล่อ เป็นตะกั่วหรือเงินเลย แม้แต่องค์เดียว ก้นบรรจุกริ่งจารเกือบทุกองค์ จารยันต์หนุมานอมพลับพลา ปางรบกับไมยราพย์ หลวงพ่อเลยจารยันต์หนุมานอมพลับพลา นะตัวนี้ผู้เขีนได้สืบทอดไว้ หลวงพ่อสักให้ไว้บนกระหม่อม คือ ครั้งหนึ่งไมยราพย์ ซึ่งได้พรมา (น่าจะได้มาจากพระอินทร์) ถ้าใครจะสู้กับไมยราพย์ ไมยราพย์จะภาวนาสะกดทัพ จะต้องถูกมนต์ของไมยราพย์ทุกตัวทุกคน คือ สู้กับมนต์สะกดทัพ ของไมยราพย์ไม่ได้ ถ้าไมยราพย์สะกด (เข้าใจว่าเวลากลางคืน) ภิเพกจึงบอกอุบายแก้ โดยให้หนุมาน แปลงร่างเป็นพลับพลา เอาลิงเล็ก ๆ รวมทั้งลิงใหญ่พระลักษณ์ และพระราม ให้เข้าไปอยู่ในพลังพลา (ปาก) ไมยราพย์มาจริง ๆ ตอนดึก สะกดทัพพระราม รวมทั้งหนุมานหลับหมด แต่ไมยราพย์กลับไม่เจอกับกองทัพของพระราม เห็นแต่พลับพลา จึงทำอะไรต่อกองทัพของพระรามไม่ได้ “นะ” ที่หลวงพ่อเสกและจาร จึงขลังมีอำนาจมาก แม้หลับอยู่ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ด้วยอานุภาพของอิทธิฤทธิ์ทำให้หนุมานลอยองค์ของหลวงพ่อกลายเป็นตำนาน ไม่ใช่แพงอย่างเดียว หายากมากอีกต่างหาก หนุมานลององค์พิมพ์นั่งสมาธินี้ เป็นปางที่เข้าสมาธิแปลงร่าง เป็นพลับพลาสู้กับไมยราพย์ หลวงพ่อสร้างปางนี้ เพื่อต้านมนต์ไมยราพย์ (มนต์สะกดทัพ) ขนาดสู้ไม่ได้ยังไม่แพ้ เสมอกัน หนุมานปางนี้ มีผู้รู้ได้เขียนคำกล่อนไว้ดังนี้
“นี่คือขุนกระบี่มีศักดา ฤทธิ์แรงแข็งกล้าชาญสมร
ปางพระรามรบราพย์ราญรอน คือวานรหนุมานหาญณรงค์”
หลวงพ่อจึงจารยันต์หนุมานอบพลับพลาไว้ใต้ฐาน มีกริ่งไว้เขย่าบอกเล่าหลวงพ่อเวลามีภัย
มีคนหลายคนได้ถามว่า เรื่องที่ผู้เขียน เขียนเล่าถ่ายทอด แบ่งปันเรื่องราวของหลวงพ่อนี้ เชื่อได้กี่เปอร์เซ็นต์ ผู้เขียนขอตอบว่าเชื่อได้แค่ 50% คือครึ่งเดียว คือจริง ๆ แล้วเรื่องอภินิหารย์ของหลวงพ่อนี้ ดุ เด็ดขาดกว่านั้น เช่น ผู้เขียนพูดว่า หลวงพ่อสักให้ศิษย์สัก และได้จดไว้จำนวนเท่าไร ผู้เขียนเกรงว่า คนจะไม่เชื่อผู้เขียนได้เขียนไว้ว่า 44,000 คน (สี่หมื่นสี่พัน) จริง ๆ แล้ว หลวงพ่อสักให้ศิษย์ถึง 84,000 คน (แปดหมื่นสี่พัน) เรื่องอภินิหารย์ที่ยิงไม่ออก ผู้เขียนก็เขียนหลายเรื่อง เอาเป็นยิงออกแต่ไม่ถูก เพิ่งจะเล่าเรื่องราวได้ใกล้เคียงอยู่ 2-3 เรื่อง คือ จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวก่อนตาย เรื่องที่ลงก่อนหน้านี้ เช่น เรื่องตะกรุด, มีดหมอ, แหวน, ปลัด, รูป และเรื่องนี้ เรื่องต่อไปนี้ จะเล่ากันแบบจริง ๆ เพราะผู้เขียนเป็นหนี้บุญคุณท่านมากมาย ผู้เขียนเป็นหนี้ท่านเรื่องจะสร้างโบสถ์และรูปหล่อเท่าองค์จริงของหลวงพ่อและวิหารที่วัดหนองเฒ่า จังหวัดสุโขทัย แต่ก็จะเล่า เรื่องอื่นให้ละเอียดแบบเรื่องนี้คงไม่ได้ สมัยเด็กรุ่นและวัยรุ่นผู้เขียนมีนิสัยซุกซน เกเร ดื้อ เรื่องของชาวบ้าน ใครจะฆ่าใคร ใครปล้นจี้ใคร ผู้เขียนจะพยายามสอดรู้สอดเห็น ไปแอบฟัง บิดาของผู้เขียนไม่เคยคิดเลยว่า ผู้เขียนจะมีอายุยืน นาไร่เป็น 100 ไร่ ไม่เคยคิดจะให้ผู้เขียนเลย คิดว่าผู้เขียนต้องตาย ก่อนวัยอันควร ตลอดเวลา มรดกที่ได้ คือ ดาบปลายปืนซามูไร สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พอโตก็ให้ปืน 1 กระบอก คาถา 1 บท หลวงพ่อกวยเป็นห่วง สมัยรุ่นหลวงพ่อสักกระหม่อม ยันต์หนุมานอมพลับพลาและอื่น ๆ คือสักธนูมือ, ฝ่ามือสักจักรพระนารายณ์, ศอกสักจักรพระนารายณ์, เข่าสักจักพระนารายณ์, หลังเท้าสักธนูมือ, ฝ่าเท้าสักยันต์ ลงเป็นยันต์ตัวเลขเข้าใจว่ายันต์พระแม่ธรณีฯ แสดงว่าหลวงพ่อเป็นห่วงมาก ได้ถามศิษย์คนอื่น ๆ ไม่มีใครได้สักแบบผู้เขียนเลย เพียงแต่ไม่บอกคาถา เรื่องนี้ผู้เขียนเพิ่งเล่า ขอดูยันต์หนุมานสะกดทัพ (อมพลับพลา) ได้ คือ ความซนและดื้อนี้ ผู้เขียนขอบันทึก เรื่องราวเกี่ยวกับผู้ยิง และผู้ถูกยิง ทั้ง 2 ฝ่ายเอาไว้ เพื่อเจอเขาที่ไหน จะได้ถามดู ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ค่อย ๆ เจรจากันนะ
เรื่องมันก็นานมาแล้ว จะขอเล่าบันทึกเอาไว้ดังนี้
เรื่องที่ 3.1 นายกลิ่น ชุมพลพันธ์ บ้านเดิมอยู่บ้านปากน้ำ บ้านอยู่ติดกันกับบ้านของผู้เขียน บ้านเดิมจริง ๆ อยู่สามเอก ชุมเสือฝ้าย พ่อเขาเป็นลูกน้องเสือฝ้าย นายกลิ่นมีนิสัยทางนักเลง ชอบปล้นจี้ ฆ่าคน เป็นมือปืนรับจ้าง นิสัยติดทางพ่อ แต่เขาก็ดีกับผู้เขียน สมัยไปรบลาว เขาก็ไป ได้ไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อได้มอบหนุมานลอยองค์ให้เขาไป เคยลาดตระเวร โดนยิงติด ๆ ไม่ออก ที่ออกก็ไม่ถูก เกือบ 10 ครั้ง เลิกจากรบ ก็เป็นมือปืนรับจ้าง เคยฆ่าคนมามาก แม้แต่ผู้จ้างวานก็หักหลัง จ้างมือปืนมาฆ่าเขา แต่ก็ฆ่าไม่ได้ กลางคืนดึกสงัด มีมือปืนมาเพื่อจะฆ่าเขา มาหลายครั้ง นายกลิ่นจะตื่นก่อนเสมอ เขาจะคล้องรูปหล่อหนุมานติดตัวเสมอ ภายหลังมีบัญชีดำ จับตาย หน่วยเหนือได้มีคำสั่งให้จ่าสนิท พวงมาลี สน.เดิมบางนางบวช เป็นคนจับตาย จ่าสนิท บ้านเดิมเขาก็อยู่สามเอก จ่าสนิทได้มาแอบยิงนายกลิ่น หลายสิบครั้ง ยิงไม่ได้ตื่นก่อนรู้ตัวก่อนทุกครั้ง จนทาง สน.เดิมบางนางบวช คอยนายกลิ่นไม่ไหวเลยจับตัวไป ตรวจเจอเขม่าปืน นายกลิ่นติดคุกอยู่ อยู่คุกสุพรรณบุรี หลายปี รูปหล่อก็โดนผู้คุมยึดเอาไป เขม่าปืนก็ตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้ ไม่มีทนายความ ตัดสินกับเงียบ ๆ ติดคุกอยู่สุพรรณ ออกมาเลยหนีไปอยู่สกลนคร
เรื่องที่ 3.2 นายแทนสุขสวัสดิ์ ได้รูปหล่อหนุมานจากอาจารย์เหวียน มณีนัย คนท่าทอง นายแทน บ้านอยู่ปากทางเข้าวัดปากน้ำ บ้านผู้เขียน คืออาจารย์เหวียน เป็นคนนำรูปหล่อลอยองค์หนุมาน มาจำหน่ายให้หลวงพ่อ สมัยนั้นองค์ละ 50 บาท นายแทนเป็นลูกศิษย์ได้บูชาไว้ นายแทนมีนิสัยเกเรพอสมควร ชอบเข้าบ้านคนยามวิกาล แต่ก็ไม่มีหลักฐาน เพราะจับไม่ได้ นายแทน จะคล้องรูปหล่อหนุมานเป็นประจำ เรื่องความเกเรของเขา ดังไปถึง สน.เดิมบางนางบวช ทาง สน. ได้สั่งให้จ่าพัว เป็นหัวหน้า และจ่าเจียม เป็นลูกน้อง มาจับตายนายแทนเสียที จ่า 2 คนนี้ แย่งกันทำความดีความชอบ ได้ผลัดกันมาฆ่านายแทน ตอนนั้นบ้านเดิมของนายแทนอยู่ในสวน สวนอยู่ติด ๆ กับสวนของบิดาของผู้เขียน ต้องเดินเข้าไป มีทางเล็ก ๆ นายแทนจะรู้ตัวเสมอ ไม่ว่าจะมาตอนดึกหรือค่อนสว่าง คือ ค่อนสว่างเคยโดนยิง หลายสิบครั้ง เขาขุดบ่อล่อปลา ต้องตื่นไปกู้เอาปลา ตอนตี 4-5 ประจำ โดนยิงติด ๆ เขม่าติดหน้าเลยไม่ถูกไม่ออก ภายหลังทำรูปหล่อหนุมานหายไป (เอาไปหาปลา) เขาเลยไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อขอสัจจะ ดาบตำรวจ 2 คน ก็เลิกมากวนนายแทนเฉย ๆ อาจเปลี่ยนนายใหม่ รูปหล่อหนุมานนี้ ถ้าทำไม่ดี เขาจะหนีไป กลับไปวัด เวลากลับมักกลับตอนกลางคืน คือหนีกลับไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อสามารถรู้ได้ เคยหยิบรูปหล่อหนุมานออกมาดูจากโต๊ะหมู่ ท่านสามารถบอกได้ว่าเป็นของใคร เคยหยิบให้หมอเฉลียว เดชมาและอาจารย์สมาน ดูประจำ
เรื่องที่ 3.3 อาจารย์เหวียน มณีนัย บ้านเดิมอยู่ท่าทอง ตำบลปากน้ำ ที่ท่าทองนี้ ผู้เขียนเคยทำงานอยู่ 20 ปีเศษ ไม่รู้ว่าอยู่ได้อย่างไร อาจารย์เหวียนนี้ มีวัตถุมงคลคือ มีดหมอ, ปลัด, ตะกรุด, และรูปหล่อลอยองค์หนุมาน แต่ของอย่างอื่นเอาติดตัวเฉพาะตอนเดินทาง วันหนึ่งเพี้ยนขึ้นมา ได้ไปทุบรถนายอิม คนตลาดปากน้ำ นายอิมนี้เป็นคนจีน ใจถึง มีรถ 10 ล้อ ได้ขับยิงอาจารย์เหวียน 5-6 นัด ยิงไม่ออกเลย อาจารย์เหวียนได้วิ่งหนี นายอิม มาไกลมากเหนื่อย เลยชักมีดหมอกะจะฆ่านายอิม พอชักมีดหมอออกจากฝัก ปืนยิงออกเลยดังปั้ง โดนตรงกราม แต่ไม่เข้า (ภายหลังกรามเบี้ยวเลย) เรื่องเลยยุติต่อกัน แต่จริง ๆ ยังไม่ยุติ นายอิมยิงอาจารย์เหวียนไม่ตาย เท่ากับตีงูให้หลังหัก เขาเลยตามมาฆ่าอาจารย์เหวียน เขาได้พยายามมาฆ่าคือจะยิงอาจารย์เหวียนอีกตก 10 กว่าครั้ง อาจารย์เหวียนคล้องรูปหล่อหนุมานองค์เดียว นายอิมยิงอาจารย์เหวียนไม่ได้เลย ตื่นตลอด กลางวันก็ยิงไม่ได้ อาจารย์เหวียนเผลอจำหน่ายรูปหล่อหนุมาน จำหน่ายเผลอไป ภายหลังที่ตัวเองก็หมด ที่หลวงพ่อก็หมด สร้างประมาณ พ.ศ. 12-15 ในปี 2517 ผู้เขียนรับราชการแล้ว ไปเรียนวิชากับหลวงพ่อ ไปกับอาจารย์เหวียน, อาจารย์ตี๋ เขาเขียว โดยไปรถมอเตอร์ไซค์ ปี 2517-2518 รูปหล่อหนุมานลอยองค์ ยังมีอยู่ แสดงว่าหลวงพ่อเสกนานมาก
เรื่องที่ 3.4 อาจารย์ผ่อง อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าทอง ท่านอาจารย์ผ่องเป็นศิษย์ของหลวงพ่อองค์หนึ่งสมัยนั้นก็โด่งดังพอสมควร มีอาจารย์ตี๋ เขาเขียว ออกเครื่องราง,อาจารย์เตี้ย (พระครูปลัดฝุ่น) วัดสามเอก เก่งทางให้หวย, อาจารย์ถนอม วัดเดิมบาง สร้างเหรียญหลวงพ่อออกวัดเดิมบาง ใจถึงหนังเหนียว , ส่วนอาจารย์ผ่อง เก่งของดูดวงชะตา(หมอดู) (3-4 องค์นี้เป็นศิษย์ชั้นนอก ศิษย์ชั้นเก่งขึ้นมาหน่อยก็มีหลวงพ่อแป๋ว วัดดาวเรือง บางระจัน , อีกองค์ก็หลวงพ่อพร้า อยู่วัดโคกดอกไม้ ศิษย์ที่เป็นตัวจริงกว่านั้นก็คือ อาจารย์ถมยา วัดท่าแก้ว อ.หันคา กับพระครูพิมพ์ วัดสนามชัย สรรคบุรี มรณะภาพแล้ว ทั้ง 2 องค์ ที่เหลืออยู่คือพระครูพร้า กับหลวงพ่อแป๋ว) อาจารย์ผ่องเรียนวิชาหมอดูจากหลวงพ่อตำราของหลวงพ่อ หลวงพ่อประสิทธิ์ให้แล้วท่านก็เลิกดูให้คนอื่น ท่านจะพูดว่า ให้มาดูกับอาจารย์ผ่อง (ท่านผ่อง) อาจารย์ผ่องจะดูของหาย , ดูคนร้าย, ดูลักษณะ สูง ต่ำ ดำ ขาว อยู่ทิศไหนดูดวงชะตาโดยนับเลข อาจารย์ผ่องดูได้แม่นยำมาก เป็นที่เกรงกลัวของคนร้าย มีหลายครั้งคนร้ายโดนจับ โดนหมายปองชีวิต เขาโกรธท่านอาจารย์ผ่องมาก ได้มาแอบดักยิง ท่านอาจารย์ผ่องถึงกุฏิ แต่ยิงไม่ออก อาจารย์ผ่องเหน็บรูปหล่อหนุมาน ของหลวงพ่อเพียงองค์เดียว โดนยิงเป็น 10 ครั้งไม่ออกเลย

