
หนุมานพญาพระกาฬ ตอนที่ 2
เรื่องแรก เรื่องที่ 1
จะขอบันทึกคาถาที่ใช้ประกอบในการสักและสร้าง (เสก) หนุมาน บันทึกว่า นี่ขนาดคาถาและยันต์ยังขลังขนาดนี้
อาจารย์แพ่ง หรือหลวงตาแพ่ง เคยบวชอยู่วัดหัวเด่น เล่าว่าสมัยหนุ่ม ๆ เคยสักหนุมานกับหลวงพ่อ หลวงพ่อสักให้เองเลย เมื่อสักเสร็จหลวงพ่อได้พูดชมว่า หนุมานของเขา สวยมากเลย โดยพูดว่า “หนุมานของมึงตัวนี้สวยจังเลย” ครั้งหนึ่งนายแพ่ง ได้คัดเลือกเป็นทหาร สังกัดค่ายลพบุรี ครั้งหนึ่งเขาให้หยุดพัก เข้าใจว่าเสาร์ - อาทิตย์ แต่พอจะกลับค่าย แต่งชุดทหารแล้วคือตอนนั้นนายแพ่งมีเมียแล้ว เมียสาวด้วย เพิ่งพามาก่อนเป็นทหารเล็กน้อยเมียไม่อยากให้กลับกรม เลยเอาน้ำสาดพลทหารแพ่ง ขณะแต่งชุดพลทหารเลยไปไม่ได้ ต้องคอยเอาเสื้อผ้าตากให้แห้งเสียก่อน เมื่อกลับกรมที่ลพบุรีทำให้เขาขาดราชการไป 2 วัน เมื่อไปรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาไม่เข้าใจไม่เห็นใจ ได้สั่งจำคุก 5 วัน ขณะจะตีตรวน พลทหารแพ่งถอดเสื้อออกจ่าที่ตีตรวนเหลือบไปเห็นรอยสักหนุมานที่สีข้าง พลทหารแพ่ง ด้วยอำนาจมนต์ ทำให้จ่าหลงใหลในรอยสักรูป หนุมาน เขาได้ถามว่า อาจารย์อะไรสักให้ สวยจังเลย พาเขาไปสักได้หรือไม่ พลทหารแพ่งตอบว่าได้ จ่าคนตีตรวนได้ปรึกษาผู้กอง และทหารด้วยกัน ตกลงไม่ตีตรวน แต่ให้พาทหารจากลพบุรีมาสัก 1 คันรถ 10 ล้อ เรื่องรูปหนุมานนี้ของหลวงพ่อเขาสวยมาก โดยเฉพาะหนุมานแนวหน้าทัพหนึ่ง, รูปเสือยืน, เสือหมอบ ยิ่งสวยมาก สวยและน่าเกรงขาม ขนาดดวงตาเหมือนมีวิญญาณ
ในอักขระแถวล่างสุดของลายสักหนุมานของหลวงพ่อกวย เป็นคาถา 16 ตัว เรียกว่า คาถาพญาปลาไหลเผือก บทนี้เป็นบทในตำราพิชัยสงคราม ข้อที่ 13 ข้อสุดท้าย ถ้าสู้ไม่ได้ให้หนี คาถาบทนี้คือ “อะ ยา เวย ยะ” คาถานี้เฉพาะหัวใจปลาไหลเผือก ภาวนาจับไม่อยู่ คือ “อะ ยา เวย ยะ” ใช้แค่ 4 ตัวนี้ก็ใช้ได้ แดงตาไฟ น้องชายเสือชู สว่างศรี ใช้ประจำ ภาวนาจับตัวไม่อยู่ ใครก็จับไม่อยู่ ภาวนาชกมวยดีสมัยหนุ่ม ๆ แดง ตาไฟ บ้านเดิมอยู่บ้านคู อ.บางระจัน ไปเที่ยวงานวัดห้วยเจริญสุข (วัดหลวงพ่อเจ้ย) ไปกับแม่ กินเหล้าในงานวัดมาด้วย ขากลับดึกมาก อาจเป็นตี 1 เมามาด้วยมากับแม่ เดินผ่านสระน้ำ จวนจะถึงบ้านอยู่แล้ว นึกอย่างไรไม่รู้ หรือของจะขึ้น ทำนองนั้นนายแดง ได้โดดลงสระน้ำแล้วจมหายไปเลย แม่ได้ร้องเรียกให้คนช่วยโดยไม่ละสายตา คนมาช่วยกันหลายคน งมหาเท่าไรก็ไม่เจอ สระน้ำก็ไม่ใหญ่เท่าไร แต่ลึกงมหาเท่าไรก็ไม่เจอ แม่ถึงกับร้องไห้ ค่อนสว่างมีคนเจอแดง ตาไฟ นอนหมดสติห่างจากสระน้ำตก 50 เมตร นอนติดกองแกลบ (ขี้ลีบ) อยู่เขาว่าปลาไหลเผือก หรือปลาไหล จะแพ้แกลบ เขาไปได้อย่างไร ไปด้วยฤทธิ์ ไปโผล่ห่างจากสระไกลตก 50 เมตร แดง ตาไฟ นี้ ถ้าเมาเข้าไป บางครั้งนอนขวางทางเลย (ขวางถนน) คนขี่รถมาจะเห็นเป็นงูเหลือม นอนขวางถนนอยู่ไม่มีใครเหยียบเขาเลย ตอนเริ่มมีอายุเขาจะทำประจำ (งูกับปลาไหล รูปร่างคล้ายกัน)
อักขระแถวบน ของหนุมานของหลวงพ่อ หลวงพ่อล้อมด้วยคาถาหัวใจโจรคือ “กันหะเนหะ” คาถานี้อาจารย์โบราณใช้ลงที่ปลัด ใช้สะกดศัตรูคู่ต่อสู้รวมถึงโจรด้วย (กันอาจสะกดด้วยนอหนูหรือ น-เณร ก็ได้) ผู้เขียนเคยใช้ ขณะจะโดนจี้-ปล้นรถจักรยานยนต์ เคยโดนจี้-ปล้น 2-3 ครั้ง ครั้งหนึ่งอยู่ในวัดหนองปลาดุก ผู้เขียนใช้คาถานี้และอ้างตัวว่าเป็นหลานเสือฉาว เลยรอดมาได้ นายเผชิญ คนบ้านคู อ.บางระจัน เขตติดต่อวัดของหลวงพ่อเขาเป็นเขยคนเล็กสุด สุภาพ เขยกลางก็นักเลงชื่อเบิ้ม เขยใหญ่ชื่อใหญ่ (โต) มีนิสัยนักเลงตามถิ่นที่อยู่ วันหนึ่งเขยใหญ่ไล่ปล้ำน้องเมีย แต่ไม่สำเร็จ น้องเมียได้มาขออาศัยใบบุญจากนายเผชิญ เขยคนเล็ก เขยใหญ่ทนคิดถึงน้องเมียไม่ไหว ได้มาตามตอนกลางคืน นายเผชิญศิษย์ของหลวงพ่อก็คืนให้ เขาไปแต่โดยดี โดยเดินไปส่ง เขยใหญ่เดินนำหน้า คล้องพระเต็มคอ ตก 50 องค์ พกปืนมา 2 กระบอก คิดว่าถ้านายเผชิญไม่คืนน้องเมียให้ ก็จะฆ่าเสีย ระหว่างทาง นายเผชิญได้ว่าคาถาคัดพระบทของหลวงพ่อคือ “คัด ชะ อะ มุมหิ...” และว่าคาถาหัวใจโจร คือ “กัน หะเนหะ” เพื่อสะกดเขยใหญ่ เรียกเขยใหญ่ว่า ไอ้โตชักปืน นายโตหรือใหญ่ตกใจ ด้วยอำนาจมนต์ ยังไม่ทันได้ชักปืน นายเผชิญก็ยิงเสือใหญ่ซะหมดโม่เลย ยิงระยะประชิด ตายตั้งแต่นัดแรก คืนนั้นนายเผชิญได้มากราบหลวงพ่อ เล่าว่า เขาหาว่าผมฆ่าเขาตาย หลวงพ่อช่วยด้วย หลวงพ่อได้รดน้ำมนต์ให้ สั่งว่ารุ่งเช้าให้ไปมอบตัวกับตำรวจ ด้วยอำนาจของน้ำมนต์ของหลวงพ่อ เมื่อนายเผชิญไปมอบตัวกับสารวัตรพร้อมปืน สารวัตรโมโหมาก ได้หยิบปืนของนายเผชิญตบหน้านายเผชิญ 1 ที โดยกล่าวหาว่า รับเงินใครเขามา ถึงจะมารับจ้างติดคุก ตำรวจได้จับตัวนายเบิ้ม (ลูกชายของเสือฉาว) ได้ต่อสู้คดีอยู่นานจึงเอาตัว นายเบิ้มออกมาได้ เรื่องที่เสือโตโดนยิงนี้ เขาว่ามันเป็นกรรมเก่าแต่ชาติก่อน หลวงพ่อจึงช่วยนายเผชิญไว้ได้ ผู้เขียนเจอเขาถามเขาว่า ใช้บทไหนคัดพระของเสือโต เขาบอกใช้บท “คัด ชะอะมุมหิ”. . .
คาถาที่หลวงพ่อล้อมตัวหนุมาน อีก 4 ตัว คือ “ยุวาพะวา” คือคาถาหัวใจลิงลม หลวงพ่อใช้บทนี้ เสกผ้าขอดให้ศิษย์ตีไม่เจ็บเลย หมอเฉลียว เดชมา เห็นกับตา หลวงพ่อเสกผ้าขวั้น ผูกคอให้ศิษย์ ตีศิษย์ชื่อ ไอ้ธน ตีด้วยไม้ ศิษย์ไม่เจ็บเลย อีกคนชื่อเวก หลวงพ่อเสกผ้าขวั้นผูกคอแล้วฟันด้วยขวานหมู ไม่เข้าไม่แตกเลย หลวงพ่อจับมือไว้ ไอ้เวกดิ้นหลุดไปร้องไห้ที่หัวบันได หลวงพ่อเคยบอกผู้เขียน คาถาคือ “ยุ วา พะ วา” อาจารย์เหวียน มณีนัย ใช้คาถา 4 ตัวนี้ เสกภาวนาและถ่ายทอดให้ศิษย์ที่มาเรียนวิชา ผู้เขียนเคยเจอ ที่วัดท่าทอง อาจารย์กับศิษย์ตีกันปางตาย แต่ไม่เจ็บ ไม่แตกเลย คาถาบทนี้เรียนไม่ยากผู้เขียนเคยเจอ จ่าทหารสติแตกลูกชายของนายเพี้ยนโม่ง เรียนคาถากับอาจารย์เหวียน ผลัดกันตีด้วยไม้รวก ตีขนาดไม้รวกแตกคามือ ไม่เป็นอะไรเลย คาถาลิงลมนี้ ใช้เสกน้ำมันทาเท้า จะไม่ขัดยอกเลยเวลาวิ่งแข่ง ผู้เขียนเคยเสกน้ำมันให้ศิษย์ประจำ เวลาแข่งขัน กีฬาสี หรือกีฬาในกลุ่มโรงเรียน คาถาบทนี้ หลวงพ่อเรียกว่า “คาถาหินเบา” ตีไม่แตก ไม่เจ็บเลย
คาถาอีก 4 ตัวที่น่าศึกษาอีก 4 ตัวคือ หัวใจพาลี คาถาว่าดังนี้ “หันตะนุภา” คือพญาพาลีนี้ ได้รับพรมาว่า สู้กับใคร กำลังคู่ต่อสู้จะหายไปกึ่งหนึ่ง (ครึ่งหนึ่ง) ทำให้สู้กับพาลีไม่ได้ หัวใจพาลีนี้ใช้เสกให้น้ำไก่ของเราและคัดไก่คู่ต่อสู้จะดีมาก กีฬาที่สู้กันตัวต่อตัว ใช้คาถาหัวใจพาลีนี้ภาวนา ถ้าถือมั่นกำลังใจเรากล้าแข่ง ฝึกซ้อมมาดี โอกาสชนะมีมาก ผู้เขียนเคยใช้ประจำ สมัยที่ลูกชายของผู้เขียนยังเรียนมัธยม มีเพื่อนของลูกชายอยู่คนหนึ่ง มาขอคำแนะนำ คือเขาจะไปแข่งขันตีปิงปอง เด็กชื่อเลี๊ยบ ลูกครึ่งไทยจีนล่ำมะขามข้อเดียว ผู้เขียนได้ให้คาถาหัวใจพาลีไป เขาไปแข่งขันตีปิงปอง ชนะถึงแข่งระดับเขต ได้ถ้วยระดับเขต คาถานี้ผู้เขียนเคยเสกน้ำมันสมุนไพร น้ำมันเลียงผา ใช้ทาขาให้เด็ก เด็กกำลังใจดี ผู้เขียนเคยเป็นโค๊ทกีฑาระดับโรงเรียน ใช้คาถานี้กับตำราพิชัยสงครามของซุนวู่ นักกีฬามี 6 รุ่น ชาย-หญิง ถ้วย 12 ใบ ถ้วยกองเชียร 1 ใบ เด็กที่ผู้เขียนเป็นโค๊ท สามารถคว้าถ้วยไว้ได้ตก 7-8 ใบ เหตุการณ์เป็นอยู่อย่างนี้ ตก 10 ปี แกล้งชาวบ้านเขาเล่นให้เขาเกลียดขี้หน้า เมื่อเหตุการณ์ผ่านมา ถึงได้รู้ว่าทำไม่ถูก แต่เขาก็ปิดบังชื่อของผู้เขียน ผู้เขียนไม่เคยเป็นโค๊ทระดับอำเภอหรือจังหวัดเลย
เรื่องที่ 2 ต่อไปผู้เขียนจะขอกล่าวถึงอภินิหารย์ของหนุมานของหลวงพ่อ หนุมานลอยองค์ของหลวงพ่อ มีเนื้อเดียวคือฝาบาตร (ทองเหลืองผสมทองแดง แต่เนื้อกระแสออกทองเหลือง) มีส่วนผสมของอาวุธ 3 อย่างจริง คือ พระขรรค์, หอกสำริด และกริชทองแดง ซึ่งตามตำรากล่าวว่า หนุมานจะให้ดุมีฤทธิ์ ต้องสร้างจากศาตราวุธจะเป็น หอก, ดาบ, แหลน, หลาว ก็ได้ ดาบเพชฌฆาตก็ได้ จึงจะดีทางฤทธิ์ หลวงพ่อแตกฉานการสร้างหนุมาน, การเสก, การสัก หลวงพ่อชำนาญรู้ละเอียดทุกอย่าง ในอดีตพระที่สร้างหนุมาน ที่เก่ง, โด่งดัง ก็มีหลวงพ่อกุน วัดพระนอน เพชรบุรี, หลวงพ่อดิ่ง, หลวงปู่สุ่น วัดศาลากุล ก็เก่ง ว่าจะบันทึกอภินิหารย์ของหนุมานลอยองค์ จะขอยกตัวอย่างของคนที่สักหนุมานจากหลวงพ่อ สัก 1 เรื่องเพื่อเกริ่นกล่าวเอาไว้
มีศิษย์สักของหลวงพ่ออยู่คนหนึ่งชื่อ เมือง มั่นปาน เป็นคนหัวเด่น-บ้านแค เป็นเพื่อนเขยกับลุงเนียม บ้านอยู่หน้าวัดของหลวงพ่อ ลุงเมืองฐานะไม่ดีนัก แถมยุคสมัยนั้น แกสูบฝิ่นด้วย เลยทำให้ฐานะยากจนกว่าเก่าไปอีก หลวงพ่อเมตตาสักหนุมานให้ 1 ตัว ลุงความที่เกรงใจหลวงพ่อ เขาไม่กล้ามาขอให้หลวงพ่อสักให้อีกเลย มาหาก็มาด้วยความเคารพ คลานมากราบ หลวงพ่อว่ากล่าวตักเตือนเขาก็นิ่ง ไม่มองหน้า ไม่เถียง เขาเคารพหลวงพ่อยิ่งกว่าบิดา ความจนและติดฝิ่น ทำให้ลุงต้องมามีอาชีพลักขโมย งานก็หายากในสรรคบุรี (บ้านแค-หัวเด่น แล้งมากทำนาน้ำฝนปีละ 1 ครั้ง) ที่พอจะอยู่ได้คือเลี้ยงหมู ผักบุ้ง, หยวก (ต้นกล้วย) ก็หายาก ต้องอาศัยขึ้นต้นตาลเอาน้ำตาลมาทำน้ำตาลปึก เอาไปขายจึงพออยู่ได้ ลุงเมืองไปลักปลาในตุ้มดักปลา (เหลาด้วยไม้ถักด้วยเชือก) ปลาที่เข้าตุ้มดักมาเป็นปลาดุก ต้องเอาอาหารไปล่อ ปลาจึงเข้า สมัยก่อนนั้นปลา, สัตว์หากินง่ายแต่มีมากเลยราคาต่ำ ตุ้มนี้ใหญ่เท่า ๆ ถังน้ำมัน 200 ลิตร บ่อดักปลาโบราณก็ใหญ่มากคนแต่ก่อนตัวโตแข็งแรงไปกู้บ่อดักปลา ใช้ตะข้องใส่ ตะข้องใหญ่ขนาดใส่ปลาได้ 50-60 กิโลกรัม ต้องใช้ถึง 2-3 ตะข้องมีไม้หาม (หาบ) เอามา บ่อดักปลาจะได้มาทุก ๆ วัน แต่ตุ้มต้องคอยถึง 5-6 วัน ปลาจึงเต็มตุ้มวิธีดักต้องตั้งตุ้ม ให้เว้นอากาศหายใจด้วย เวลากู้ต้องหาม (หาบ) ใช้คนที่แข็งแรงหามหัวหามท้าย 2 คน บางคนไปกู้ตุ้มใส่ผ้าขาวม้าลงไปบางคนก็แก้ผ้าออกหมด ความดีใจ หาบปลากลับบ้านไม่ได้นุ่งผ้า ยังเคยมี กู้ตุ้มตอนค่อนสว่าง นายเมืองมักจะไปลักปลาในตุ้มดักปลาของชาวบ้านประจำ เคยโดนยิงขณะลักปลาของเขา 10 กว่าครั้งไม่ถูก ที่ถูกก็ไม่เข้าลูกปืนโดนที่หัว ลูกปืนกระเด็นเหมือนแฉลบ แล้วเขาก็ดำน้ำหนีไป มีคนมาบอกว่า ลุงเมืองโดนยิงตาย เขามาบอกหลวงพ่อ เพราะหายไปเลย คงจมน้ำตาย หลวงพ่อกลับพูดว่า ไอ้เมืองกูสักหนุมานให้มัน มันไม่ตายแค่ลูกปืนแค่นั้นหลอกว๊ะ แล้วไม่นานลุงเมืองก็โผล่ ครั้งหนึ่งโดนผู้กองเจิม แห่ง สน.สรรคบุรี ได้มีคำสั่งจับตาย ต่อลุงเมือง ได้มาดักซุ่มยิงลุงเมือง โดยได้ปรึกษากับผู้รู้ว่า คนที่คงกระพันชาตรี ถ้ายิงโดนตรงข้อเท้า จะเข้าทุกคน ถ้าเหนียวไม่ถึงชาตรี (คงยั้นกระดูก) กระดูกข้อเท้าก็จะหัก เขาปรึกษาอาจารย์อีกหลายองค์ ได้ลงอาวุธปืนและลูกปืนให้ ปรากฏว่า คราวนี้ยิงลุงเมืองออกโดนตรงข้อเท้า ยิงด้วยปืนยาว ลุงเมืองเจ็บพอสมควรได้คลานหนีรอดไปได้ ลุงเมืองคนนี้เป็นยอดคนคนหนึ่ง ผมเคยเจอเขาได้ถามว่า จะขอลองยิงด้วยปืนพก .38 ได้ไหม ลุงพูดว่าได้ แต่ต้องยิงห่างหน่อย ถ้าถูกก็จะไม่ค่อยเจ็บ แต่ถ้ายิงประชิดจะเจ็บ และถ้าเจ็บจะลืมตัวถ้ามีมีดเดี๋ยวฟันคนยิงเอาได้ ผมลองใจดูเฉย ๆ ไม่กล้ายิงรุ่นพี่ศิษย์พ่อเดียวกันหลอก ที่ตัวลุงเมือง มีหลักฐานของลูกปืนแทบทุกแบบ เอ็ม 16, อาร์ก้า, ลูกซอง 9 เม็ด, ลูกโดด .38, แมดกาซีนฯ ถ้าเจอเขา ขอดูรอยลูกปืนได้ ทั้งลำตัว, ขา, ศีรษะ ถ้าจะขอลองก็ขอเป็นปืนชนิดเล็ก .22 , .38 ก็พอ แต่เขาจะหาตัวยากสักหน่อยไม่ชอบพบใคร โดยเฉพาะคนแปลกหน้า คือระแวง

