
พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ตอนที่ 4
เรื่องที่ 4
ขอย้อนรอยเล่าเรื่องวิชาน้ำมนต์ขอ 1 เรื่อง เพราะเป็นเรื่องสำคัญอยากบันทึกเอาไว้ ถ้าข้ามไปก็จะไม่สมบูรณ์ เจ้าของร้านชื่อ “ร้านญาณวัฒนา” อยู่ จ.สิงห์บุรี เข้าใจว่าปัจจุบัน คงจะขายรถมอเตอร์ไซค์ เคยมีรถบัส วิ่งรับผู้โดยสาร ฐานะดีมาก เป็นคนจีน ในวันนั้น หลวงพ่อไปธุระที่สิงห์บุรี บังเอิญเจอกับเถ้าแก่ฮะ (เข้าใจว่าเป็นคนเดียวกับเถ้าแก่เล็ก สรรคบุรี คนที่หลวงพ่อจับมือ ถ่ายรูป มีรถจิ๊ปของเถ้าแก่เล็กด้วย สมัยนั้นคนรวยเท่านั้น จึงจะมีรถจิ๊ปใช้) เถ้าแก่เล็กคุยกับหลวงพ่อสักพัก ก็แนะนำให้หลวงพ่อรู้จัก เจ้าของร้านเป็นอาม่า (เถ้าแก่ใหญ่) ของร้าน ได้คุยกันสักพัก หลวงพ่อก็ลากลับ (หลวงพ่อไม่เป็นที่รู้จัก กับคนต่างจังหวัดนัก เพราะสื่อพระ จะขอนำเรื่องไปลง ท่านไม่อนุญาต ท่านเกรงความวุ่นวาย ไม่มีเวลาเสกของ คนเลยไม่ค่อยรู้จักท่าน) เจ้าของร้านอาม่า ได้พูดกับหลวงพ่อว่า “แล้ววันหน้า ดินฉันจะไปเที่ยวที่วัด ตอนนี้ฉันยังจะไม่ทำบุญหรอก เพราะฉันเคยทำบุญกับพระอื่น ๆ มามาก แล้วไม่ได้บุญ พอทำบุญไปแล้ว พอมืด ได้ข่าวว่า พระไปนั่งเล่นไพ่ที่โรงแรมโน่นนั่นแน่ ฉันจะขอไปดูที่วัดก่อน” หลวงพ่อพอได้ยินเจ้าของร้านพูดอย่างนั้นก็หน้าเสียเลย พูดกับหมอเฉลียวว่า “ทำไมเขาจึงพูดอย่างนี้กับเรา” เราก็ไม่ได้มาบอกบุญหรือเรื่อไร” แล้วท่านก็พูดว่า “สงสัยร้านนี้ คงจะเคยถูกพระหรอกมาบ้างแล้ว พระสมัยนี้หากินแบบนี้ ก็เยอะเหมือนกัน แต่เราไม่ถือเขาหรอก เพราะเขาไม่รู้จักเรา เขาไม่รู้ถือว่าเขาไม่ผิด แต่ก็คงไม่กี่วันใย (ยาย) คนนี้ คงจะไปที่วัดจริง ๆ”
อยู่ต่อมาไม่นาน เจ้าของร้านญาณวัฒนา และลูก ๆ หลาน ๆ ก็มาที่วัดจริง ๆ มาถึงก็มาเดินดูรอบ ๆ วัด หลวงพ่อกำลังสร้างโบสถ์อยู่ เจ้าของร้านได้พูดว่า รู้สึกศรัทธาอยากจะทำบุญ แต่ติดขัดตรงที่ ตอนนี้ที่ร้าน (บ้าน) กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน รถบัสไม่ได้วิ่ง เขาหาว่าไปชนเขา คนขับรถกับกระเป๋ารถ ติดคุกอยู่ที่ตาคลี นครสวรรค์ เรื่องก็ยังไม่จบ 2 ปีแล้ว หมดเงินไปหลายหมื่น ทนายความก็มาขอเรื่อย บอกว่าหลุด แต่ก็ไม่หลัดสักที คนขับรถกับกระเป๋ารถ ก็ต้องจ่ายเงินให้เขาทุกเดือน สงสารลูกเมียเขา หลวงพ่อได้พูดว่า “ต้องไปจ่ายเงินเดือนให้มันทำไม” (หลวงพ่อลองใจ ดูว่าอาม่า เป็นคนดีแค่ไหน) อาม่าได้ตอบว่า ถ้าไม่จ่ายเงินเดือนให้เขา ลูกเมียเขาจะเอาเงินที่ไหนกิน ที่ไหนใช้ และพูดว่า คนขับรถและกระเป๋า เขาไม่ผิด วันเกิดเหตุ มีรถของคนอื่นชนกันอยู่ก่อนใหม่ ๆ พอดีรถบัสของดิฉันมาพอดี ก็จะแซงขึ้นหน้าไป เกิดแซงไม่พ้น รถเกิดเอียงตกถนนไปไม่ได้ ตำรวจมาพอเจอเข้า ลงความเห็นว่ารถของดิฉันชนท้ายรถคันหน้า ทำให้รถอีก 2 คันชนกัน จะพูดอย่างไร เจ้าหน้าที่ก็ไม่ฟัง เลยต้องขึ้นศาล ตอนนี้เป็นความกันอยู่ 2 ปีแล้ว ทนายก็มาเอาเงินเรื่อย หลวงพ่อพอจะมีวิธีช่วยเหลือดิฉันอย่างไร ได้บ้างไหม หลวงพ่อได้พูดว่า ไปขอประกันตัว คนขับรถกับกระเป๋ารถ 2 คนนี้ มาที่วัดได้หรือไม่ อาม่าได้ประกันตัว 2 คนมาแล้ว หลวงพ่อได้รดน้ำมนต์ให้ (น้ำมนต์ 3 บท หลวงพ่อเกรงว่าวิชานี้จะสาบสูญ ได้จดคาถาให้ผู้เขียนไว้ และให้ใช้บูชาคู่กับพระปรกโพธิ์ 9 ใย ก็ใช้ทำน้ำมนต์ได้) เมื่อขึ้นศาลครั้งสุดท้ายไม่นาน 1-2 สัปดาห์ ศาลได้ตัดสินยกฟ้อง เจ้าของร้านญาณวัฒนาได้พาลูกหลานฯ คนขับรถ, กระเป๋ารถ มาที่วัด มากันหลายคน ได้เช่าบูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อไปมากเป็น 1-2 หมื่นบาท สร้างแท่นพระประธานในโบสถ์ เป็นเงิน 14,000 บาท (หนึ่งหมื่น 4 พันบาท) เงินสมัยประมาณ พ.ศ. 2515 แทบทุกปีเขาจะนำเทียนจำนำพรรษามาถวายหลวงพ่อ แม้หลวงพ่อจะมรณภาพไปแล้ว ร่วมสร้างวิหารรูปหล่อของหลวงพ่อสร้างกุฏิ 2 ชั้น ชื่อตึก “ชุตินฺธโร” ถวายหลวงพ่อ นับว่าเป็นศิษย์ที่ดีมาก ผู้เขียนเขียนขึ้นรู้สึกสงสารหลวงพ่อ ในครั้งแรก และตื่นตันใจในความดีของเจ้าของร้าน ญาณวัฒนา น้ำตาพาลจะไหลให้ได้....
ต่อไปจะขอเล่าถึงพระพิมพ์ปรกโพธิ์ 9 ใบ ที่หลวงพ่อพูดเรียกว่า พระพิมพ์ร่มโพธิ์ หลวงพ่อพูดว่า พระพิมพ์นี้ใครมีไว้บูชา ก็จะประสพแต่ความร่มเย็น เพราะต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงนั่งบำเพ็ญและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนตรัสรู้ เป็นต้นไม้ใหญ่โต เป็นที่อาศัยของนกกา และเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในศาสนาพุทธ พระพิมพ์นี้ ที่หลักฐานการสร้าง ลงพ.ศ. ไว้ พ.ศ. 2513 ด้านหลังปรกโพธิ์ 9 ใบ หลังยันต์บางพิมพ์ (บางพิมพ์ก็ไม่บอก พ.ศ. พิมพ์หลังแม่ธรณีไม่บอก พ.ศ.) พระค่อนข้างโต ก่อนหน้านี้ ทำไว้ 2 พิมพ์ คือ ด้านหลังเป็นรูปพระชินราช นูนออกมา, อีกพิมพ์เป็นยันต์ดวงแก้ว) พ.ศ. 23 จึงสร้างพิมพ์นิยม สร้างพิมพ์หลังรูปด้วยและน้ำเนื้อปรกโพธิ์ ไปกดในพิมพ์อื่น ๆ ด้วยแต่ไม่มาก แม้พิมพ์ของวัดชิโนรถ (ถอดพิมพ์เนื้อโลหะ) ก็ทำด้วยเนื้อนี้ พระทำ 2 ครั้ง ประมาณครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2516-18) ทำครั้งแรกหาดูยาก หลวงพ่อทำเองทั้ง 2 ครั้ง ที่พบทั่ว ๆ ไป เป็นการทำครั้งที่ 2 ไม่ทราบ จำนวนแน่นอน หลวงพ่อทำเองในกุฏิ พระช่วยตำผงด้วยครกตำข้าว ขนาดใหญ่ ทำตอนนั้นทำแทบทุกวัน วันละ 1 ก้อน ขนาดลูกมะพร้าว ทำตอนหลังสรงน้ำเย็น ถึงมืด แม่พิมพ์มี 3-4 ตัว ถอดจากแม่พิมพ์ตัวเดียวกัน (มีปลอมทำสวยกว่าของจริง แต่เนื้อใหม่ ถอดพิมพ์โดยใช้คอมฯ ถอดลายเส้นแม่ธรณีใหญ่ตากว้าง (ถอดไม่ได้) เพราะใช้คอมฯ เส้นใหญ่ นอกนั้นอาจมีศิษย์ทำครั้งที่ 3-4 ถอดพิมพ์เช่นกัน เนื้อสวย แต่เนื้อใหม่ อาจใช้ยางได้ลูบให้เก่า เขาช่วยหลวงพ่อทำเผยแพร่ ขายเอง) ในปี พ.ศ. 2515 หลวงพ่อป่วย ญาตินิมนต์ให้ท่านไปพักวัดหนองอีดุก หมอเฉลียว เกรงว่าท่านจะมรณภาพ ได้ขอสร้างพระหลายพิมพ์ โดยใช้แม่พิมพ์เก่า มาสลับยันต์ สร้างปรกโพธิ์ 9 ใบ กับหลังรูป เนื้อสีเหลืองด้วย (หลายคนบอกว่า ไม่ทัน รวมทั้งเหรียญเสาร์ 5 (รุ่น 2) บล๊อคเสริมด้วย เขาว่าไม่ทันหลวงพ่อ เหรียญรุ่นนี้เขาว่าไม่ทันก็ไม่ทัน ไม่ยากสำหรับผู้เขียน แต่มีหลักฐาน การทำอยู่ ผมก็เพิ่งเรียนมัธยมปลาย อภินิหารย์มี หมอประทวน พานิช บ้านอยู่ตรงข้ามท่าเรือจ้างเดิมบางวัด อ.ถนอม พ.ศ. 15-16 อ.ถนอม นำเหรียญบล๊อคเสริม มาให้ทำบุญที่วัดเดิมบาง หมอประทวน ทำบุญไว้ 1 เหรียญ คนรวยทำบุญไม่มาก ใช้คล้องคออยู่จนเดี๋ยวนี้ ถ้าเหรียญสร้างหลังมรณภาพ หมอประทวนจะมีเหรียญนี้คล้องได้อย่างไร ฐานะหมอเงินไม่ต่ำกว่า 40-50 ล้าน อีกคนเป็นพระเป็นศิษย์ อ.สาคร ระยอง มาบ้านมาบูชาเหรียญนี้ไปจากผู้เขียน ราคา 500 บาท ไปบ้านเกิดน่าน มีคนขอลองยิง ยิงไม่ออก 3-6 นัด ขากลับขอเช่าบูชาไปหมดเลย 10 เหรียญได้ อีกคนลืมชื่อแล้ว ฐานะดี คล้องคออยู่ เป็นมือปืนทีมชาติ (อดีต) ค้าวัสดุก่อสร้าง อยู่ทางสมุทรสาคร, สมุทรสงครามฯ เคยนำเหรียญรุ่นนี้มาลองยิง 6 นัดไม่ออก มีคนพูดว่า ไม่ทัน พี่เขาพูดว่า ถ้า อ.เฒ่าสร้างเหรียญหลวงพ่อไม่ทัน แต่ยิงไม่ออก ผมก็ใช้ พี่เขาคล้องคออยู่ พี่เขาเคยดูแลหลวงพ่อปรง ก่อนมรณภาพ ผมวานพี่เขาให้ไปดูแล เรื่องการพูดนี้ เขาว่า พูดอะไร ถ้ามันตรงไป คนก็จะฟังไม่ได้ พระปฏิบัติสอนให้ผู้เขียนพูดอย่างนี้ (สาย อ.มั่น ภูริทัตโต) เช่นมีความถามว่า เหรียญรุ่น 1 หลวงพ่อสร้างไว้กี่เหรียญ ถ้าผมพูดแบบพระปฏิบัติ จะตอบว่า ผมไม่รู้ ผมเพิ่งเกิดได้ 9 ปี ไม่เคยนับ แล้วท่านเสกหรือเปล่า ผมจะตอบว่า ผมไม่รู้ไม่เคยเห็นท่านเสกเลย ท่านเสกในกุฏิ ถามว่าท่านเสกด้วยคาถาอะไร ผมจะตอบว่าผมไม่รู้ ท่านไม่เคยพูดให้ฟัง ถามว่าท่านเสกนานไหม ตอบว่าเหรียญ 1 แจกหมด พ.ศ. 2516 (รวมเวลา 06-16 รวม 10 ปี) ถามว่าเก่งไหม ตอบว่า เก่งมาก คือ พูดตรง ๆ นี้ฟังยากจัง อาจโกรธกันเลยก็ได้ ส่วนปรกโพธิ์และหลังรูปสีเหลือง ปรกโพธิ์จะเล่าให้ฟังในตอนนี้ เจ้าของเรื่องชื่อ สมนึก ไทรแก้วเรือง (เล็กชื่อเล่น) มีประสบการณ์ที่อังกฤษ ตอนนี้ (28 พ.ย. 63-20) หนีกลับมาอยู่ไทยโควิด-19 ลูกสอบตำรวจได้หลักสูตรอังกฤษ ได้ไปเรียนต่อหลักสูตรสก๊อตแลนด์ยาร์ด จบทำงานแล้วหลายปี ตก 10 กว่าปี (2563) เขาคล้องคอใช้อยู่ มีรูปนักมวย (ค่ายมวย) ที่อังกฤษที่พี่เขาเคยเปิดค่ายมวย จะลงรู้ให้ดู แต่ถ้าพูดว่า พระเนื้อนี้ไม่มี ก็ไม่มี ในปีพ.ศ. 15-16 ทหารเคยนำพระนี้ หลวงพ่อให้ไปรบลาว และครั้งสำคัญเกิดเหตุ พ.ศ. 16 เขาก็บูชาพระนี้ แต่ศิษย์บางคน บอกว่าไม่มี สร้างตอนหลังมรณภาพแล้ว แล้วเรื่อง พ.ศ. 15-16 มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่มีก็ไม่มี ผู้เขียนไม่ยาก ศีลข้อมุสา มักโอนอ่อนหย่อนตาม ถ้ามีคนมาขอให้ดูพระให้ ผู้เขียนไม่ชอบ ผ่าทางตัน ไม่ชอบขวางทางปืน ไม่ชอบขัดคอคน ไม่ชอบสนจมูกม้า รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะยิงฟันไม่เข้า คือ ไม่ได้เหนียวอะไร เขายิงกัน ฟันกัน ผู้เขียนจะไม่เข้าไป จนกว่าเขาจะสอบแล้ว ถึงเข้าไปดู (พูดเล่นน่ะ)
ต่อไปจะขอเล่าถึง อภินิหารย์ของพระปรกโพธิ์ 9 ใบ บันทึกไว้ดังนี้ ถึงจะเป็นเรื่องเก่าก็อยากบันทึกเอาไว้ เพราะคงไม่ได้เขียนได้ละเอียดแบบนี้อีก
เรื่องที่ 1
คุณพี่สมนึก ไทรแก้วเรือง ชื่อเล่นชื่อเล็ก พี่เขาพอจะมีสตางค์ พ่อแม่ส่งไปเรียนที่อังกฤษ ไปเรียนหลายปีก็ติดประเทศอังกฤษ เงินเดือนสูง นิสัยก็เลยติดฝรั่ง ไปอยู่หลายปี มีภรรยาเป็นชาวอังกฤษ มีลูกชายลูกครึ่ง หน้าตาแบบฝรั่ง จบปริญญาตรี จะสอบเรียนต่อตำรวจอังกฤษ แต่พอไปสมัครเขาไม่รับ ค้นดูประวัติ เข้าใจว่าเคยเล่นว่าวในสวนสาธารณะเขตหวงห้าม อาจเกี่ยวโดนสายไป ข้อ 2 มีแผลเป็นที่ศีรษะ 1 ที่ และ แขน 1 ที่ (ถ้าจำไม่ผิด) ที่ศีรษะมีแน่ เจ้าหน้าที่ ร.ร.ตำรวจ ลงความเห็นว่า อาจเคยเป็นนักเลงหัวไม้ ลูกชายอยู่กับพ่อใหม่ ได้มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี พี่สมนึกสงสารลูกจับใจ ไม่รู้จักใครในโรงเรียนตำรวจเลย จะวิ่งเต้นแบบในประเทศไทยก็ไม่ได้ ลูกเรียนดีมาก หล่อเหลาหน้าตาแบบฝรั่งเลย พี่เขาคล้องปรกโพธิ์สีเหลือง ปี 15 อยู่ พี่เขาจุดธูป บอกหลวงพ่อให้ช่วยด้วย หลวงพ่อจะรับรู้ได้อย่างไร อยู่คนละซีกโลกเลย แต่หลวงพ่อก็รู้ ก็ช่วย ประมาณ 10 วันได้ ทางโรงเรียนตำรวจ (นายตำรวจ) ได้ติดต่อมา ให้ไปสมัครได้ แบบอัศจรรย์ พี่เขาก็ดี ขอข้อ 2 เลย ขอให้สอบให้ได้ ลูกพี่เขาก็สอบได้ เรียนอยู่ 3-4 ปี (ประมาณนั้น) จบหลักสูตรโรงเรียนายตำรวจอังกฤษ ยังไม่พอ พี่สมนึก (เล็ก) ขอข้อ 3 เลย ขอให้ลูก (ลูกขอ) ได้สอบเรียนต่อหลักสูตรสก๊อตแลนด์ยาร์ด ไปเรียนต่อที่สก๊อตแลนด์ อีก 3-4 ปี (ประมาณนั้น) ลูกพี่เขาก็สอบได้ รับน้อยมากเพียงไม่กี่คน จบมาหลายปีแล้ว ถ้าพระเก่งอย่างนี้เป็นผม ผมก็บูชาขึ้นคอ
อีกเรื่อง นายหอมกลุ่น คนสรรคบุรี เคยไปรบลาว พ.ศ. 2515-16 หลวงพ่อให้ไป โดนโจมตีหลายครั้ง ครั้งหนึ่งรอดมาได้ เพราะปวดท้องถ่าย ขณะไปถ่ายนอกฐาน ข้าศึกโจมตี เพื่อน ๆ ตายตก 10 กว่าคน เขารอด กลับมาบ้าน พ.ศ. 16 ขึ้นรถไปทางสะพานใหม่ ชัยนาท จวนจะถึงสะพานแล้ว เกิดท้องเสีย ขอลงข้างทางถ่ายหนัก ยังไม่ทันเสร็จ รถคันที่นั่งมา (รถ 2 แถว) เกิดชนกันคนตาย 10 กว่าคน ก็แปลกดี
นายแถม เหมือนเงิน เป็นคนท่าเตียน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ไกลจากบ้านผู้เขียนนัก เป็นญาติห่าง ๆ บ้านเดิมอยู่ห่างกัน 50 เมตร เป็นนักเลงในวัยหนุ่ม พ่อเลี้ยงรังแก สุดจะทานทน ได้สู้กัน พ่อเลี้ยงใช้มีดปาดตาล นายแถมใช้พร้า พ่อเลี้ยงโดดลงมาจากบ้านจะฟัน นายแถมฟันสวน ฟันก่อน โดนตรงคอ คอบาดเลย ผีพ่อเลี้ยง สางตาสง เฮี้ยนมาก คอขาด โดดลงมาจากต้นตาล ยามค่ำคืน บ้านนอกเงียบมาก โดดลงมา แหวกใบตาล น่ากลัว โดดมาแต่คอ นายแถมรวบรวมความกล้า คนอื่นไม่กล้า ถ้าเจอจะฟันซ้ำ เอาไฟฉายไป พอเข้าไปมีกลิ่นเหม็นเต็มไปหมด ส่องไฟดู เจอหัวกะโหลกเต็มไปหมด ดูชัด ๆ เป็นลูกตาลสุก นายแถม เมื่อไปกรุงเทพ นอนมุ้งเดียวกันกับผู้เขียน ที่บ้านพักตำรวจ สน.ยานนาวา เป็นน้องชาย จสอ.ประเทือง เหมือนเงิน เขาเป็นคนจริงเคยใช้ตะกรุดหลวงพ่อ โดนยิงไม่ออกเลย โดนหนัก ๆ กลัวตาย โดนยิงที่ อ.ด่านช้าง สุพรรณ ไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อเห็นว่า อันตรายเลยบอกว่า (พูดว่า) เอาปรกโพธิ์ไปใช้ดีกว่า เอาที่มันมองไม่เห็นมึง แต่พอเอาเข้าจริง ท่านก็หยิบหลังรูป เนื้อกระดูกผีมีให้มาอีก 1 องค์ นายแถมยังหาสมเด็จหลังรูปรุ่นแรกไว้บูชา อีก 1 องค์ คือไปซื้อที่อยู่ดวงด่านช้าง เจ้าพ่อขอซื้อต่อ เขาไม่ให้ เมื่อพูดกันดี ๆ ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องพูดกันด้วยปืน เจ้าพ่อส่งคนมายิงเขา เขาคล้องปรกโพธิ์ 9 ใบหลวงพ่อให้ใช้องค์นี้ สายรายงานว่าขับรถมอเตอร์ไซค์ ออกมาแล้ว มือปืนดักอยู่ห่างบ้าน 10 กิโลเมตรได้ (จะมาบ้าน, ธุระที่ตลาดท่าช้าง) มือปืนไม่เจอ เจอแต่พระชราองค์หนึ่งขับรถมา นั่งบนถังน้ำมัน มีคนซ้อนแก่มาก นั่งซ้อนท้ายมา น่าจะเป็นทายกวัด บางครั้งหลวงต่อองค์นี้ ก็นั่งหมอบหลบลม บางครั้งก็ขี่โก๋หลบลมเอาขาหลังพาดเบาะก็เคย มีคนเห็นหลายคนเขาจำรถได้ บางครั้งก็จำนายแถมได้ หลวงพ่อก็แสบเหมือนกัน สมัยอั้งยี้เรืองอำนาจ ท่านเคยถ่ายรูปไว้ใส่แว่นตาดำ แบบยุคสมัย แว่นโต ๆ แบบนักเลงเขาใส่ นายแถมได้มาขอพรสมัยหนุ่ม ๆ ลูกเขาเป็นตำรวจยศดาบ 1 คน, พยาบาล 1 คน แต่ท่านบอกให้นายแถมชื่อที่ดวงที่ป่าไว้ถูก ๆ มาก ๆ ลูกสาวคนหนึ่งเรียนไม่เก่ง ได้รับมรดกที่เดี๋ยวนี้เป็นเจ้าแม่รวยในดง

