หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

Luang Por Guay 010

หนุมานลอยองค์ ตอนที่ 4

ความโมโห คนร้ายได้ยิงกุฏิของท่านถึง 3 ครั้ง คราวนี้ออก อาจารย์ผ่องนี้ จะนับถือพระเพียง 2 องค์คือ หลวงพ่อกวย และหลวงพ่อโม วัดจันทนาราม ห้วยกรด สรรคบุรี เคยยิงตะกรุดหลวงพ่ออื่น ๆ แตกเสียหายมาก ที่ไม่ออกเป็นตะกรุดหลวงพ่อโมกับตะกรุดหลวงพ่อกวย ท่านรวบรวมคาถาของ 2 หลวงพ่อองค์นี้ไว้ หลังจากท่านมรณภาพ เจ้าอาวาสองค์ต่อมาพยายามจะล้มร้างอำนาจเก่า ได้เอาตำราคาถาของหลวงพ่อโมและหลวงพ่อกวยไปโยนทิ้งน้ำ ตกดึก ชักดิ้นชักงอตาย หมอลงความเห็นว่าน้ำท่วมปอดตาย พระองค์นี้ชื่ออาจารย์หวาน (ชื่อจริง) ส่วนผู้เขียนได้ค้นพบพระเครื่องและอภินิหารย์ของพระได้อีกองค์หนึ่ง ถ้าบูชาอยู่จะไม่มีเรื่องปืนดังเปรี้ยงปร้างเลย คือไม่ผ่าทางตัน ไม่ขวางทางปืน ไม่ขัดคอคน ไม่สนจมูกม้าฯ รูปหล่อลอยองค์นี้ อาจารย์ผ่องก็บูชาอยู่ได้ไม่นาน หลังจากเอาไปลองยิงไม่ออก ไม่กี่วันต่อมาก็หายไปเฉย ๆ

เรื่องที่ 3.5 นายแหยม เป็นคนบ้านปากน้ำ แต่อยู่คนละฝั่งกับผู้เขียน มีลูกชายเป็นผู้ใหญ่บ้านชื่อผู้ใหญ่ฮะ ต.ปากน้ำ นายแหยม เป็นหมอผีนับถือหลวงพ่อมาก ได้คาถาปราบผีจากหลวงพ่อ มีมีดหมอกี่เล่มพอไปขับผี เจ้าของบ้านเขาขอบูชาต่อก็ให้เขาไป สุดท้ายไม่มีมีดหมอต้องเอามีดโต้มาจารอักขระขอมแล้วเสกด้วยคาถาอาวุธ 5 จึงใช้ได้หรือเสกต้นข่าตีผีก็พอได้ นายแหยมนับถือหลวงพ่อมาก แต่เป็นคนขี้เกรงใจ ไปกราบหลวงพ่อ ถ้าหลวงพ่อปิดประตูกุฏิ ก็ไม่กล้าเรียก กลัวหมากัดด้วย เคยมาหาหลวงพ่อ แต่ไม่ได้พบ ขากลับซื้อกระเทียมหาบกลับมา เจอคนผ่านทาง บ้านทุ่งกระถิน เขาได้ถามตั้งแต่ตอนไปว่าจะไปไหน แดดก็ร้อน ก็บอกเขาว่า ไปหาหลวงพ่อกวย ครั้นจะบอกว่าไม่เจอก็อาย เขาเคี้ยวหมากด้วย นายเหว่าคนทุ่งกระถินได้ถามว่า ไปหาหลวงพ่อกวยมาได้อะไรมาบ้างแกก็อาย เลยบอกว่าหลวงพ่อกวยให้ชานหมากมา พร้อมกับภาวนาคาถาส่งเดชไป คือนายเหว่าเขาขอลองยิงด้วยปืนลูกซองสั้น นายแหยมกลัวเสียชื่อได้ร้องบอกหลวงพ่อกวยให้ช่วยทีในวันนั้น มีคนอยู่หลายคน ได้ทดลองยิงชานหมากของหลวงพ่อ (ชานหมากหมอแหยม) ปรากฎว่ายิงไม่ออกได้ยิง 2 นัดกลัวปืนแตก เลยหยุดยิงผลคือชานหมากได้หายไป ไม่ได้หายแบบอัศจรรย์ แต่คนหยิบวิ่งหนีไป

อีกครั้งหนึ่ง นายแหยมมาหาหลวงพ่อได้บูชาหนุมานลอยองค์มา 1 องค์ พอเดินผ่านบ้านนายเหว่า ก็หยุดพักเพราะอากาศร้อนเดือนเมษา คุยไปคุยมาเอาหนุมานลอยองค์มาอวดนายเหว่า ผลคือมีการทดลองยิงหนุมานลอยองค์ปรากฎว่ายิงไม่ออก 3 นัด พอยิงไม่ออกนายเหว่าขอเช่าต่อเลย 100 บาท แต่นายแหยมไม่อยากให้ เพราะขอบูชาจากหลวงพ่อนั้นยากมาก สรุปคือ มีการหักคอเช่า 2-3 เดือนต่อมา นายแหยมจะไปหาหลวงพ่ออีก เดินผ่านบ้านนายเหว่า นายเหว่าเล่าว่า เมื่อได้หนุมานมาแล้ว ก็ดีใจกะจะเอาไปขายสัก 1-2 หมื่น แบบลองยิงให้ดู ตกกลางคืนเอาไว้บนหิ้งพระ 2-3 วันต่อมาไปดู หนุมานหายไปแล้ว นายเหว่าเลยฝากเงินให้หมอแหยมเช่าบูชาให้สัก 20 องค์ นับแบงค์ร้อยให้มา 1,000 บาท (หนึ่งพัน) พอไปพบหลวงพ่อได้เล่าให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อได้หยิบหนุมานมาให้ 2 องค์ องค์หนึ่งให้หมอแหยม หมอแหยมจำได้ว่าเป็นองค์ที่หลวงพ่อเอาสายสิญจน์ผูกคอให้ คือเป็นองค์เดิม หลวงพ่อพูดว่า เขากลับวัดตอนกลางคืน กูก็คอยมึงอยู่ว่า เมื่อไรจะมาเอา เมื่อนายแหยมกลับบ้าน ถึงบ้านนายเหว่า นายเหว่าได้มาเพียงตัวเดียว รู้สึกเสียใจแต่อยากจะรู้ว่าหนุมานที่ได้มาใหม่นี้จะยิงไม่ออกจริงหรือไม่ ขอลองดูอีกสักครั้ง อย่างไรจะได้นำไปขาย วันนั้นได้มีการทดลองยิง มีคนอยู่เกือบ 10 คน ผลคือ ยิงไม่ออก 6 นัด นัดที่ 6 ปืนมีอาการค้าง ออกดังปุด ลูกปืนคาลำกล้องออกไม่หมด คนแห่ไปดูที่รูปหล่อหนุมาน มีมือดีหยิบเอาไปเฉย ๆ เลย คนก็จะขอเช่านายแหยม โดยให้ราคา 100-200 บาท นายแหยมรีบเดินหนีกลับบ้าน หนุมานตัวนี้ตกอยู่กับผู้ใหญ่ฮะ ผู้ใหญ่ฮะนี้เป็นเพื่อนของผู้เขียนบวชพร้อมกัน ใจถึง

ผู้เขียนก็เป็นคนโง่และเลว สมัยบูชาจากหลวงพ่อ 50 บาท ก็ไม่ชอบ ติว่าไม่สวย สมัยราคา 2-3-4-5 หมื่นก็ยังดูไม่สวย พอขึ้นหลักแสนถึงหามาใช้ ตัวของผู้ใหญ่ฮะนี้อยู่กับผู้เขียน ก็มีอภินิหารย์ดี เมียบ่ไม่เจ็บ เคยขอบารมี โดยบอกเล่ากับหนุมานและหลวงพ่อ ตกกลางคืนฝันไป เขามาทั้งกองทัพเลย เต็มห้องนอนเลย เห็นหนุมานด้วยขาวใหญ่ มีเสื้อผ้า นั่งอยู่ขอบหน้าต่าง ขนสีชมพู บางทีก็โดดมานั่งที่โต๊ะหมู่พระหลวงพ่อ กวนอยู่ ตั้งแต่เที่ยงคืน ตี 1 ตีสอง จึงไป คือ หลับ ๆ ตื่น ๆ บอกว่าพอแล้ว ๆ ก็ไม่หยุด ตื่นมา 3 ครั้ง ฝันต่อ ทุกครั้ง ตี 3 ถึงสว่างไม่หลับเลย

หมายเหตุ หนุมานของหลวงพ่อนี้ หลวงพ่อหล่อจากระฆังแตก มีพระบวชสมัยเณรตั้ว ตีแตก หลวงพ่อหล่อจากอาวุธ คือพระขรรค์ น่าจะได้จากวัดชิโนรส, หอกฆ่าจระเข้, กริชหลวงพ่อได้มาสมัยไปเรียนวิชากลับหลวงพ่อกล่อม วัดโพธาวาส สุราษฏร์ธานี และได้ตรีเพชร (สามง่าม) มา 3 อัน เนื้อทองเหลือง จากเจ๊กฉัน คนปากน้ำ 1 อัน เจ๊กซิ่น แซ่โอ นายซิ่น แซ่โอ จีนนอก มาจากเมืองซัวเถา เจ๊กฉันก็มาจากซัวเถา อีกอันได้จากเจ๊กเล็ก หรือเถ้าแก่เล็ก คนหัวเด่น บ้านแค แต่ก่อนมีโรงสี คนจีนแต่ก่อนใช้ 3 ง่ามเป็นอาวุธ ก็เอา 3 ง่ามนี้มาหล่อเป็นตรีเพชร นายซิ่น แซ่โอ บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้เขียน เคยสอนวิชาฝ่ามืออรหันต์ให้ผู้เขียน ใช้ฟาดศัตรูทีเดียวชีพจรขาดสะบั้น ภายใน 3 ชั่วยาม ถ้าแก้ไม่ทันจะตายทันที (ฝ่ามือที่ใช้ฟาด คือ ไม้หน้า 3)

เจ๊กเล็ก หรือเถ้าแก่เล็ก เขานับถือหลวงพ่อ พอประมาณ คือ เขามาจากเมืองจีน พระจีนแทบทุกองค์มักจะเกเร ประวัติไม่ดีจึงมาบวช เจ๊กเล็กพูดว่า คนหัวเด่นบ้านแค ไม่มีใครรวยเท่าหลวงพ่อ ไม่มีใครเก่งเท่าหลวงพ่อ อีทำรูปควาย (ภาษาลาว) ขายก็มีคนแย่งกันซื้อ ลงอีขายรูปควายได้อะไร ๆ ก็ขายได้หมด (รูปควายภาษาลาว) คือปลัด

เรื่องที่ 3.6 คิดว่าเป็นเรื่องสุดท้ายก็แล้วกัน เรื่องเขาซ้ำ ๆ ซาก ๆ คือเรื่องปืน เรื่องรถล้ม รถคว่ำ นี้ผู้เขียนไม่ขอเล่า น่าเบื่อหน่าย ในสมัยที่หลวงพ่อออกวัตถุมงคล ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ถึง พ.ศ. 2512-2515 สรรคบุรีก็ยังมืดอยู่ดี เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ถนนเป็นลูกรังแดง ๆ ก่อน พ.ศ. 2510 คนใช้จักรยาน พ.ศ. 2510 มาแล้วเริ่มมีจักรยานยนต์หรือรถปิคอัพ, รถจี๊บ ปี 2517 ผู้เขียนรับราชการแล้ว ขี่รถผ่านวัดยังเป็นถนนลูกรังแดงอยู่ น้ำกินน้ำใช้ลำบากมาก ที่สถานีตำรวจก็มีตำรวจน้อย ถ้าคนไหนร้ายจริง ๆ ตำรวจมักจะจับตาย คือ ฆ่าซะ มีคนร้ายในสรรคบุรีมากมาย โดยเฉพาะห้วยกรด (ตำบล) นายเอ๊บ เป็นคนเกเร บ้านอยู่ทางแม่น้ำน้อยสรรคบุรี เคารพหลวงพ่อเป็นอาจารย์ ประมาณปี 2515 เขาบูชาหนุมานรูปหล่อติดคออยู่ วันหนึ่งไปลักควายเขา 3 คน เพื่อนเขย 1 คน น้องเมียอีก 1 คน บังเอิญเจ้าของพอรู้ตัวอยู่บ้าง คือระวังอยู่ แต่คืนนั้น โดนเปิดคอก 3 คนนี้จูงควายออกมาแล้ว เมื่อควายหายเจ้าของก็รีบตาม ได้ไปตามดาบชาติ สน.สรรคบุรีมาด้วย บังเอิญตามทัน นายเอ๊บเลยทิ้งควายหนีไปตามลำคลอง (ถนนริมคลอง) ดาบชาติตามมาทัน นายเอ๊บกับพวกเลยแอบที่ท่อน้ำคันคลอง ท่อขนาดคนมุดได้ ดาบชาติเป็นคนใจถึง คิดว่าคนร้ายต้องแอบอยู่ในท่อแน่นอน เขาเลยยิงเข้าไปในท่อ กะยิงคนร้ายให้ตาย ยิงไป 6 นัด ออกทั้งหมด ดาบชาติก็ไม่แน่ใจว่า คนร้ายจะแอบอยู่ในท่อหรือเปล่า เพราะมืด เลยกลับเพราะได้ควายครบแล้ว กะว่ารุ้งเช้าค่อยมาดูศพ พอดาบชาติกลับแล้ว นายเอ๊บพร้อมพวก ก็ออกมาจากท่อ เขาเล่าว่า ลูกปืน วิ่งเฉี่ยวใบหู เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา แต่ไม่โดนคนเลย นายเอ๊บคล้องรูปหล่อหนุมาน อีก 2 คน มีตะกรุด วิรุฬกำบัง ของหลวงพ่อกวยคนละดอก ถ้าวันนั้นถ้ามีการยิง ลูกปืนขัดลำกล้อง ดาบชาติต้องรู้ว่า คนร้ายมีของดีอาจสกัดอุดปากท่อ ทุกตายก็ได้ ดาบชาติคนนี้ผู้เขียนรู้จัก มีภรรยาชื่อลัดดา เป็นครูสอน โรงเรียนวัดพระแก้ว ดาบชาติเคยขอพระหลวงพ่อโตวัดวิหารทอง จากผู้เขียน ผู้เขียนก็ใจง่าย แกะให้ไปเฉย ๆ วันหนึ่งดาบชาติ เพี้ยนขึ้นมาได้เอาปืนยิงหัวตัวเอง ดีว่ายิงไม่ออก ไม่งั้นคงตายไปแล้ว ครั้งหนึ่งดาบชาติได้ยิงคนร้าย ขโมยไก่ชน เจ้าทรัพย์มาแจ้งของให้ไปช่วยดูหน่อย ตกกลางคืน มีคนร้ายมาจริง ๆ ดาบชาติยิงตายคาเล้าไก่เลย ใจถึงมากบ้าบิ่น แต่เกือบถูกออก นายไม่เล่นด้วย หมดนาที่แม่ยกให้ 20 กว่าไร่ สารวัตรใหญ่ขอปิดตาพิมพ์ใหญ่ (ชีโบ) 1 องค์ วัดท้ายย่าน สรรคบุรี

ดาบแพร เคยเป็นตำรวจอยู่ สน.สรรคบุรี ใจถึง มือถึง เคยยิงนายเถิม คนสรรคบุรี (บ้านใน) กะยิงให้ตาย เพราะนายเถิมมีชื่อในบัญชีดำ จ่อยิงที่หัว 6 นัด ปืนไม่ลั่นเลย นายเถิมโดนจับขณะลักควาย วิ่งหนีแต่หนีไม่พ้น ในคอคล้องหนุมานลอยองค์ เพียงองค์เดียว ตกลงไม่ฆ่า ได้แกะเอาหนุมานออก เอาไปให้นาย (สารวัตร) นายเถิมยังไม่ทันส่งตัวฟ้องศาลเลย หนุมานได้หายไปเฉย ๆ สารวัตรก็หลง ๆ ลืม ๆ ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร

ผู้กองเจิม แห่ง สน.สรรคบุรี เป็นมือปราบที่คนสรรคบุรี สมัยสรรคบุรียังมืด คนเกรงกลัวมาก เคยยิงนายแพร (เสือแพร) แห่งดงพญายาง สรรคบุรี ยิงไม่ออก ปืนขัดลำกล้องเฉย ๆ เป็นปืนแมกกาซีน ยิงอย่างไร ก็ยิงไม่ออก เสือแพรมาเล่าให้หลวงพ่อฟัง ผู้กองเจิมนี้ คนสรรคบุรี ยุคก่อนเกรงกลัวมาก

ในปี พ.ศ. 2515 อาจารย์ตี๋ เขาเขียว ก็สร้างหนุมานองค์โตแบน ๆ เป็นรูป 5 เหลี่ยมพระโต เนื้อดิน กับเนื้อเหล็กหล่อ รูปแบบเอามาจากหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ (หลวงพ่อมุ่ยสร้างหนุมาน กำลังสู้กับมัจฉานุ เนื้อดิน)

คาถาปลุกหนุมาน คือ ปลุกรูปหล่อ, เหรียญ, ลายสัก คาถามีหลายบท

บทแรก เสกฝุ่นเสกแป้งทาตัว ขึ้นต้นด้วย “โอมผงเผ่าเถ้าธุลี...”
บทที่สอง เสกเหล้าเสกน้ำตาลเมา ขึ้นต้นด้วย “โอมหนุมาน แสนค้อน ตีกู่บ่อมีหัก...”
บทที่สาม เสกน้ำอาบเวลาไปที่อโคจรมา หรือนอนกับภรรยา ต้องว่าคาถา ปลุกยันต์ใหม่ ขึ้นต้นด้วย “อิมะกะนะยะ...” เสกน้ำอาบหรือเสกน้ำล้างหน้า ขึ้นต้นด้วย “โอมหนุมานเธอให้กู แปลงขวนขวาน...”
บทที่สี่ คาถาปลุกตัวหนุมาน ขึ้นต้นด้วย “หะนุมานะ หุนะหะนุ กิริมิทิ...”
บทที่ห้า คาถาเสกข้าวเสกเหล้า เสกน้ำตาลเมา ขึ้นต้อนด้วย “โอม กึกกัก ตึกตัก...”

บทนี้คือวิชาหินเบา บทสั้น เสกข้าวกินทุกวัน จะอยู่คงต่ออาวุธทุกชนิด

คาถาที่กล่าวมานี้มีลายมือของหลวงพ่อเขียนให้ศิษย์ไว้ ในหนังสือตำราแก้วสารพัดนึก เล่ม 1 หน้า 39, 40, 41

ต่อไปเป็นข่าวดี ทางวัดหนองเฒ่า ตำบล,อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย เจ้าอาวาสชื่อ พระนักรบ มีพี่ชายชื่อพระชุมพล 2 องค์นี้ กำลังสร้างพระอุโบสถอยู่ และมีโครงการจะสร้างรูปหล่อใหญ่เท่าองค์จริงของหลวงพ่อกวย และขนาดบูชา พร้อมวิหาร กำลังดำเนินการสร้างเหรียญหลังหนุมาน พิมพ์ยกพล คือถือธงชัย และพระขรรค์ ในตำราหลวงพ่อเขียนว่า “หนุมานรูปนี้ชื่อ ยกพล เหาะแผลงฤทธิ์ไปรบกับสิทธาสูร หลวงพ่อเขียนว่า ทำรูปนี้ติดตัว เสกด้วยคาถาหนุมาน คนผู้นั้นจะไม่ตายด้วยอาวุธของมีคมทุกชนิด เหนียวมาก หลวงพ่อเขียนว่า รูปหนุมานรูปนี้ อย่านำมาทำเล่น ๆ ครูแรง ทำไม่ถูกต้องเสียจิต (บ้า) และไม่มีวันหาย” เหรียญที่สร้างกำลังแกะพิมพ์อยู่ (22 มิ.ย. 58) ทำเท่าเหรียญรุ่น 1 แบบเดิม

ด้านหลังเป็นยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าแบบหนึ่ง อีกแบบหนึ่งในรูปหนุมานตอนยกพล (ในหนังสือตำรายันต์ เล่ม 3 หน้า 2) ก่อนสร้างได้บอกเล่าหลวงพ่อแล้ว เหรียญ 2 แบบ จะแบ่งให้บูชาเป็นชุด จองชุดละ 1,200 บาท หรือ ถ้าหมดเขตจองชุดละ 1,500 บาท มีเนื้อ นวะ, สำริดแดง, สำริดเหลือง, ทองขาว, รดดำ, ทองเหลือง, ทองแดง แบ่งเป็น 2 ชุด คือ หลังหนุมาน และหลังยันต์มงกุฎพระเจ้า ชื่อรุ่นมนต์พระกาฬ ติดต่อจองและทำบุญได้ที่พระชุมพล ปัญญาธโร วัดศรีโพธิ์งาม 350/3 ม. 14 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย 64000 ปณ เมือง โทร. 08-0000-2680 คือ พระชุมพล เป็นพระเลขา และประชาสัมพันธ์ พระ 2 องค์ เป็นพี่น้องกัน ตั้งใจจะสร้างพระอุโบสถ ไว้ในศาสนา พระชุมชลเก่งทางคาถาอาคม พระนักรบเก่งทางเขียนตะกรุด ลงยันต์ 2 องค์นี้ได้วิชามนต์พระกาฬมาจาก ศิษย์หลวงพ่อกวย ผู้ถ่ายทอดไม่ให้บอกว่า ถ่ายทอดมาจากใคร แต่ถ้าไม่เชื่อใจว่า จะได้คาถามนต์บทนี้จริงหรือไม่ จะให้ท่านท่องให้ฟังก็ได้ แต่ไม่ใช่ถามกันพร่ำเพื่อ ท่านกำลังสร้างโบสถ์อยู่

วิชามนต์พระกาฬนี้ ใครที่ได้ไว้จะมีวาจาสิทธิ์ ดุจพระร่วง ผู้คนจะเคารพยำเกรง เมื่อนำมาเสกในวัตถุมงคล เมื่อศิษย์นำมาติดตัว จะเป็นที่เกรงขามต่อศัตรู ใครจะทำร้ายทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะแพ้ภัยตัวเอง ใครจะทำอะไรไม่ได้ ทั้งยามหลับและยามตื่น มนต์นี้ คือ มนต์พระนารายณ์ พระนารายณ์ คือ เจ้าพ่อพระกาฬ

ก็ขอสมมุติยุติเรื่องหนุมาน แต่เพียงนี้ ต่อจากนี้ผู้เขียนคงจะได้มาทอดผ้าป่าและกฐินที่วัดนี้ เพื่อสร้างโบสถ์ และวิหาร รูปหล่อของหลวงพ่อ อุทิศให้หลวงพ่อ ทำบุญคู่กับวัดของหลวงพ่อต่อไป...

ในวันนี้ขอจบด้วยกลอนบทนี้
เขาเอ๋ยเขาพระวิหาร ตำนานเล่าเป็นของเก่า แต่โบราณขนานแท้
ถูกฝรั่งเศสยกไปให้คำแม ของเราแท้ ๆ ดูมันทำให้ช้ำใจ
แผ่นดินไทยแผ่นดินทองเป็นของชาติ ยังประกาศยื้อแย้งเราเห็นไหม
เป็นของเราแท้ ๆ ยังเอาไป ยอมไม่ได้ ถ้าล้ำเส้น คงเห็นดี
(รักชาติ รักแผ่นดิน)


เรื่องที่ผู้เขียนสามารถลงชื่อคนร้ายและคนยิง รวมทั้งชื่อตำรวจนี้ ผู้เขียนเป็นคนชอบรู้ละเอียด (แส่และสอด) โอกาสหน้าจะเล่าเรื่อง แม่นาค พระโขนง (อำแดงนาค) ตัวจริง ๆ เป็นอย่างไร ให้อ่านกัน

เรื่องเหรียญรุ่นมนต์พระกาฬจองได้เลย จะนำเสนอเป็นรูปสี ในโอกาสต่อไป ประชาสัมพันธ์ในหนังสือพระเกจิ

ขอขอบคุณ....

ที่มา: เฒ่า สุพรรณ
(อ.สมจิตต์ เทียนจันทร์)
56 หมู่ 5 บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ
อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
โทร. 081-943-7368