
หนุมานพญาพระกาฬ ตอนที่ 3
เรื่องรอยสักนี้ ยันต์สัก, ตำราสักยันต์, ตำรายันต์ ผู้เขียนถ้ามีโอกาสจะเขียนถึงตำรายันต์ของหลวงพ่อสัก 1 ครั้ง ได้ทำเป็นเล่มไว้ มีตำรายันต์ตะกรุดคู่ชีวิต ปืนไม่ได้กินเลย ถ้าเขียนเป็นเสกเป็นยันต์ที่ลงตรงกระดูกหน้าอก ถ้าใครจะยิงต้องชักปืนถึง 3 ครั้งจึงจะตัดใจได้ ยิงหรือไม่ยิงเฉย ๆ โดยเฉพาะผู้เขียนคือเห็นว่า เป็นพ่อเดียวกัน อาจารย์ผ่องเป็นศิษย์ของหลวงพ่ออยู่วัดท่าทอง ตำบลปากน้ำ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี หลวงพ่อสักยันต์องค์พระ ที่หลัง เป็นหมอดูที่เก่งมาก ของหายไป ใครเอาไป ซุกซ่อนอยู่ที่ไหน ท่านแตกฉานมาก คนที่เป็นโจร, ขโมยเคืองมากได้มาดักยิงหลาย 10 ครั้ง ยิงอาจารย์ผ่องไม่ออกเลยแม้ครั้งเดียว หลวงพ่อได้ให้คาถายิงไม่ออกและสักให้คาถา 6 ตัว ยันต์นี้ผู้เขียนได้ก๊อปปี้เอาไว้ เรื่องรอยสักนี้ก็ดี ไม่ต้องคล้องพระ ของหลวงพ่อถ้าไปที่ไม่ดี ทำไม่ดี ต่อเพศตรงข้ามสามารถเสกน้ำอาบ แล้วปลุกใหม่ก็จะขลังเหมือนเดิม หลายสิบ หลายร้อยคน ไม่ต้องคล้องพระและลายสัก สามารถพึ่งพาเข้าไปในคุกได้ บางคนจนยากมีพระของหลวงพ่อก็จำหน่ายเสียหมด แต่ลายสักขายไม่ได้ ติดตัวดี คนที่ชอบลายสักต้องคิดให้ดี สัก 100-200 ครั้ง เขาจะติดตัวเราไปตลอดชีวิต ควรเลือกหาอาจารย์ที่ดีจริง อย่าสักให้โผล่แขนออกมา อย่าสักคอหรือใบหน้า เขาจะมองดูว่า เป็นเสือ, เป็นโจร หรือคิดไปว่าสักในคุก จะหางานทำเขาก็กลัว เป็นเสือ, เป็นโจร เขาก็ไม่กล้ารับ จะทำให้หางานทำยาก สอบเข้ารับราชการเขาก็ไม่รับ ถ้าจะให้ดีให้ลองสักน้ำมันก่อน เรียนจบมีงานทำ ถ้ายังอยากสักอีก ก็แอบสักในที่ลับ เช่นหลัง, อก, ไม่สักคอ, หน้า, แขน จะดูไม่ดี สักที่ศีรษะก็ดี แต่ถ้าผมร่วง จะมองเห็นลอยสักที่น่ารังเกียจที่สุดคือสักหน้า การทำอะไรให้พอเหมาะพอควรจะดี ถ้าทำซะมากไปเขาจะว่า เราบ้า ได้ หรือติดคุกมา
เรื่องที่ 3 หนุมานของหลวงพ่อ อย่างที่ผมพูดไว้ คือ หลวงพ่อก่อนจะปลุกเสก หลวงพ่อได้บอกเล่าถึง 3 โลกว่าบัดนี้ท่านหนุมาน กำลังถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว เป็นคาถาบทที่ 2 ล้อมตัวหนุมานชื่อโองการขนานนาม คาถามี 31 ตัว ขึ้นต้นด้วย “หะนุมานะ” เมื่อบอกกล่าวถึง 3 โลกแล้ว ยันต์ รอยสัก, ผ้ายันต์, รูป, องค์หนุมาน จะมีเทพยาดามาสิงสถิต มารักษา เพียงแต่มีรูปหนุมานเพียงรูปเดียว เพียงแต่คาถา 4 ตัวนี้ สามารถนำไปปลุกเรียกจิตหนุมานที่เรียกกันว่าของขึ้น เรียกจิตของหนุมานนี้ คุณบรรพตแจ้งสมบูรณ์ บ้านอยู่โคราช ฉายา สายล่อฟ้า เคยให้เพื่อนขอยืมเหรียญหนุมานไปใช้ จะทวงถามอย่างไร เพื่อนก็ผัดผ่อนเรื่อยมา พอเพื่อนเมาเข้าไปเผลอพูดออกมาว่า ไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด แม่เห็นแต่ไกล พอไปถึงแม่ถามว่า มึงเอาลิงขาวมาเลี้ยงหรือแล้วไปไหนแล้ว เห็นเอาขี่คอมา ลิงใส่เสื้อผ้าอย่างดีเลยตัวใหญ่ ไม่หนักหรือ เพื่อนคุณบรรพตก็งง นึกขึ้นได้ว่า คล้องเหรียญหนุมานจึงพูดเลี่ยง ๆ ว่าเปล่า พอเพื่อนคุณบรรพตพูดอย่างนั้น คุณบรรพตเลยต้องติดตามทวงคืนให้ได้ เพราะเหรียญที่ให้เพื่อนยืมไปใช้ เขาโดนฟ้าผ่า 5 ครั้ง ไม่เป็นอะไรเลย ตัวเหรียญออกเป็นสีเหลืองเลย บ้านเขาอยู่ในหุบเขา มีแร่โลหะใต้ดินมาก มีกำไรสำริตโบราณ ฝังอยู่กับโครงกระดูกโบราณมีมาก มีขวานหิน ไหโบราณ โดยเฉพาะโครงกระดูกคนตายพบบ่อย
อีกครั้งหนึ่งลูกชายของผู้เขียน เขาเชื่อมั่นในหนุมานลอยองค์มาก เขาคล้องคอประจำ รอดมาได้เป็น 10 ครั้ง มีผู้หญิงมาชอบ แต่ละคนน่ากลัวทั้งนั้น เมียน้อยสารวัตรอย่างนั้น, เมียน้อยนายกเล็กอย่างนั้น, เมียน้อยกำนันอย่างนั้นฯ เขาใช้อยู่กับลูกสวาท ตอนหลังต้องยึดลูกสวาทคืน ผมกลัวโดนยิงตายเลยต้องยึด แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร มันชอบใช้คาถาพาลีด้วย เขาว่าพาลีเจ้าชู้ยักษ์ ลูกเขาเมียใครเขาพอใจ จีบแย่งเอาเลย ทศกัณฑ์อุ้มนางมณโฑผ่านมา พาลีพอใจเข้าไปแย่งเอามาเฉย ๆ (สมัยนั้นศีลธรรม ศาสนา ยังไม่เกิด สมัยเจงกีสข่าน ศาสนาก็ยังเข้าไม่ถึง พอใจใครก็แย่งเอา) พาลีมาอยู่กับนางมณโฑจนตั้งท้อง ทศกัณฑ์ขอให้พระฤาษีติดต่อกัน อาจารย์คุยกับอาจารย์ มาขอนางมณโฑคืน ต้องผ่าท้องทางไสยศาสตร์ เอาลูกของพาลีไปใส่ไว้ในท้องแพะ ลูกชื่อ คงคต ครั้งหนึ่งลูกชายของผู้เขียน ไปเยี่ยมและผลัดกันเฝ้า ลูกน้องมือขวาคนขับรถ ไม่สบายอย่างหนัก ลูกน้องชื่อหาญ เพชรไปล่ บ้านอยู่ท่าเตียน อำเภอเดิมบางนางบวช เหตุเกิดที่ รพ.ศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี ลูกชายของผู้เขียนคล้องหนุมานลอยองค์อยู่ ตอนนั้นนายหาญ เพชรไปล่ อยู่ในขั้นโคม่า ใกล้ตาย จะตายก็ไม่ตายพูดไม่ได้ พอเขาเห็นลูกชายของผู้เขียน เขาตกใจกลัวเหมือนกลัวอะไรสักอย่างหนึ่ง ชี้มือชี้ไม้ไม่ให้เข้ามาใกล้ เป็นแบบนี้เกือบ 10 ครั้งที่มาเยี่ยม พอค่อยยังชั่วพอพูดได้ ได้ถามว่ากลัวอะไร กับ ไอ้กอฟล์ (ลูกชาย) เขาพูดว่ากอฟล์เอาลิงขี่คอมาด้วย ทุกครั้งที่มา ได้ถามว่า ลิงสีอะไร แต่งตัวมีเสื้อผ้าหรือไม่ เขาบอกว่า เป็นลิงสีขาวใหญ่ ใส่เสื้อผ้าสีเทาเกือบขาว ชอบแหย่เขาเล่น เขากลัวมาก ตัวโตเท่า ๆ เด็กเลย และนายหาญ ยังฟ้องว่าลูกชายของผู้เขียนเล่นแสงไฟ มีแสงไฟวิ่งเป็นสาย วิ่งมาที่มือถือของลูกชาย จากการศึกษาทราบว่า คนใกล้ตาย ตาเขาจะเห็นอะไรพิเศษกว่าคนธรรมดา เขาสามารถเห็นคลื่นของโทรศัพท์มือถือได้ นายหาญนี้ผู้เขียนได้ให้เขาคล้องพระปรกโพธิ์ 9 ใบ และบอกเล่ากับหลวงพ่อและแม่ธรณีไว้ ถ้าจะตายก็ของให้ตายไว ๆ เพราะโรงพยาบาลเอกชนแพงมาก ถ้าจะหายก็ขอให้หายไว ๆ ปรากฏว่ากลางคืนได้สลบไป กำลังจะเดินไปกับเพื่อนผี ที่ตายที่โรงพยาบาลพร้อมกันอีก 3 คน พอเดินไปสักพัก ได้พบกับแม่ธรณีตัวใหญ่โตแบบผู้หญิงอินเดีย ได้ถือคนโทน้ำ มาส่งให้นายหาญ นายหาญได้ดื่มกินและลูบหน้า แล้วส่งให้ผีอีก 3 ตัวกิน หมาอีก 1 ตัว รู้ว่าต้องไปรวมกันที่ถนนใหญ่ ที่ถนนใหญ่มีผีหลายตัว เมื่อนายหาญได้กินน้ำแล้ว กลับมีกำลังไม่ยอมเดินต่อไป ได้กราบขอบพระคุณแม่ธรณี แล้วหันหลังเดินกลับมาโรงพยาบาล เจอตัวเองนอนอยู่ ได้เข้าร่างและฟื้น นายหาญนี้บุญเขามาก ผู้เขียนได้รักษาเขาหมดเงินขนาดขายทองรักษาหมดไป 10 บาท เป็นลูกน้องที่ขับรถพ่วง 18 ล้อ ที่นิสัยดีมากคนหนึ่ง เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ตาย แต่พระขอคืน เปลี่ยนเหรียญหลังยันต์ให้ไป
ตอนทำเหมือง 20 กว่าปี อยู่แผนกส่งแร่ ภรรยาของผู้เขียน มักจะไปรับงานนอก เวลารถว่าง ได้ใช้ หนุมานองค์นี้แบ่งกันใช้กับลูกชาย 20 กว่าปี บอกเล่ากับหนุมานและหลวงพ่อของานทำ จะได้งานตลอดถ้าว่างจะทำ และที่แปลกคือ ไม่เคยโดนโกงค่าบรรทุกเลย แม้แต่ครั้งเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะผู้เขียนอยู่แผนกติดตามหนี้สินก็ไม่รู้ ประมาณปี 2552-2553 ค่าขนส่ง ไม่ขึ้นแต่ค่าน้ำมันขึ้นเอาๆ ค่าอะไหล่ก็แพงมาก ค่าตำรวจ ก็แพง คิดแล้วจะไปไม่รอด ได้บอกเล่ากับหลวงพ่อและหนุมาน ขอให้ชี้หนทางให้ด้วย ผมได้พูดกับหลวงพ่อที่รูปหล่อ ว่า ผม 3 คนแม่ลูก กำลังเดินวกวนอยู่ที่ทาง 3 แพร่ง ขอให้หลวงพ่อชี้หนทางด้วย พอบอกได้ 3 วัน ปรากฏว่ารถ 10 ล้อของญาติชนกับ 10 ล้อด้วยกัน มีคนตาย หมดเงินไปเป็นล้านบาท พอภรรยาผู้เขียนคิดถึงเรื่องนี้ สร้อยที่คล้องหนุมานอยู่เกิดขาดร่างลงมาเฉยๆ เมื่อผู้เขียนต่อสร้อยโดยเปลี่ยนสร้อยเส้นใหม่ สร้อยก็ขาดอีก 2 ครั้ง เลยหยุดกิจการเหมืองแร่ ตอนนี้ผู้เขียนเลยตกงานนอนกินดอก (ดอกแค, ดอกกล้วย (หัวปลี))
เรื่องเหรียญหลังหนุมานนี้ หลวงพ่อสร้าง 1 ครั้ง ผู้เขียนเคยสร้าง 1 ครั้ง เสก 216 องค์ คือเสกพิธีวัดท่าหลวง 108 องค์ 1 ครั้ง และพิธีวัดท่าฬ่อ พิจิตรอีก 1 ครั้ง 108 องค์ อาจารย์ตั๊ว (โอภาส) วัดซับลำใย ได้รับนิมนต์ไปเสกและเอาเข้าพิธี 2 ครั้ง คือ เตรียมการก่อนสร้าง เหรียญส่วนมาก ส่งไปแจกผ้าป่าที่อังกฤษ ค่ายมวยสิงห์นรชัย พี่สมนึก ไทรแก้วเรือง เป็นครูฝึกและหัวหน้าค่าย โด่งดังมาก นักมวยในค่ายนับถือเป็นชีวิตจิตใจ เอามาคล้องคอหน้าตาเฉย เรียก ก๊อตกวย (หลวงพ่อกวย) ใช้เสกทำน้ำมนต์ให้น้ำนักมวย ไม่เคยมีใครโดนตีศอกถึงแตกเลย เหรียญอีกส่วน ส่งไปใต้ให้ทหาร ตำรวจ อาสา ที่นราธิวาส ฝากพี่ดนัย ขวัญไชย ไปแจก พี่เล่าว่า ใครที่มีเหรียญรุ่นนี้ โดนยิง จะยิงไม่ถูกเลย รอดมาได้เป็นอัศจรรย์ทุกคน มีคนมาถามหาเหรียญรุ่นนี้จากผู้เขียนมาก ผู้เขียนทำเพื่อแจกผ้าป่า ทำเสร็จก็นำบล๊อคทิ้งลงสระน้ำเลย บอกเล่าหลวงพ่อ โดยเฉพาะภาคใต้ ให้หลวงพ่อดูแลศิษย์ทางใต้ด้วย เหรียญรุ่นนี้สร้าง พ.ศ. 2540 กว่า ๆ จำ พ.ศ. ไม่ได้ ปี 2562 ปีนี้ จะสร้างเหรียญหลังหนุมานตำราหลวงพ่อ อีก 1 รุ่น ชื่อ รุ่นมนต์พระกาฬ เสกด้วยมนต์พระกาฬจริง ๆ จะเล่าให้ฟังตอนท้าย
อภินิหารย์ของหนุมานลอยองค์ หนุมานลอยองค์นี้ หลวงพ่อสั่งทำเพียงเนื้อเดียวคือเนื้อฝาบาตร (ทองเหลืองผสมทองแดง แต่แก่ทองเหลือง) ไม่มีเนื้อทดลองหล่อ เป็นตะกั่วหรือเงินเลย แม้แต่องค์เดียว ก้นบรรจุกริ่งจารเกือบทุกองค์ จารยันต์หนุมานอมพลับพลา ปางรบกับไมยราพย์ หลวงพ่อเลยจารยันต์หนุมานอมพลับพลา นะตัวนี้ผู้เขีนได้สืบทอดไว้ หลวงพ่อสักให้ไว้บนกระหม่อม คือ ครั้งหนึ่งไมยราพย์ ซึ่งได้พรมา (น่าจะได้มาจากพระอินทร์) ถ้าใครจะสู้กับไมยราพย์ ไมยราพย์จะภาวนาสะกดทัพ จะต้องถูกมนต์ของไมยราพย์ทุกตัวทุกคน คือ สู้กับมนต์สะกดทัพ ของไมยราพย์ไม่ได้ ถ้าไมยราพย์สะกด (เข้าใจว่าเวลากลางคืน) ภิเพกจึงบอกอุบายแก้ โดยให้หนุมาน แปลงร่างเป็นพลับพลา เอาลิงเล็ก ๆ รวมทั้งลิงใหญ่พระลักษณ์ และพระราม ให้เข้าไปอยู่ในพลังพลา (ปาก) ไมยราพย์มาจริง ๆ ตอนดึก สะกดทัพพระราม รวมทั้งหนุมานหลับหมด แต่ไมยราพย์กลับไม่เจอกับกองทัพของพระราม เห็นแต่พลับพลา จึงทำอะไรต่อกองทัพของพระรามไม่ได้ “นะ” ที่หลวงพ่อเสกและจาร จึงขลังมีอำนาจมาก แม้หลับอยู่ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ด้วยอานุภาพของอิทธิฤทธิ์ทำให้หนุมานลอยองค์ของหลวงพ่อกลายเป็นตำนาน ไม่ใช่แพงอย่างเดียว หายากมากอีกต่างหาก หนุมานลอยองค์พิมพ์นั่งสมาธินี้ เป็นปางที่เข้าสมาธิแปลงร่าง เป็นพลับพลาสู้กับไมยราพย์ หลวงพ่อสร้างปางนี้ เพื่อต้านมนต์ไมยราพย์ (มนต์สะกดทัพ) ขนาดสู้ไม่ได้ยังไม่แพ้ เสมอกัน หนุมานปางนี้ มีผู้รู้ได้เขียนคำกล่อนไว้ดังนี้
“นี่คือขุนกระบี่มีศักดา ฤทธิ์แรงแข็งกล้าชาญสมร
ปางพระรามรบราพย์ราญรอน คือวานรหนุมานหาญณรงค์”

